ชีวิตที่พอเพียง : 410. วอชิงตัน ดีซี วันที่ 2

วันนี้ฝนตกแต่เช้า เจ้าของ เกสต์เฮ้าส์ คือคุณเรย์มอนด์อาสาขับรถไปส่ง แต่ตอนเราออกฝนเกือบหายแล้ว แต่ก็ครึ้มฝนและฝนพรำเป็นช่วงๆ ตลอดวัน กาแฟที่เกสต์เฮ้าส์อร่อยเป็นพิเศษเพราะเขาทำให้ที่นี่เป็นพิเศษ อาหารเช้าดีเหมือนเมื่อวาน

วันนี้เราเที่ยว 3 ที่ คือ National Air and Space Museum, Capitol Hill, และ Botanic Garden รวมทั้งไปกินอาหารเที่ยงที่ National Museum of the American Indian

เราขึ้นรถไฟไปลงที่สถานี L’ Enfent เพราะอยู่ใกล้ National Air and Space Museum กว่า แต่ที่สถานีมีทางขึ้น 2 ทาง เราขึ้นผิดทาง หาทางไปไม่เจอ ต้องถามหนุ่ม Coast Guard และเดินอีกไกล เป็นเครื่องสอนว่าทีหลังต้องศึกษาทางขึ้นรถใต้ดินให้ดี

ที่ National Air and Space Museum เราไปรอ guided tour รอบ 10.30 น. ไกด์ของเราเป็นคุณยายอาสาสมัครที่ความรู้ดีมาก และให้เวลาแถมจนเป็นเกือบ 2 ช.ม. จากกำหนดการเพียง 1 ช.ม. ฟังคุณยายเล่าแล้วผมเห็นชัดเจนว่าฝรั่งเขามีจินตนาการและพยายามสั่งสมต่อยอดความรู้เรื่องการบินมาเป็นขั้นตอน ไม่ยอมแพ้แม้จะล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า และความสำเร็จของการบินครั้งแรกของ สองพี่น้อง ออร์วิล กับวิลเบอร์ ไร้ท์ ก็มีความรู้เรื่องการบังคับเครื่องร่อนเป็นความรู้ที่นำมาก่อน

เราได้ดูเรื่องบัลลูน เครื่องบิน จรวด ยานอวกาศ สารพัดรูปแบบและความรู้ ถ้ามีเวลาคงจะดูได้อีกหลายวัน

พอเที่ยงครึ่งก็ออกไปหา National Museum of the American Indian ที่อยู่ถัดไป เพื่อไปกินอาหารพื้นเมืองอินเดียน ตามคำแนะนำของคุณเรย์มอนด์ เขามีอาหารพื้นเมือง 5 ภาคให้เลือก เราทดลองกินสเต๊กเนื้อควายกับขนมปังพื้นเมือง อร่อยใช้ได้ หมออมรากับแต้วซื้ออาหารจานเดียวเอามาแบ่งกันกิน 2 คน เป็นสเต๊กปลาแซลมอน

แล้วออกไปเดินหา Russell Building ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานของ senator ทั้งหลาย ผ่าน security check (ซึ่งทำหน้าที่เช็คสิ่งต้องห้ามอย่างเดียว ไม่สนใจว่าใครจะมาทำอะไร) ไปหาห้องของ Senator Hilary Rodham Clinton ที่ Room 476 ตามที่ใต้ติดต่อให้ล่วงหน้า พอบ่ายสองโมงเศษก็มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายหนุ่มๆ ท่าทางไม่คล่อง พาเดินมุดใต้ดินไปขึ้นรถรางใต้ดินไปที่อาคารรัฐสภา (Capitol Building) ไปดูสถาปัตยกรรม ภาพฝาผนัง ประติมากรรมของบุคคลสำคัญ และภาพวาดเรื่องประวัติศาสตร์ และฟังเรื่องราวของอาคารรัฐสภา ซึ่งอลังการมาก ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

อาคารรัฐสภานี้วางศิลาฤกษ์โดย ปธน. วอชิงตันในปี ค.ศ. 1793 เปิดใช้บางส่วน (ส่วน North Wing) ในปี 1800 และการก่อสร้างยังดำเนินต่อไป ทำให้ผมนึกถึงปี พ.ศ. 2525 ตอนที่ผมเริ่มเป็นคณบดีและดำเนินการเปิด รพ. สงขลานครินทร์ 100 เตียงแรกโดยที่การก่อสร้างส่วนอื่นยังดำเนินการต่อ

คนที่มีส่วนสำคัญในการดูแลการก่อสร้างอาคาร Capitol Building คือ ปธน. Thomas Jefferson ซึ่งมาทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ปธน. ที่ในอาคารนี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 1801

