ความดีก็ไม่สิ้นสูญไปไหนครับ


เมื่อได้ข่าวว่าครูหน่อยแห่งเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์ จะออกหนังสือ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ เราจะช่วยอะไรได้บ้าง ที่ทำได้ก็คือบอกข่าวเพื่อนๆ ตามช่องทางต่างๆ และคนที่ผมไม่ลืมบอกแน่ๆ คือ คุณปู-สายลมอิสระ ก็เธอเป็นคนทำให้ผมได้รู้จักกับครูหน่อย ผ่านการชวนร่วมทำหนังสือทำมือ ความทรงจำระหว่างรัก เอาเงินรายได้ช่วยเด็กรักป่า หลังจากนั้นก็ติดต่อครูหน่อยเรื่อยมา

เรื่องที่น่ารักของครูหน่อยคือเธอมักจะโทรศัพท์มาหาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เช่น อ่านรีวิวหนังสือเล่มไหนถูกใจ, ไปทำกิจกรรมที่ไหนแล้วนึกถึงเรา ก็จะโทรศัพท์มาบอก

หนังสือเล่มนี้ครูหน่อยส่งมาให้ครับ แถมลายเซ็นต์ พร้อมคำน่ารักๆ มาด้วย ปลื้มครับ
คว้าไปอ่านช่วงไปวัดที่ขอนแก่น ๖-๙ พ.ย. ๕๐ แต่ยังไม่จบ

อ่านเจอช่วงเธอเป็นครูอาสาที่กาญจนบุรี เธอเขียนถึงการศึกษาไว้โดนใจ ดังนี้

การเรียนการสอนเริ่มด้วยความรัก ความไว้วางใจ บทเรียนของฉันเริ่มอีกแล้ว

ฉันค้นพบว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเองก่อน รักความสามารถที่มีอยู่ ประทับใจตัวเอง ฝึกฝนสิ่งที่มีอยู่
บางครั้งเราไม่รู้ว่าเราชอบอะไร ไม่มีคนบอก เด็กๆ ต้องสำรวจและสังเกต ค้นหาให้เจอ
ผู้ใหญ่ที่เข้าใจความลับนี้ ต้องไม่ลืมความเป็นเด็ก และผู้ใหญ่คนนี้จะเป็นพี่เลี้ยงบอกความลับของเด็กๆ แต่ละคนได้ มันเป็นความลับที่ไม่ลับเลย ถ้าเรามีความเชื่อและใจกว้าพอที่จะฟังเสียเล็กๆ มากๆ ที่อยู่ข้างหูเราด้วย เสียงจากใบไม้ มด แมลง ที่ผ่านมา


ในเล่มก็เป็นประวัติของครูหน่อยที่โลดโผนช่วงมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอเรียนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รุ่นพี่สถาบันเรานี่เอง เธอรำลึกเรื่องเก่า เรื่องโบกรถไปที่โน่นที่นี่ตลอด แม้จะเป็นผู้หญิง
มีคำถามในใจทำไมครูหน่อยเข้าชมรมอาสา?
น่าจะมีเหตุจูงใจอะไรบางอย่างนะ

ในเล่มจะมีข้อมูลของผู้ป่วยโรคไต ที่บางครั้งพวกเราก็เป็นโรคนี้ได้โดยไม่ทราบสาเหตุนะครับ
ได้เห็นการดูแลอย่างดีของผู้เป็นสามี (คุณจืด)
ได้เห็นความเอื้ออาทรในหมู่เพื่อน
เห็นมิตรภาพจากผู้ร่วมกิจกรรมกับเธอ
สิ่งเหล่านี้มีมาได้เพราะตัวเธอทำตัวเองให้มีค่าครับ
เธอทำกิจกรรมเพื่อคนอื่น เพื่อเยาวชนมาโดยตลอด คนจึงเห็นความดี และพร้อมจะยื่นมือมาช่วย ดังนั้นพวกเราต้องหมั่นทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นให้มากๆ แล้วผลจะกลับมาดีกับเราเอง อย่างน้อยก็มีคนอยากช่วยเราเมื้อถึงเวลาอันควร

อีกเรื่องที่ได้จากเล่มนี้คือ การบริจาคอวัยวะเป็นเรื่องน่ากระทำ ลองคิดดูหากอวัยวะเราที่ถึงวันที่ไม่ต้องใช้งานแล้ว แต่ได้ไปใช้ช่วยชีวิตผู้อื่น จะดีขนาดไหน
อีกอย่างทำให้เราดูแลอวัยวะของเราดีๆ จะได้ยังใช้ได้ในวันหน้า

มีคำถามหนึ่งที่อยากให้ลองคิดเล่นๆ ว่า "เราพร้อมจะให้ไตใครบ้าง?" และ "ใครบ้างจะพร้อมให้ไตเรา?" ลองหาคำตอบดูนะครับ

อ่านง่ายครับเล่มนี้
ได้ความรู้
ได้แรงบันดาลใจ
อย่างน้อยทำให้เรารู้ว่า ความดีก็ไม่สิ้นสูญไปไหนครับ

ยืมได้นะครับชาว LIF ทั้งหลาย

ขอขอบคุณไมตรีที่ครูหน่อยมอบให้ สักวันเราคงได้พบกันนะครับ