สวัสดีค่ะ ! ได้ห่างหายจากการส่งข่าวและติดตามผลงานของสมาชิกไปหลายเดือนนะคะ เนื่องจากมีงานในฝ่ายมาก ต้องพิมพ์งานเอกสารที่รับผิดชอบมากมาย ใจอยากจะเปิดดูข่าวสารใหม่ๆเหมือนกันนะ แต่ไม่มีเวลาเลย อยากจะมีเน็ต ฯในเครื่องที่ที่ตนทำงานก็ไม่มี ต้องยอมรับนะ เราเป็นลูกที่ขี้เหร่ ไม่มีค่าที่จะได้รับสิ่งที่ต้องการ จะต้องรู้จักการจักสรรเวลาที่จะมาเปิดดูข่าวสารทั่วไปได้ที่ห้องคอมที่จัดให้เท่านนั้น
ตอนนี้อยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ทางฝ่ายจิตตภิบาลกำลังจะเตรียมงานใหญ่อีกครั้งนั่นก็คือ " การเตรียมรับเสด็จการบังเกิดของพระกุมาร" เป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะต้องจัดป้ายนิเทศบอกข่าวสารเกี่ยวกับการเกิดมาของพระกุมารในวันที่ 25 ธันวาคม จะต้องเตรียมจิตใจของบุคลากรทุกคนในโรงเรียน เป็นเวลา 4 สัปดาห์แต่ละสัปดาห์จะมีความหมายที่แตกต่างกันสัญญลักษณของเทศกาลนี้ก็คือ การจุดเทียนในพิธีกรรมที่วัด ( โบสถ์ ) จำนวน 4 แท่ง จะเป็นเทียน 2สีเท่านั้นคือเทียนสีม่วง 3 แท่งและเทียนสีชมพู1แท่ง
และวันที่ทุกคนจะมีความสุขก็คือในคืน24ธันงวาคม ที่ทุกคนจะไปร่วมพิธีกรรมที่วัดในยามคำคืนเพื่อรอรับการเสด็จมาของพระกุมารเจ้าที่ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อมนษยชาติทั้งมวล
วันคริสตสมภพหรือวันคริสต์มาส เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี ที่ศาสนิกชนจะได้รับพระพรจากพระกุมารเจ้า และนำพระพรเหล่านี้ไปสู่บุคคลที่อยู่รอบข้างนอกจากนั้นแล้วยังจะไปรับของขวัญจาก บุคคลที่รักเราและเรารักเขาและที่สุดให้เรารู้จักการแบ่งปัยความสุขให้กับบุคคลอื่นด้วยโดยเพาะบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา
"รัก เสียสละ แบ่งปัน " เป็นสิ่งที่เราจะต้องกระทำในเทศกาลแห่งความสุขนี้
" ใจและกายจะต้องสุข ควบคู่กัน " ขอให้ทุกท่านมีความสุขด้วยการเตรียมใจ - กาย ให้พร้อมอยู่เสมอด้วยการสวดภาวนาอยู่กับพระ
อย่าน้อยใจสิค่ะ ใครบอกว่าเป็นลูกขี้เหร่ อย่างน้อยคุณก็ทำงานอยู่กับพระ ซึ่งมีหลายคนที่เขาวิ่งหาพระ แต่คุณอยู่พระ น่าอิจฉาจริงๆ
อย่างน้อยที่ทำงานก็ยังมีบริการอินเตอร์เน็ต ลองเปลี่ยนอิริยาบทไปห้องอื่นบ้าง ทักทายผู้อื่นบ้าง แต่ต้องรู้เวลานะจ๊ะ รับรองโลกจะสดใสค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอคุณมากนะคะที่เข้ามาให้กำลังใจกันตั้งนานเลย .... เขินหน่อยๆที่ไม่ได้ตอบกลับ ลูกหวายก็หายๆ มาๆ เป็นช่วงๆเหมือนกันค่ะ
