ขอบคุณท่านผู้ชม
เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ
งานหมู่บ้านมั่นคง
ที่สวนอัมพร
15 พฤศจิกายน 2550
ผมได้รับการติดต่อจากคุณแก้วตา ทองฉ่ำ ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงสามชุก ให้นำศิลปะพื้นบ้านเพลงอีแซวไปแสดงในงานบ้านมั่นคง จัดที่บริเวณสวนอัมพร ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2550 ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. งานนี้ทางสหกรณ์บ้านมั่นคงได้จัดเวทีการแสดงของภาคกลางเอาไว้ในบริเวณงาน แถบภาคกลาง 9 จังหวัด ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของเวทีใหม่ ที่สวนอัมพร ทางผู้ประสานงานติดต่อแจ้งกับผมมาว่า เวทีการแสดงมีขนาดเล็กมาก เกรงว่าเด็ก ๆ จะขึ้นไปแสดงไม่สะดวกอยากจะให้แสดงที่พื้นซึ่งเขาจัดเป็นสวนดอกไม้สวยงามมาก ผมตอบไปว่าเรื่องของสถานที่ไม่มีปัญหาหากเด็กๆ เขาไม่คล่องตัวก็คงเลือกแสดงที่ด้านล่าง
ถึงกำหนดที่จะต้องไปทำการแสดงคือ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา 08.00 น. เป็นเวลาที่ผมได้นัดหมายกับเด็ก ๆ และได้ขออนุญาตสถานศึกษา ประสานงานกับท่านผู้ปกครองของนักเรียนล่วงหน้าเอาไว้แล้ว นักแสดงเตรียมชุดการแสดงและอุปกรณ์ประกอบการแสดงขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสวนอัมพร ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ วันนี้ เด็ก ๆ ดูจะมีชีวิตชีวาหน่อยเพราะจะได้ไปในสถานที่สำคัญ สวนอัมพร พระบรมรูปทรงม้า พระทีนั่งอนันตสมาคม สวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา) แต่ว่าสถานที่สำคัญที่ผมกล่าวมาเด็ก ๆ คงได้แต่แลเห็นเท่านั้นเพราะเราคงไม่มีเวลาที่จะได้พาเขาไปเที่ยวชม ก็ดูเอาแต่เพียงภายนอกไปก่อนก็พอ

รถที่นำคณะของเราไปถึงบริเวณสวนอัมพร เวลาประมาณ 10.10 น. ในบริเวณงานบ่งบอกถึงความเป็นไทยทุกภาค และเน้นคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” มีการแสดงผลงานของสหกรณ์ชุมชนต่าง ๆ ที่มาจากทั่วประเทศ แสดงที่อยู่อาศัย อาชีพ ผลผลิตของแต่ละท้องถิ่น น่าชมมาก เขาจัดเป็นบ้าน ปลูกสร้างแบบเสาลอยใหญ่บ้างเล็กบ้าง มีให้เห็นทั่วไปในบริเวณงาน มีสมุนไพรหลายชนิดจำหน่าย มีนวดแผนโบราณ มีเสื้อตราสัญลักษณ์ 80 พรรษา ในหลวง สีชมพู สีเหลือง มีอาหารไทยทั้งรับประทานในงานและซื้อกลับไปที่บ้านได้ นอกจากนั้นยังได้พบกับความรู้ในเชิงวิชาการภายในบ้านทุกหลังอีกมาก
ในวันนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงเทพฯ สาขาใหญ่ ถนนสีลม มาติดตามชมผลงานเพลงพื้นบ้านของเราด้วย เพื่อนำเอาข้อมูลไปพิจารณาเชิญชาวคณะไปแสดงในงานสำคัญของธนาคารกรุงเทพฯ นับได้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่หน่วยงานใหญ่ ๆ ระดับชาติเล็งเห็นคุณค่าของเพลงพื้นบ้าน (ผิดกับบางสถานที่ ไม่เห็นคุณค่าของศิลปะการแสดงประเภทนี้เท่าทีควร) ก็เป็นความเห็น ความคิดของแต่ละคน ต่างจิตใจกัน แต่สำหรับผู้ประสานงานบ้านมั่นคงภาคกลาง ผมต้องขอขอบพระคุณเอาไว้หลาย ๆ ครั้งที่ท่านให้ความเมตตาเยาวชนกลุ่มนี้ที่ได้เดินหน้าสืบสานเพลงพื้นบ้านอย่างจริงจังมานานให้คงอยู่ได้ด้วยการให้โอกาส ให้สถานที่ได้แสดงผลงาน
จากกำหนดการเดิม เพลงพื้นบ้านของเราจะทำการแสดงที่เวทีของภาคกลางในเวลา 12.00-13.30 น. แต่เนื่องจากว่า มีการแสดงของทุกภาคต่อ ๆ กันจึงทำให้เวลาในการขึ้นเวทีเลื่อนไปเป็น 13.20 น. (เด็ก ๆ แต่งตัวรอกันนานพอสมควร) เมื่อได้เวลาขึ้นเวที (การแสดงของภาคอีสานจบลง) ที่หน้าเวทีและบนถนนทางเดิน รวมทั้งซุ้มต่าง ๆ มีผู้คนน้อย ดูจะบางตามไป เด็ก ๆ ถามผมว่า อาจารย์ค่ะ “จะมีคนมาดูเราไหมนี่” ผมปลอบใจเด็ก ๆ ว่า “ผู้คนที่อยู่ในบริเวณงานบ้านมั่นวันนี้มีมากลูก ครูว่านับจำนวนพัน พอเราเริ่มแสดงเขาได้ยินเสียงก็คงจะเดินตามเสียงร้องของหนูมาให้กำลังใจกันมากลูก”
เมื่อเสียงร้องเพลงไหว้ครูเริ่มต้นขึ้นที่ การขับเสภา ของหทัยกาญจน์ เมืองมูล เครื่องเสียงดังดีพอประมาณ ดังไปได้ไม่ไกลพอที่ทำให้คนที่อยู่ห่างจากเวทีไปสัก 30-50 เมตรได้ยินได้ ต่อจากนั้นเป็นบทร้องไหว้ครูด้วยเพลงอีแซว โดยธีระพงษ์ พูลเกิด และตามด้วยเพลงแหล่บูชาครู โดย รัตนา ผัดแสน ผมบันทึกภาพและวิดีโออยู่ เหลือบไปดูบริเวณหน้าเวทีมีคนมาให้กำลังใจนักแสดงหนาตาและเพิ่มมากขึ้นจนเต็มพื้นที่ ในเวลาประมาณ 13.30 น.
