วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3947 (3147)
Lifestyle Campus Lifestyle Education
“เอแบคซิตี้แคมปัส” ของมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ (เอแบค) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นั้นถือเป็นความเคลื่อนไหวในแวดวงอุดมศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะวิทยาเขตแห่งนี้เลือกเอาทำเลหลักย่านกลางเมืองที่เป็น “ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งมอลล์” อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ที่มีภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว เจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทั้งกลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นนักศึกษาในทุกระดับ เพราะวันนี้ห้างสรรพสินค้าก็เสมือนเป็นทุกอย่างของคนเมือง ในการใช้เวลาหลังเลิกงานหรือเวลายามว่างเข้าไปใช้บริการ
ตามแนวคิด “มหาวิทยาลัยในสถานประกอบการ” เป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องมีพื้นที่บริเวณกว้างขวางเหมือนวิทยาเขตสุวรรณภูมิ หรือ วิทยาเขตหัวหมาก แต่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลด้วยระบบเทคโนโลยีในเครือข่ายได้ทั้งหมด ถือเป็นความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยยุคใหม่ที่แตกต่างจากสมัยก่อน ด้วยการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ที่จะให้บริการทางวิชาการแก่สังคมได้กว้างขวางและตรงกับกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น
การเปิด “ซิตี้แคมปัส” ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจึงเป็นการให้บริการรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องการตอบสนองกลุ่มนักธุรกิจทุกเพศทุกวัย ที่ประสงค์จะพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลวัต ตามหลักการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะถ้าไม่แสวงหา ความรู้ก็จะตามความเปลี่ยนแปลงและคนอื่นไม่ทัน จะทำให้ดำรงชีวิตงานและชีวิตครอบครัวยากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในเรื่องเวลาและการเดินทาง (Time and Motion) มหาวิทยาลัยจึงต้องพัฒนารูปแบบ การให้บริการทางวิชาการที่จะสามารถเอาชนะ ข้อจำกัดดังกล่าว
หาก มหาวิทยาลัยและวิทยาเขตยังอยู่ห่างไกลจาก เมือง คนที่ทำงานแล้วต้องการเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพิ่มเติม หากต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดในเมือง เพื่อไปห้องเรียนที่วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ถนนบางนา-ตราด หรือฝ่าการจราจรที่คับคั่งและติดหนาแน่นย่านรามคำแหงไปเรียนที่หัวหมาก ทุกวันแล้ว ก็คงจะหมดกำลังใจและหมด ความอดทนเสียก่อนที่จะได้เรียน ดังนั้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจึงคิดว่า “ซิตี้แคมปัส” คือ คำตอบและเป้าหมายที่จำเป็นของคนทำงาน ที่จะมาแสวงหาวิชาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองด้วยความสะดวกสบาย
วิทยาเขตแห่งนี้ ไม่เพียงมุ่งเน้นการเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อทำการเรียนการสอน ซึ่งเหมาะกับการพัฒนาและเพิ่มเติมความรู้ เช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ความรู้ภาษาจีน ความรู้ด้านธุรกิจ และการประกอบการ เป็นความรู้ที่เรียนแล้วสามารถนำไปใช้งานได้ทันที ขณะเดียวกันยังมุ่งจะเป็น “วันสต็อปเซอร์วิส” ที่ให้บริการสำหรับศิษย์เก่า รวมถึงการให้ข้อมูลกับเด็กและผู้ปกครองที่สนใจจะขอ ข้อมูลของมหาวิทยาลัย นี่จึงเป็นการทำการตลาดที่น่าสนใจ
ดร.กิติ โพธิกิตติ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ที่นี่เราเรียกกว่า “ไลฟ์สไตล์ เอดูเคชั่น” (lifestyle education) เพราะเรามีคน 2 กลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ กลุ่มแรกคือ กลุ่มผู้บริหาร หรือคนทำงาน ที่จะเข้ามาเรียนในหลักสูตรระยะสั้น ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มใหม่คือกลุ่มวัยรุ่น ที่สนใจเรื่องไอที และความสมัยใหม่
