เมื่อขึ้นมาที่อาคาร มีคนแซ่เฮมารอกันอยู่เกือบพร้อมหน้าแล้ว ทักทายกัน จับมือ และกอดกันตามใจปรารถนา.....

         หลายท่านคงได้อ่านบันทึกจาก blogger ที่ได้ไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์ 3 ที่ดงหลวงกันมากแล้ว  ผมก็ติดตามอ่าน เพื่อซึมซับความประทับใจจากท่านอื่นๆ ที่ได้บันทึกไว้ตั้งแต่ก่อนวันงานเป็นต้นมา  จนวันนี้หลังจากพักผ่อนจากการเดินทางอันยาวไกลแล้ว  จึงได้เริ่มต้นลงมือเขียนบันทึก  คงจะเขียนเป็นตอนๆ เพราะมีเนื้อหาสาระและความประทับใจอยู่มากมายที่ไม่อาจเขียนไว้ในบันทึกเดียวได้

          ก่อนการไปดงหลวงครั้งนี้ เริ่มแรกทีเดียวจะไปกัน 4 คน ภายในครอบครัวของผมเอง  พอดีพี่ประสิทธิ์ อุทธา นักส่งเสริมการเกษตรจากสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย และพี่วาด  วานิช เกษตรอำเภอพรานกระต่าย สนใจที่จะไปร่วมงานและไปเรียนรู้ด้วย ก็เลยได้ประสานพี่บางทรายเพื่อแจ้งเพิ่มจำนวน ตกลงทีมของจังหวัดกำแพงเพชรเป็น 6 คน

          พวกเราก็ได้หารือกันว่า ในการไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์ครั้งนี้ เราจะนำผลิตผลอะไรไปร่วมเพื่อเป็นตัวแทนของพื้นถิ่นของเรา  ตกลงก็ให้นำกล้วยไข่ซึ่งเป็นพืชผลประจำถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร และน้ำพริกคั่วของพี่น้องชาวอำเภอพรานกระต่าย นำไปร่วมงานในครั้งนี้  ส่วนการเดินทางนั้นใช้รถยนต์ส่วนตัวของผมหนึ่งคัน และรถของพี่วาดวานิชเกษตรอำเภอพรานกระต่ายอีกหนึ่งคัน เวลาเดินทางของเรานัดหมายกันที่ตี 4 เช้าวันที่ 16 พ.ย. 50 (เพื่อให้ไปทันทีมพิษณุโลกื้หน้า รพ.เขาวง)  ส่วนเส้นทางนั้นพี่บางทรายได้ส่ง EMS มาให้เรียบร้อยแล้ว.....เมื่อทุกอย่างพร้อม..เริ่มเดินทาง

          เช้าวันที่ 16 ประมาณตี 3 ครึ่ง ผมและครอบครัวก็ออกเดินทางจากบ้านพักสำนักงานเกษตรจังหวัด เดินทางไปที่บ้านพักสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่ายตามที่ได้นัดหมายกันไว้ และกว่าเราจะได้เดินทางออกจากอำเภอพรานกระต่ายก็เลยเวลา 4 นาฬิกาเล็กน้อย ใช้เส้นทางผ่านอำเภอลานกระบือ  อำเภอบางระกำและเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก  เสียเวลากับการหาปั๊มแก๊ส LPG อยู่พักใหญ่ที่พิษณุโลก กว่าจะออกเดินทางออกจากจังหวัดพิษณุโลกได้ก็ประมาณ 6 โมงเช้าพอดี

        การเดินทางของพวกเราก็ไปแบบสบายๆ  เส้นทางที่ผ่านผมก็ให้คุณนายที่บ้านเก็บภาพไว้เป็นระยะๆ เพื่อเก็บความทรงจำว่าเราได้ผ่านเส้นทางใดมาบ้าง  และจะขอนำมาฝากชาวบล็อกที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนตามทลำดับของเส้นทางจากจังหวัดกำแพงเพชร สู่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ระยะทาง 700 ก.ม. เต็มๆ ดังภาพต่อไปนี้ครับ

