ในวันพรุ่งนี้ (๒๑ พย ๕๐) ผมจะเข้าร่วมประชุมที่โรงแรม ตักสิลามหาสารคาม
ในประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
ผมไม่แน่ใจว่าการประชุมจะเน้นไปทางไหน
แต่ผมเข้าใจว่ายังไงๆ ก็ไม่น่าจะหนีไปไกลจากประเด็นการใช้ Best practice (ความสำเร็จ) ทั้งในระดับ
· ในตัวบุคคล
· ในชุมชน
· ในเครือข่าย
· ในระบบวงวิชาการ ด้านต่างๆ และ
· ในระบบการศึกษา
เพราะ Best practice นั้น เป็นฐานคิดที่สำคัญของการจัดการหลักสูตรท้องถิ่นที่มีประโยชนืกับทุกคน
เป็นการนำสิ่งที่ดีๆมาให้ผู้เรียนได้รับรู้ ได้ทราบ ได้เรียน ได้ศึกษา
ที่จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
· รู้จักภูมิปัญญา
· รู้จักตัวเอง
· รู้จักผู้อื่น
· รู้จักทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
เพราะคนที่ไม่รู้จักตัวเอง ย่อมไม่รู้จักใคร และไปไหนไม่ถูก
เช่น สมมติว่า ถ้ามีคนโทรมาท่าน สักเวลา สามโมงเย็น แล้วถามอย่างรีบร้อน ว่า
“สวัสดีครับ คุณคือใครครับ และช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าผมคือใคร ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ผมอ่านหนังสือไม่ออก และก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย ผมจะต้องรีบไปงานแต่งงานเพื่อนที่แม่ฮ่องสอน ก่อนหกโมงเย็นวันนี้” (ดีนะที่รู้ว่าจะไปไหน เวลาเท่าไหร -ถ้าไม่รู้คงแย่กว่านี้นะครับ)
· ท่านจะตอบว่าอย่างไร
· ใครจะช่วยเขาได้
· ช่วยได้ยาก ง่าย ลงทุนมากน้อยแค่ไหน
นี่เป็นอาการของคนที่รู้ว่าจะไปไหน (ดีนะที่รู้)
แต่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน (ไม่รู้จักตัวเอง)
ไม่มีทางจะไปไหนได้
ดังนั้น การที่เราจะทำงานได้ดีนั้น ต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน ว่า
· ตนเป็นใคร
· กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน
· กำลังจะไปไหน
· จะไปทำไม ไปทำอะไร
· ไม่ไปได้ไหม
· ไปแล้วจะได้อะไร
การคิดแบบนี้จะทำให้เราชัดเจน และทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ
การจัดหลักสูตรท้องถิ่นโดยใช้ Best practice นำทาง จึงทำเพื่อให้ทุกคน รวมทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครองจะได้รู้จักตัวเอง
เดินไปอย่างเข้าใจตัวเอง และไม่หลงทาง
อย่างในปัจจุบัน ที่เราหลงไปกับ
· กระแสทุนนิยม บริโภคนิยม และวัตถุนิยม ที่ทำให้หลอกให้ทุกคนเสพติดจนเป็นเหยื่อ ถอนตัวไม่ขึ้น
· ทุกคนที่เสพติด จะต้องติดหนี้ยืมสินกันรุงรัง ทั้งนอกระบบ ในระบบ จนแทบหาทางออกไม่เจอ
· ขนาดคนที่พยายามหาทางออกแบบเอาเป็นเอาตาย ก็ยังทำได้ยาก เพราะพิษการเสพติดเข้าไปนิสัย (และสันดาน????)
