โพธิวิชชาลัย

         ระยะนี้ผมมีราชการต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยมาก จึงทำให้ว่างเว้นจากการเขียน blog คิดตลอดเวลาว่ามีเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟัง เริ่มเลยนะครับ เมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมปฏิบัติการ เรื่องการจัดทำศูนย์เรียนรู้ตำบลของโพธิวิชชาลัย ที่ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ หรือชาวสระแก้วเรียกว่า บ้านดิน 

        ที่ชาวสระแก้วเรียกว่าบ้านดิน เพราะอาคารทุกหลังสร้างมาจากดิน เย็นสบายมากครับ กิจกรรมวันนั้นเขาได้เชิญเครือข่ายที่มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นศูนย์เรียนรู้ตำบล ของโพธิวิชชาลัย (เรื่องโพธิวิชชาลัย จะเล่าให้ฟังวันหลังนะครับ) เครือข่ายของบ้านดินมากันเยอะครับ จากทุกอำเภอ รวมทั้งคนของ กศน. ด้วย

         ประธานในการเปิดการประชุม คือ ผศ.อำนาจ  เย็นสบาย  จาก มศว.ประสานมิตร ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า โพธิวิชชาลัยเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีเป้าหมายในการดำเนินงานอย่างไร น่าสนใจมาก  ต่อจากนั้นคุณสมิทธิ์  เย็นสบาย ผู้จัดการบ้านดินได้เล่าในรายละเอียดของการก่อสร้าง ข้อสำคัญสมเด็จพระเทพฯ จะทรงเปิดโพธิวิชชาลัยในวันที่ 28 มกราคม 2551 จากนั้น ก็แบ่งกลุ่มเพื่อออกแบบศูนย์การเรียนรู้ตำบล หลักการง่าย ๆ ครับ คือในแต่ละศูนย์ฯ ต้องมีพื้นที่ 9 ไร่ ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะ  แห่งละ 9 ไร่ รวม 9 ตำบล จะได้พื้นที่การเรียนรู้ 81 ไร่ เหตุผลคือ ตรงกับพระชนมายุของในหลวงในปี 51 พอดี 

         ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือบรรดาผู้เข้าร่วมในการประชุมล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ผมเองอยากรู้จักทั้งนั้น คุณจรูญ (ขออภัยจำนามสกุลไม่ได้) เจ้าของบริษัทน้ำตาลขอนแก่น ที่บริจาคที่สำหรับสร้าง โพธิวิชชาลัย ผู้แทนจาก พอช. หน่วยงานภาครัฐอีกมากมาย แต่มีท่านหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ อาจารย์ยักษ์ (อาจารญ์วิวัฒน์ ศัลยกำธร) ท่านสรุปถึงลักษณะของการที่คณะกรรมการจะออกไปตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้หลังจากทุกแห่งดำเนินการเรียบร้อยแล้วว่า คณะกรรมการจะยึดหลัก 6 ด.ในการเข้าไปเยี่ยมเยีนในพื้นที่ คือ

        ดู  เพื่อพิสูจน์ว่าศูนย์นั้นได้ทำอะไรไปบ้าง

        ดม เพื่อรู้ถึงคุณภาพของสิ่งที่ทำไป

       เด็ด ถ้าสิ่งนั้นดี มีประโยชน์ก็จะนำไปเผยแพร่ที่อื่น

       แดก จะร่วมกินข้าวกับชาวบ้าน เพราะระหว่างกินข้าวจะทำให้รับรู้เรื่งราวต่าง ๆ

       ดื่ม จะร่วมสร้างพฤติกรรมพิเศษในบางครั้งบางขณะเพื่อให้ชาวบ้านกล้าพูดความจริงออกมา

       และประการสุดท้าย คือ ด่า เพราะถ้าทำในสิ่งที่เกินเลยไป ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ ก็ต้องมีการตำหนิ ติเตียน กันบ้าง

       หลัก 6 ด. ของอาจารย์ยักษ์ น่าสนใจมาก ใครจะจำไปใช้ ผมคิดว่าอาจารย์ยักษ์คงไม่ว่า และจะอนุโมทนาให้อีกตังหาก