เพื่อให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องคณะผู้นิพนธ์ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ) จึงได้เรียบเรียงเรื่องนี้โดยใช้บทความเรื่อง Uniform Requirement for Maniscripts Submitted to Biomedical Journal เป็นหลักดังนี้
คณะผู้นิพนธ์หรือคณะผู้รายงานจะต้องเป็นผู้ได้ร่วมปฏิบัติงานโดยแท้จริงเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ไม่ควรใช้บทรายงานการวิจัยเป็นที่ชุมนุมสหกรณ์ของหน่วยงาน คณะ ภาควิชา หรือมหาวิทยาลัย อันเป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ของระบบอุปถัมภ์แต่อย่างใด จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการเชื้อเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานวิจัยโดยตรงตั้งแต่ต้น มีส่วนร่วมในการร่างหรือปรับปรุงร่างโครงการวิจัย มีส่วนร่วมในการเสนอโครงการวิจัย มีสัดส่วนในการปฏิบัติงานที่เห็นได้ชัดเจน จำแนกได้เป็นรูปธรรม โดยสรุปจะต้องเป็นผู้อยู่ในกรอบดังต่อไปนี้
-
ผู้ที่ให้แนวคิดของโครงการวิจัยและวางโครงร่างงานศึกษาวิจัยนั้นๆ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล แปลข้อมูล ผู้ที่ให้แต่เพียงแนวคิดแต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางโครงร่างวิจัย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ร่วมนิพนธ์ ควรจะอยู่ในกิตติกรรมประกาศ
ยกตัวอย่างเช่น ผู้นิพนธ์ได้แนะนำให้อาจารย์ในภาควิชาจุลชีววิทยาที่ผู้นิพนธ์ปฏิบัติงานอยู่ ทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรคของหนูท่อในกรุงเทพมหานคร โดยได้แนะนำแหล่งที่จะติดต่อเพื่อเก็บตัวอย่างตรวจ แนะนำแหล่งเงินทุนวิจัย ตรวจทานโครงร่างการวิจัย ในกรณีเช่นนี้ถือว่าผู้นิพนธ์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัย ถ้าจะให้เกียรติก็ขอให้ขอบคุณในกิตติกรรมประกาศก็พอ
- เป็นผู้เรียบเรียงบทรายงานนั้นๆ หรือผู้ที่แก้ไขปรับปรุงร่างในส่วนที่เป็นเนื้อหาทางวิชาการ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้แก้คำผิด หรือผู้ที่ตรวจสอบความถูกต้องของภาษาอังกฤษ สองกรณีหลังนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร่วมนิพนธ์
- ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจรับรองต้นฉบับล่าสุดที่จะส่งตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้นิพนธ์และผู้ร่วมนิพนธ์คือผู้ที่ทำหน้าที่ 3 ประการนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แบบธรรมเนียมไทยอาจหละหลวมกว่านี้ได้บ้าง แต่อย่าให้หลวมถึงขนาดน๊อตหลุด กฎเกณฑ์ของวารสารบางฉบับอาจขอให้ทำบัญชีแจกแจงหน้าที่ของผู้นิพนธ์แต่ละคนแนบไปด้วย
|
Author and Co-authers
|
ผู้ที่ไม่ควรเป็นผู้ร่วมนิพนธ์
- ผู้ที่เพียงแต่มีส่วนในการขอทุนสนับสนุนการวิจัย เช่นหัวหน้าหน่วยซึ่งเขียนข้อความสนับสนุนการขอทุนวิจัย
- ผู้ที่มีหน้าที่เพียงเก็บรวบรวมข้อมูล และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเป็นลักษณะงานประจำ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร่วมวิจัย
- ผู้ให้คำแนะนำ นิเทศน์งานให้แก่คณะนักวิจัย
- หัวหน้าสถาบัน หน่วย สาขา กอง ภาควิชา คณะ กรม มหาวิทยาลัย วารสารบางฉบับจะให้เกียรติโดยให้ลงได้ว่าหัวหน้าสถาบันคือผู้ใด แต่ไม่ใช่เป็นผู้ร่วมนิพนธ์
การศึกษาที่กระทำในลักษณะสหสถาบัน ผู้ที่จะเข้าข่ายจะเป็นผู้นิพนธ์ก็จะต้องเข้าเกณฑ์ 3 ข้อเช่นกัน จึงจะเหมาะสมกับการเป็นผู้ร่วมนิพนธ์ หากไม่เข้าเกณฑ์ก็ควรขออนุญาตท่านเหล่านั้นนำชื่อไปไว้ในกิตติกรรมประกาศ หรือนำไปประกาศไว้ในภาคผนวกก็ได้
ในขั้นตอนของการร่างโครงร่างการวิจัย ควรจะได้ตกลงกันถึงเรื่องคณะผู้นิพนธ์ไว้ให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง รวมทั้งสัดส่วนของการมีส่วนร่วมด้วย
ขอบคุณอาจารย์ที่มาแนะนำสิ่งดีๆๆเพราะยังมีคนอีกมากที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้
ขอขอบคุณเช่นกันค่ะ สำหรับความรู้สึกดีดีที่ได้รับ
อยากหารืออาจารย์ว่า ถ้า มช. ออกนอกระบบ แล้ว สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลต้องไปใช้สิทธิ์ประกันสังคมทุกคน ผู้บริหารจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะสวัสดิการมันแตกต่างกันมากเหลือเกินและญาติสายตรงอีกจะเป็นอย่างไร เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวนะคะ เรื่องอื่นยังไม่รู้จะเจออะไรอีก ไมรู้จะทำอย่างไงดี