“สิ่งที่เราทำเป็นการดึงคนเข้ามา ผมมองในแง่บวกว่า ที่นี่รับคนได้เฉลี่ยวันละประมาณ 7,000 คนต่อรอบ ตอนนี้มียอดเข้าๆ ออกๆ กว่าจำนวน 400 คน และเราก็ไม่มีแผนไป เปิดที่อื่น เพราะเรามีเครืออัสสัมชัญ เช่น มงต์ฟอร์ต ที่เชียงใหม่ และที่อื่นๆ อยู่แล้ว ของเราจะทำการตลาดแบบปากต่อปากมากกว่า ไม่ได้จะไปซื้อสื่อ ตอนนี้ที่เพิ่งเปิด ผลตอบรับเราค่อนข้างพอใจ คิดว่าอีกไม่นานคนจะรู้จักและสามารถไปติดต่อรับข้อมูลข่าวสารกับเราที่นั่นได้ หรือถ้าเป็นนักศึกษาอยู่ก็สามารถติดต่อขอรับเอกสารได้เลย เราสามารถตอบสนองและให้คนในเมืองมีโอกาสเทรนนิ่งตรงนี้ได้มากขึ้น”
สำหรับการเลือกเปิดหลักสูตรมาจากความต้องการของผู้เรียน และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป อย่างตอนนี้บ้านเราขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านองค์กร เราก็จะจัดหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งป้อนให้กับบริษัทนั้น เช่น ตอนนี้เขามีเรื่องของแนวการบริหารการเงินใหม่ๆ อย่างธนาคาร มีอะไรใหม่ๆ ออกมามาก เพื่อเป็นทางที่จะดึงลูกค้าเข้ามา ก่อนหน้านั้นเขาก็ต้องให้พนักงานของเขาเข้าใจก่อน การวิเคราะห์การเงินสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมด้วย เราก็มาเสนอให้ ไม่ต้องไปเรียนปริญญาบัตร ฉะนั้นการเลือกก็ขึ้นอยู่กับว่าคนต้องการจะเรียนอะไรด้วย นี่คือวิธีการคิดง่ายๆ
“ตอนนี้มีมหาวิทยาลัยในตลาดเยอะมาก เรามองว่าเป็นคู่แข่งก็อาจจะได้ แต่ผมมองว่าเป็นความหลากหลายในการช่วยพัฒนาบุคลากรของประเทศมากกว่า นักศึกษาก็ สามารถมาเลือกในที่ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ อาจจะเหมาะเรื่องสถานที่ก็ได้ บางคนที่คิดว่าเรียนที่ไหนก็ได้ แต่บางคนก็มองในชื่อเสียงของสถาบันมากกว่า”
การขยับครั้งนี้ของเอแบค จึงเป็นการ เปิดเกมที่น่าสนใจ จากนี้ไปก็ต้องจับตาดู ว่าจะมีมหาวิทยาลัยไหนเข้ามาร่วมวงบ้างก็เท่านั้น
ABAC's Lifestyle Campas
ABAC กับการขยับช่องทางจัดจำหย่ายใหม่ บนconcept ฮิตค้าปลีก ..Lifestyle Center
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Majoring in English · 18 พ.ย. 2550
Kati · 18 พ.ย. 2550
Kati · 18 พ.ย. 2550
Kati · 18 พ.ย. 2550
ธีระพร ทองรอบ · 18 พ.ย. 2550
ธีระพร ทองรอบ · 18 พ.ย. 2550
Dr. Phichet Banyati · 18 พ.ย. 2550
ไม่รุสิ ชอบบรรยากาศแบบ campus มากกว่า
เราคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเขา :D
แนวคิดในเรื่องนี้ถือว่าใหม่มากๆ แต่ก็น่าจะดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรจะคำนึงถึงมากที่สุดคือ core product ซึ่งก็คือ คุณภาพของการสอน ถ้ารีบขยายตัวมากเกินไปการสอนจะมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากอาจารย์อาจไม่เพียงพอในด้านนั้น
อ่านแล้ว รู้สึกเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะเป็นแนวคิดที่สามารถตอบโจทย์กับสังคมในปัจจุบันและกลุ่มคนที่เปลี่ยนไป เนื่องจากคนที่ไม่ค่อยมีเวลาก็สามารถมาเรียนเป็นหลักสูตรระยะสั้นหรือเป็นคอร์สๆไปได้ คล้ายกับที่ต่างประเทศ ที่เรียนเพื่อเพิ่มทักษะเป็นด้านๆไป
แต่อย่างไรก็ตาม ควรจะ educate คนให้รับรู้ถึงแนวคิดนี้ให้มากกว่านี้ เพราะการรับรู้ของคนไทยไม่เร็วเท่ากับคนต่างชาติ
เป็นโครงการที่น่าสนใจ และแปลกใหม่ นอกจากจะในแวดวงการศึกษาแล้ว ยังส่งผลต่อวงการศูนย์การค้าอีกด้วย
แต่นอกจากนั้นก็ควรจัดทำโครงการให้เห็นชัดเจน และสามารถทำได้จริง เพื่อเป็นโครงการนำร่องให้แก่สถาบันการศึกษาอื่นๆด้วย
ถือเป็นมิติใหม่ของการศึกษาและการเรียนรู้ เนื่องจากมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ที่อยู่ในย่านของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างการรับรู้และความผูกพันของแบรนด์มหาวิทยาลัยเอแบคให้กับผู้บริโภคด้วย นับว่าเป็นไอเดียที่ดีค่ะ
ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่เอแบคช่วยสร้างโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อตอบสนองสไตล์ของคนเมืองที่ทำงานแล้วและมีข้อจำกัดทางด้านเวลา ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้ามาพัฒนาความรู้ในคอร์สระยะสั้นได้ แต่สิ่งที่อยากแนะนำ คือในด้านประชาสัมพันธ์ นอกจากการทำการตลาดแบบปากต่อปากแล้ว ก็ควรเปิดเวบไซด์เพื่อแจงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง และถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
จุฬาเอาบ้างมั้ย
ใจกลางกว่าด้วยที่จามจุรีสแควร์ที่กำลังจะเปิด
แต่ต้องทำให้ดีและพร้อมกว่าเค้านะ