ความแตกต่างที่ทำให้รู้ว่าก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือแห้ง

        วันนั้น ประมาณ สามทุ่มกว่า ผมและคณะกลับจากงานสวดศพคุณพ่อของอาจารย์ท่านหนึ่ง  พวกเราไปกันหลายคนเพราะศูนย์ฯ เป็นภาพ

        หลังจากพระสวดเรียบร้อยเจ้าภาพเขาเลี้ยงกระเพาะปลา พวกเราก็ทานกันพอเป็นพิธี และได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ เพลินไปหน่อยพรรคพวกที่ไปด้วย ค้อนแล้วค้อนอีก ผมเห็นว่าสมควรแก่เวลาก็ขออนุญาตเขากลับ  ระยะทางจากบ้านงานมาถึงตลาดสระแก้ว ประมาณ 10 กว่ากิโล  ท้องชักร้องขึ้นมาอีก ก็เลยบอกคนขับรถว่าช่วยแวะร้านก๋วยเตี๋ยวหน่อย อยากซื้อไปกินที่บ้านสักห่อหนึ่ง

        เขาพามาร้านที่เขาบอกผมว่าอร่อยมาก ผมลงไปสั่งหมี่เกี้ยวแห้ง 1 ห่อ ท่านรองก้อย เดินตามผมไปด้วย ร้องสั่งหมี่เกี้ยวน้ำ 1 ถุง เราสองคนยืนคอยอยู่นานมาก เพราะลูกค้าเยอะ  ผมคิดในใจคงอร่อยสมใจอยากแล้วเรา  พักใหญ่เขาส่งถุงก๋วยเตี๋ยวให้สองถุง โดยใส่น้ำแยกมาให้ทั้งสองถุง ผมรับมาแล้วส่งให้รองก้อยถุงหนึ่ง รองก้อยถามว่าถุงใหนของ ผอ. และถุงใหนของหนู

        พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวมองหน้าเราสองคนแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า  มันเหมือนกันทั้งสองถุงนั่นหละ  ถ้าคุณอยากกินแห้งก็ไม่ต้องใส่น้ำ แต่ถ้าอยากกินน้ำก็ใส่น้ำลงไป  ทั้งผมและรองมองหน้ากันและหัวเราะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย  ผมยอมรับว่ารับราชการมา 9 จังหวัด ยังไม่เคยเห็นก๋วยเตี๋ยวที่แปลกเท่านี้เลย

        กลับถึงบ้าน รีบจัดการกับก๋วยเตี๋ยว กินไป คิดไป ถึงคำพูดของพ่อค้า คิดแล้ว คิดอีก มันสื่อความหมายอะไรแอบแฝงหรือเปล่า   สุดท้ายผมสรุปว่ามันคือปรัชญาก๋วยเตี่ยว  ท่านลองคิดดู ในชีวิตคนเราถ้าอยากได้สิ่งใด ก็นำสิ่งนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา  แต่ถ้าไม่อยากได้มันก็สลัดตัดทิ้งไป  ชีวิตคนเราก็เท่านี้  และคืนนั้นผมหลับสนิทมากแต่ก่อนหลับ อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า  เราคิดมากไปหรือเปล่า