ในเดือน ส.ค. 1814 อาคารนี้ถูกเผาและส่วนภายในถูกทำลายโดยกองทัพของสหราชอาณาจักร ต่อมามีการก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นระยะๆ และส่วนโดมก็สร้างภายหลัง

ความอลังการแรกที่เห็นคือส่วนที่ชื่อ Brumidi Corridors เป็นทางเดินเพดานโค้ง อลังการด้วยภาพวาดโดย Constantino Brumidi ใช้หลายเทคนิคประกอบกัน ได้แก่ tempora, oil, และ fresco เริ่มวาดในปี 1856 Brumidi มีวิธีวาดให้ดูเป็นสามมิติ Fresco เป็นเทคนิควาดภาพด้วยสีแร่ละลายน้ำ ลงบนผนังที่ยังไม่แห้ง ต้องวาดเร็วและแก้ไม่ได้ เมื่อสีแห้งก็กลายเป็นซึมเข้าไปเป็นส่วนของผนัง ทำให้ทนทานมาก แต่เวลาผ่านมา 150 ปีต้องมีการซ่อมแซมหลายครั้ง และภาพสามมิติก็ “แบน” ลง และคล้ำขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีการทำวิจัยให้สีและ ความเป็นสามมิติกลับมา เห็นไหมครับ ไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราเอาใจใส่รายละเอียด เราทำวิจัยได้เสมอ

เรากลับมาที่ห้องสำนักงานของ Senator Hilary Rodham Clinton เซ็นชื่อในสมุดเยี่ยม หยิบนามบัตร แล้วขอบคุณและลาเจ้าหน้าที่ แต่เราก็หาทางออกไม่เจอ ต้องถามเจ้าหน้าที่ ปรากฎว่าทางออกอยู่ชั้น 2 ผมได้สติว่าต่อไปเวลาเข้าอาคารขนาดใหญ่ต้องดูดีๆ ว่าเข้าที่ชั้นไหน เพราะไม่จำเป็นต้องเป็น Ground Floor เสมอไป

ออกมาหาสวนพฤกษศาสตร์ (Botanic Garden) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ อยู่ระหว่าง Independence Ave. และ Maryland Ave. และระหว่าง 1st และ 3rd Street เห็นหลังคาเรือนกระจกแต่ไกล เขามีนิทรรศการให้ความรู้มากมาย ได้แก่ พืชในภาคต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา พืชทะเลทราย พืชสมุนไพร พืชเศรษฐกิจ พืชโบราณ 150 ล้านปี (พวกเฟิร์น) ป่าดิบชื้น ป่าที่หมู่เกาะฮาไว

ภรรยากับลูกสาวหมดแรงแล้ว ผมจึงเดินดูและถ่ายรูปเร็วๆ ดูแล้วเห็นชัดเจนว่าเวลานี้โลกาภิวัตน์เกิดขึ้นทุกด้าน ต้นไม้เมืองร้อนก็ปลูกในเมืองหนาวได้มากมายแล้ว และต้นไม้ที่เดิมเป็นของเมืองหนาว เราก็เอาไปปลูกได้ไม่ใช่น้อย

เดินเหนื่อยได้ที่แล้วก็ชวนกันขึ้นรถใต้ดินกลับที่พัก โดยแวะซื้อแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้าน Subway กลับไปกินที่ที่พักด้วยความติดใจ ปรากฎว่าวันนี้ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก

เครื่องบินลำแรกของโลก ที่สองพี่น้องตระกูล ไร้ท์ ทดลองบินสำเร็จ เป็นเครื่องดั้งเดิมมีการซ่อมแซมบ้าง

คุณยายไก๊ด์กำลังอธิบาย ที่เห็นไกลๆ คือ ยานที่ลงดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

ที่เห็นเป็นถังยักษ์คือสถานีอวกาศของสหรัฐอเมริกา

ที่อยู่ข้างหลังคือสถานีอวกาศสหรัฐต่อกับสถานีอวกาศรัสเซีย

รูปทรงกระบอกที่วางทางตั้งคือกล้องโทรทัศน์อวกาศกล้องแรกของโลก ชื่อฮับเบิ้ล ส่วนที่เห็นทางขวาคือสถานีอวกาศของสหรัฐ

Brumidi Corridor ในอาคารรัฐสภา

ภาพเขียน fresco ที่ผนัง corridor

ภาพนกประจำรัฐ

ภาพวาดที่เพดานโดม

ภาพวาดการประชุมร่างคำประกาศอิสรภาพ เมื่อ ค.ศ. 1776

ดอกไม้ตระกูลสัปปะรดอันงดงาม

นี่ก็ตระกูลสัปปะรด

วิจารณ์ พานิช
24 ต.ค. 50
วอชิงตัน ดีซี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

ตามมาท่องเที่ยวกับอาจารย์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้ว นึกถึงตอนลูกพาเที่ยวที่นี่ค่ะ ภาพสวยๆนะคะ