· คนที่ดำรงชีวิตอยู่ไปวันๆ ยิ่งมีแต่ลำบาก จมลึกลงไปทุกวัน
เมื่อเราใช้ Best practice ที่ทำสำเร็จแล้วในการเรียนการสอน
จะทำให้เรา รู้จักตัวเอง สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม นำทาง
· เราจะเริ่มเห็นความจริงของชีวิต และระบบสังคม
· มีตัวอย่างทางออกในการแก้ไขปัญหา ด้านต่างๆ
· มีแนวทาง ตัวอย่างการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตีบตัน
· มีขวัญและกำลังใจ
· ไม่เป็นคนกอดเข่าเจ่าจุก คิดไม่ออก อยู่ไปวันๆ
· แต่อยู่อย่างมีความหมาย
· และมีเป้าหมาย ที่เป็นประโยชน์กับทุกคน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามความหมายของ Best practice
เมื่อครูได้เรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้ ผู้ปกครองได้เรียนรู้ Best practice และแนวทางการพัฒนาที่มีพลัง
น่าจะทำให้เกิดแรงผลักดันให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป็นตัวอย่างที่ขยายผลได้ของ Best practice ที่อาจนำไปสู่การพัฒนาแบบระเบิดปรมาณูได้
ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าเราน่าจะใช้ Best practice ในการวางรากฐานการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาทั้งการเรียนการสอน การศึกษา ภูมิปัญญา และแนวทางการพัฒนาสังคมพลังงานปรมาณู หรือศูนย์เรียนรู้ได้อย่างเป็นจริง
มีการพึ่งพากันของชุมชน และเครือข่าย ที่สามารถพัฒนาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning community) ได้จริง
ท่านคิดว่าอย่างไรครับ



สวัสดีครับ..ท่านอาจารย์ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ เกี่ยวกับเรื่องของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ผมเห็นนด้วยเป็นอย่างยิ่งครับที่ควรจะต้องจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิทยากรบางท่าน ที่เน้นไปเฉพาะในเรื่องของรูปธรรมที่เห็นได้ชัด เช่น ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาชีพ สิ่งแวดล้อม อะไรจำพวกนี้ ตามความคิดเห็นของผม ผมว่าน่าจะเน้นที่ "วิธีคิด" หรือ "กระบวนความคิด" ของคนในท้องถิ่นมากกว่า เขามีวิธีคิดอย่างไร มีภูมิปัญญาอย่างไร มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร มีวิธีพัฒนาอย่างไร ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งก็ค่อนข้างเป็นนามธรรม แต่ผมว่าถ้าเราค้นหาให้เจอ แล้วนำมาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นได้ ก็น่าที่จะมีส่วนช่วยให้เราค้นหาตัวตนของตัวเราได้มากยิ่งขึ้น เมื่อค้นหารตัวตนของเราเจอ ก็เท่ากับเรามีรากแก้วที่ช่วยยึดความมั่นคงของชีวิตที่จะรอรับกระแสอันเชี่ยวกรากของโลกาภิวัตน์ได้บ้างนะครับ...ขอบคุณครับ
หลักสูตรท้องถิ่นยังต้องบูรณาการให้ครบทุกด้านครับ
และควรเน้นประเด็นที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น
และมีตัวอย่างทางเลือกแก้ไขปัญหาให้เห็นชัดๆ
ว่าเป็น best practice ที่ควรนำมาเรียนรู้ ให้ภูมิใจในตัวเองอย่างไร
จะทำให้ผู้เรียนมองทุกอย่างอย่างเชื่อมโยงกัน
โดยเน้นประเด็นที่ทำให้สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ได้
จึงจะมีประโยชน์อย่างแท้จริง
ในทางกลับกัน
