วันที่ 15-16 พ.ย. สพท.นนทบุรี เขต 1 ได้ไปประชุมทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2551 ตามกลยุทธ์ สพฐ. 5 กลยุทธ์ ที่เดือนฉายรีสอร์ท กาญจนบุรี 
        คณะทำงาน
ประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ ประกอบด้วย 1)ผู้บริหารและบุคลากรหลักของ สพท.  2)ผู้แทนคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา  3)ผู้แทนคณะกรรมการนิเทศติดตามฯ  4) ผู้แทน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา  และ 5) ประธานศูนย์เครือข่ายการบริหารจัดการของสถานศึกษา
          ขั้นตอนการจัดทำแผน ของ สพท.ปีนี้มีดังนี้
          1. ก่อนไปประชุมปฏิบัติการ สพท.ได้วิเคราะห์เป้าหมาย ตัวชี้วัดแต่ละ
กลยุทธ์ แล้วยกร่างโครงการ/กิจกรรมให้ครอบคลุมทุกกลยุทธ์ โดยคำนึงถึงความสัมฤทธิ์ผลจริงตามเป้าหมายและตัวชี้วัด  รวมทั้งความต่อเนื่องยั่งยืนในการพัฒนา(
A4) ด้วย  ทั้งนี้แต่ละโครงการต้องพยายามคิดเชิงกลยุทธ์มุ่งให้เกิด Best Practices ให้ได้มากที่สุด
          2.วันประชุมปฏิบัติการได้แบ่งกลุ่มให้คณะทำงานทั้ง 5 องค์กร ร่วมกันพิจารณาปรับปรุง แก้ไข โครงการ/กิจกรรมอีกครั้ง และนำเสนอที่ประชุมใหญ่วิพากษ์ ให้ข้อเสนอแนะกัน  หลังจากนั้นก็นำกลับไปปรับปรุงอีก
          การประชุมครั้งนี้ผมเห็นข้อดีที่เป็นมิติใหม่ในการประชุมอย่างน้อย 4 ประการคือ
        1.เป็นความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง  ทำให้เกิดความแยบยลในการเขียนโครงการ/กิจกรรมในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
       2.การมอบหมายให้โรงเรียนที่เป็นประธานศูนย์เครือข่ายฯทั้ง  7 ศูนย์เป็นเจ้าภาพหลักแต่ละ
กลยุทธ์ ร่วมกับบุคลากร สพท. แล้วร่วมคิด ร่วมทำ และให้ประธานศูนย์ฯเป็นผู้นำเสนอโครงการ/กิจกรรมต่อที่ประชุมด้วยตนเอง  ทำให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบและความรู้สึกเป็นเจ้าของ  และมีแนวโน้มที่จะเกิดพลังผสานร่วม  รวมทั้งการระดมทรัพยากรจากองค์กรเครือข่ายต่างๆได้เพิ่มจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมากขึ้นอีก
      3.การให้ประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้นำที่ประชุมในการวิพากษ์ ให้ข้อเสนอแนะโครงการ/กิจกรรมทุกกลยุทธ์  จะช่วยให้องค์กรบริหารของเขตมีความหมายในเชิงการมีส่วนร่วม  และทำให้การพิจารณาแผนปฏิบัติการเกิดความรอบคอบมากขึ้น
      4.มีการบูรณาการกระบวนการ
KM เข้าไปในทุกกลยุทธ์  ที่มีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในลักษณะชุมชนผู้ปฏิบัติ(CoPs) โดยใช้เครื่องมือ KM อย่างหลากหลาย  ทำให้แผนเกิดความมีชีวิตมากขึ้น
        อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า สพท.ยังมีจุดอ่อน ที่น่าจะแก้ไขในการจัดทำแผนปฏิบัติการอยู่ในบางประเด็น กล่าวคือ กระบวนการดำเนินการแม้จะดูเป็นระบบแต่ยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างแผนพัฒนา(3-5 ปี)และแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนนัก  ละเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานตามแผนแต่ละปี แม้เราจะได้มีการสรุปรายงานผลการปฏิบัติงานทุกโครงการ/กิจกรรม แต่การนำข้อมูล/สารสนเทศมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อกำหนดปัญหาความต้องการจำเป็น  วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง (A4) เรายังทำไม่เข้มข้นนัก  และวัฒนธรรมการทำโครงการยังติดที่ตัวบุคคลหรือกลุ่มเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกิดข้อจำกัดในการเชื่อมโยงและปรับเปลี่ยน
        
     
ซึ่งหากได้มีการทบทวนในจุดนี้ให้เชื่อมโยงกับวิธีทำงานในปีนี้ก็น่าจะเกิดการร้อยรัดทั้งองค์กรภายในและภายนอกในเชิงราบที่ต่อเนื่องมากขึ้น