- เริ่มบทร้องเทิดพระเกียรติ 80 พรรษาในหลวง เป็นบทแรก “กราบลงบนแผนดินท้องถิ่นกำเนิด จงรับรู้ด้วยเถิด ว่าลูกก็สายเลือดไทย” เครื่องเสียงมีปัญหา ดังไม่แจ่มใส
- จบแล้วนักแสดงพูดทักทายท่านผู้ชมพอสมควรชวนหัวบ้างตามประสานักเพลงพื้นบ้าน
- ต่อด้วยบทร้อง “โครงการหมู่บ้านมั่นคง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานในวันนี้”
- หันมาเจรจากัน เพื่อเข้าสู่เพลงสนุก ๆ บ้างโดยเล่นเรื่องปัญหาสังคมไทยในอดีตกับปัจจุบัน “สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นได้อย่างอ้ศจรรย์ ล้วนแต่เป็นของคู่กัน จัดสรรไว้”
- จบแล้วเจรจาเพื่อเข้าสู่เพลงตับต่อไป ชื่อ “ตับขอดู” และตามด้วยตับ “ด่ากระทบ”“ตับปัญหาใหญ่ใต้สะดือ” และปิดท้ายด้วยเพลง “ปัญหาสังคม”
- ยุ้ยกับอิมได้รับความเมตตาจากท่านผู้ชมหลายท่านมอบรางวัลน้ำใจให้กันตลอดเวลาที่แสดงอยู่บนเวทีและนักแสดงอีกหลายคนก็ได้รับน้ำใจกันด้วยเช่นกัน
- จนมาถึงช่วงสุดท้ายของการแสดงเป็นการร้องเพลงลา รัตนา ผัดแสนพูดฝากวงเพลงเอาไว้ในความทรงจำของทุกท่าน อิมพูดถึงผลงานของวงที่ติดตามชมได้ทางรายการโทรทัศน์ และในวีซีดีรวมทั้งการแสดงอีกหลายครั้งในกรุงเทพฯ ขอบพระคุณท่านผู้ชม
- ร้องบทลาโดยรัตนา ผัดแสนกับหทัยกาญจน์ เมืองมูล ธีระพงษ์และ เมธีมาช่วยร้องต่อจนจบเพลงลา โดยร้องว่า

“เยาวชนคนสุพรรณฯ บรรหาร 1 ยังตราตรึงในหัวใจ ไม่ผวา
จะสืบสานเพลงพื้นบ้านที่ผ่านมา จนเวลาล่วงลับชีพดับลง
เพลงอีแซวเมืองสุพรรณฯ ตำนานเก่า จากผู้เฒ่าคนรุ่นใหม่ ไม่ลืมหลง
ด้วยชีวิตจิตวิญญาณที่มั่นคง จะดำรงเอาไว้ ให้สัญญาหลาลาล้า”
เมื่อสิ้นเสียงเพลงลา เป็นเครื่องบ่งบอกถึงการจากกันไปอีกเวทีหนึ่งแล้ว นักแสดงยังคงประทับใจในความกรุณาของท่านผู้ชมที่มายืน มานั่งให้กำลังใจ ปรบมือต้อนรับนักแสดงทุกบทร้อง ให้รางวัลด้วยความเมตตาสงสารหลายสิบท่าน (ประมาณ 20 ท่าน) และเมื่อนักแสดงเดินลงจากเวทีไปแล้ว มีท่านผู้ชมกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาผม ขอนามบัตรผมไป และถามถึงการเดินทางไปแสดงในสถานที่ไกล ๆ อย่างที่จังหวัดอุดรธานี ผมบอกว่าไปได้ แล้วก็ได้ให้รายละเอียดไป ความจริงวงเพลงของเราไปแสดงทุกสถานที่ในประเทศไทย เพียงแต่จะต้องมีความปลอดภัยและได้รับอนุญาตจากโรงเรียน จากท่านผู้ปกครองของนักเรียนเสียก่อน

งานหมู่บ้านมั่นคง ยังมีต่อไปจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2550 แต่ความทรงจำในสิ่งที่ได้พบ ได้เห็นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 กับงานบ้านมั่นคงยังฝังอยู่ในความคิดของผมผู้ควบคุมชุดการแสดงเพลงอีแซวและเด็ก ๆ ทุกคนที่ไปแสดงบนเวทีเล็ก ๆ เพียง 5 เมตรของภาคกลางได้อย่างมิรู้ลืม ขอกราบขอบพระคุณชาวสหกรณ์บ้านมั่นคงสามชุกและท่านผู้ชมเพลงอีแซวที่หน้าเวทีการแสดง ณ สวนอัมพรในวันนี้ทุกท่านด้วยครับ

ขอบคุณ ศน.สุมาลี พิเชฏฐ์พงษ์
อยากไปดูการแสดงสด ๆ บ้าง อาจารย์ชำเรืองช่วยแจ้งข่าวให้หนึ่งบ้างครับ จะตามไปเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ นะครับ (คนรักเพลงอีแซว)
สวัสดีครับ หนึ่ง