ผมจึงไม่เห็นด้วยกับแค่การนำคนที่ทำสำเร็จมาบรรยายเชิง "เทคนิค" ที่ขาดบริบททางสังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
และที่สำคัญ
จึงจะมีประโยชน์ครับ
ขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงครับ ที่ช่วยชี้ทางสว่าง ในเรื่องของการเชื่อมโยง ที่ผ่านมาเราขาดการเชื่อมโยงครับ เราทำเป็นส่วนๆ เช่น เรียนเรื่องรำไทย เราก็เรียนแค่รู้ไปเท่านั้นเอง ไม่ได้เชื่อมโยงมาสู่สังคม ไม่ได้เชื่อมโยงมาสู่ชีวิตจริง ไม่ได้เชื่อมโยงให้เห็นวิธีคิด...ที่ชอบๆพูดกันว่า บูรณาก่าร หรือ องค์รวม ก็คงเป็นอย่างนี้ใช่ใหมครับ...ขอบคุณครับ
ครับ
คนจะภูมิใจในตัวเองได้ต้องมีครบทุกด้านครับ
เช่น ตัวอย่างง่ายๆ
ถ้าเรามีแขนขวา ๓ แขน ก็คงไม่เท่ากับมีแขนครบสองข้างครับ
เรียกว่า มีมากแต่ไม่ครบ อาจทดแทนกันไม่ได้ครับ
หลักสูตรท้องถิ่นก็เช่นกันครับ ต้องทำให้สมดุลและครบส่วนครับ
การเรียนยังขาดอะไรที่จำเป็นต้องมีในระบบชีวิตประจำวัน ต้องเติมสิ่งนั้นก่อนทำอย่างอื่นครับ
ที่สำคัญ จะมีอะไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับมีสิ่งที่จำเป็นที่สุด ขาดไม่ได้ และคนอื่นอาจไม่มี ยิ่งน่าภูมิใจ
(แต่ต้องมีครบเหมือนเดิมครับ)
สวัสดีครับอาจารย์ ดร.แสวง
ขนาดสังคมพลังงานปรมาณูเลยหรือครับ ใจผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรหรอกนะครับ อยากให้มันเป็นอย่างนั้นตั้งนานแล้ว....ท้องถิ่นเองก็ขานรับนะครับแบบที่อาจารย์เสนอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพานักวิจัยจาก กศน.ร่วมกับ มสธ.ไปเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลักหลายๆท่าน ในหัวข้อวิจัยเกี่ยวกับจะให้ท้องถิ่น เครือข่ายมารร่วมจัดกิจกรรม กศน.และการศึกษาตามอัธยาศัย นายก อบต.ขอนหาด อ.ชะอวด คือนายกประยงค์ เขาก็คิดอย่างอาจารย์เลยครับ ฟังดูแล้วดีใจที่เขามีจินตนาการก้าวหน้า บางอย่างก็ได้เริ่มแล้ว บางอย่างก็กำลังจะต่อยอดอย่างโน้นอย่างนี้แล้ว ฟังแล้วมีความสุขครับ
ว่างๆแล้วผมจะได้นำมาเขียนเล่าให้ฟังครับไม่พ้นหลักคิดของอาจารย์ครับที่จะนำ best practice มาเป็นจุดเริ่มต้นแบบเรียนลัดครับ
ขอบคุณครับ ครูนง
ผมก็มองไม่เห็นทางอื่นที่จะดีกว่าการใช้ Best practice เป็นเครื่องชี้นำในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
นอกจากนี้ ครูผู้สอนควรจะช่วยพัฒนา Best practice ให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครองไม่อืดอัด กับการที่ครูสอนให้ลูกเขามีความรู้เท่ากับชาวบ้าน
แต่ถ้าครูกลับสอนให้ได้ดีกว่าเดิม จึงน่าจะเป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่าย ทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครอง
นี่คือ แนวคิดที่น่าจะใช้ได้นะครับ..
รบกวนท่านผู้รู้ ช่วยอธิบายแนวคิด ความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของ "หลักสูตรท้องถิ่น" ด้วยครับว่าเป็นอย่างไร ?
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร.แสวง
หลักการและเหตุผลเดืมๆ ของหลักสูตรท้องถิ่นนั้น อยู่ใน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๔๔ จะเป็นต้นแบบที่ดี ยังไม่ถูกแปรรูป ตามใจผู้สอน หรือเงื่อนไขเฉพาะบุคคล
มีหลักการ ๒ ข้อ
และให้ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ครับ
ถ้าสนใจอาจหาได้จากคำค้น "หลักสูตรท้องถิ่น" ครับ