...ที่่พี่ถามถึง ตะลุงอีสาน ลูกหวายขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ ....ก่อนหน้านั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามี ไม่ทราบถึงขนาดว่า ไม่ห่างไปจากบ้านตัวเองมากนัก..เป็นเรื่องเสียความรู้สึกเหมือนกันค่ะที่ไม่รู้ เพราะเป็นลูกอีสาน ทำงานรับใช้คนอีสาน แถมมีพ่อเป็น คนใต้ของแท้ ด้วยซ้ำ ...หน้าอาย หนักขึ้นไปอีก ตรงที่ ทำงานกับพี่ออต...(อ.สำรวย เย็นเฉื่อย)มาก็...นาน นม ทั้งเอกสาร ทั้งเก็บข้อมูล แต่กลับไม่ทราบเลยว่ามี....ชาวต่างชาติที่เป็นหนึ่งในนักวิจัย ที่ลงพื้นที่ กลับรู้ดีกว่าเราชาวไทย ....พอพี่ออต ชวนไป ก็เลยใส่เกียร์ เต็มที่
....พูดถึง แหล่งที่มา หรือ ที่ตั้งของ กลุ่มเชิดหนังตะลุงอีสานก็มีหลายกลุ่มค่ะ....แต่ที่พวกลูกหวายและทีมวิจัย ไปเก็บภาพการเล่น ก็ที่
รอยต่อเขตพื้นที่ อ.บ้านไผ่ อ.ชนบท อ.เมืองเพียร ของจังหวัดขอนแก่น ...ซึ่งเหลือน้อยเต็มที...และพี่ออต...ยังไม่ทำให้ชาวขอนแก่น และคนไทยผิดหวัง...เพราะต่อยอด ตะลุงอีสาน โดยการ ออกแบบลายผ้าไหม ที่มีลายเส้นจาก ตะลุงอีสาน...นำไปแสดงงานที่ กรุงเทพก็หลายครั้ง ทูลเกล้า ถวายพระเทพฯ ก็หลายที....ถ้าช่วงไหน พอจะได้เจอ และได้รูป ที่เกี่ยวกับตะลุงอีสาน..จะขอนำมาฝาก พี่สาวนะคะ....ตอนนี้ ลูกหวายกับสามี..ก็กำลัง รวบรวมข้อมูลและทำ เวบบล็อก เกี่ยวกับศิลปะแขนงต่างๆ อยู่ แต่เป็นแนว ร่วมสมัย นำเสนอแบบ กึ่ง ประวัติศาสตร์ กึ่งของสะสม เพราะ สามีกับเพื่อนๆของเค้า เป็นอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อย จปร. ..... สถาบันที่่แต่ละคนจบมา ก็มีภูมิรู้เรื่องประวัติศาสาตร์เยอะมาก อย่าง จุฬาลงกรณ์ ศิลปากร สวนสุนันทา...ถ้าพี่สาว มีข้อมูล หรือเรื่องราวอยาก แชร์ อยากเล่า อยากแนะให้ลองไปหาข้อมูล รบกวน ชี้แนะ ลูกหวายทีนะคะ
บอกตามตรง .... สิ่งที่พวกเราพอจะทิ้งไว้ให้ บ้านเมืองเรา แล้วจะมีคนพูดถึงไปนานแสนนาน คงไม่ใช่ นามสกุล หรือ ความสวยหล่อ
แต่คงเป็นสิ่งที่พวกเรา บันทึกไว้ให้รุ่นต่อไปได้อ่านกัน....นี้ก็ได้รับความเมตตาจาก นักวิชาการ อาจารย์ หลายท่านอยู่เหมือนกัน...บางท่านก็ทำงานถวายเบื้องยุคลบาทอยู่...รู้สึกว่า กว่า เวบบล็อกตัวนี้จะเสร็จ ลูกหวายคงต้องทำการบ้านหนักหน่อย....ให้สมกับข้อมูลต่างๆที่ปราชญ์แต่ละท่านให้มา..........ขอโทษพี่สาวอีกครั้งนะคะ ที่ตอบช้า อย่างมากเลย...ถ้าแวะมาเที่ยวอีสาน บอกลูกหวายนะคะ...มาพักรีสอร์ทเล็กๆ ของที่บ้านลูกหวายกัน....ที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ....จะดูแลอย่างดีเลยค่ะ...