  • ผ่านอำเภอวังทองของจังหวัดพิษณุโลกขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง  สองข้างทางร่มรื่นและสวยงาม  เป็นเส้นทางที่ขึ้นเขาอยู่พอสมควร
  • จากทุ่งแสลงหลวงรอยต่อแห่งขุนเขาที่เราพานพบต่อมาก็คือ "เขาค้อ" ครับ และภาพของเขาหัวโล้นก็ยังมีให้เห็นตลอดสองข้างทาง  แต่ก็เป็นความสวยงามอีกแบบหนึ่ง
  • และแล้วเราก็ผ่านเขตภาคเหนือในจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าสู่เขตภาคอีสาน
  • จากเขาค้อก็ผ่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว  ที่มีป้ายบอก "ระวังหินร่วง" และ "ระวังช้างเดินข้ามถนน" อยู่เป็นระยะๆ
  • แวะบันทึกภาพที่ป้ายของอุทยานไว้เป็นที่ระลึก เพราะนี่เป็นการเดินทางมาครั้งแรกของผมครับ (อิอิ)

 

         เส้นทางที่เราผ่านล้วนน่าสนใจ  รู้สึกตื่นเต้น และเรียกให้เด็กๆ ดูชมสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่สองข้างทางอยู่ตลอดเวลา   ผ่านอำเภอชุมแพ ซึ่งน้องไผ่เขารู้จักดีเพราะติดใจเสือเพิก  ชุมแพนิยายยอดฮิตของช่อง 7 สี    ผ่านจังหวัดขอนแก่น(เลี่ยงเมือง)  แวะเติมแก๊สรถยนต์ของพี่วาด และรับประทานอาหารกลางวันกันที่จังหวัดกาฬสินธุ์   จากนั้นก็มุ่งสู่อำเภอเขาวง ถึงเขาวงประมาณเกือบบ่าย 3 โมง หรือเกือบ 12  แล้วที่เราเดินทางในวันนี้

          เดินทางไปตามป้ายบอกทางของพี่บางทรายและทีมงานดงหลวง  จนถึงป้ายบอกอ่างห้วยไผ่ พวกเราเลี้ยวทันทีโดยไม่รีรอ ปรากฏว่าเราเดินทางถึงอ่างห้วยไผ่คนละเส้นทางกับที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นทางลูกรังตลอด แต่มาทราบทีหลังว่าเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าทางที่กำหนดไว้ แต่ก็ได้เห็นสภาพการจัดการไร่นาและการปลูกพืชสองข้างทางที่มีการปลูกยางพารากันเยอะมาก เลยถือโอกาสเก็บภาพมาฝากครับ

  • ทางลัดสู่อ่างห้วยไผ่...อิอิ

 

  • สวนยางพาราที่วันนี้เริ่มลงมือกรีดยางกันบ้างแล้ว

          แล้วรถของพวกเราก็เดินทางมาถึงอ่างห้วยไผ่ สถานที่จัดงานเฮฮาศาสตร์ 3 ในเวลาประมาณ 16.00 น  ก็เป็นเวลา 12 ชั่วโมงเต็มๆ ของการเดินทาง ในระยะทาง 700 ก.ม  หลงทางบ้างแต่ก็ดีใจที่วันนี้เราเดินทางมาถึงกันจนได้  เมื่อขึ้นมาที่อาคาร มีคนแซ่เฮมารอกันอยู่เกือบพร้อมหน้าแล้ว  ทักทายกัน จับมือ และกอดกันตามใจปรารถนา.....

สองคนสองวัย...นี่คือสัญญานบ่งบอกว่า  "การพัฒนาจะไม่มีวันขาดตอน"

          บันทึกแรกของการไปดงหลวงคงบันทึกช่วงของวันแห่งการเดินทางไว้แค่นี้ก่อนนะครับ  ยังมีต่อตอน 2 นะครับ อย่าลืมติดตามอ่าน

วีรยุทธ  สมป่าสัก  20 พ.ย. 50