สัปดาห์นี้ วิชามนุษย์กับการดำเนินชีวิต ดำเนินการถึงหัวข้อ "การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง" วันนี้ที่ผ่านไป ผ่านไปอย่างยากลำเค็ญ หากเปรียบเทียบระหว่างห้องภาคเช้ากับภาคบ่ายจะพบว่า
๑) การเตรียมความพร้อม นักศึกษากลุ่มภาคเช้าจะมีการเตรียมความพร้อมที่จะเสนองานการศึกษาค้นคว้าได้ดีกว่า โดยพิจารณาจากสรุปย่อ ๑ หน้ากระดาษ A๔ ที่นำส่งถึงมือผู้รับผิดชอบวิชาได้ตรงตามกำหนดที่วางกันเอาไว้
๒) การนำเสนองาน นักศึกษากลุ่มภาคเช้า จะเสนองานได้ดีกว่า ตัวแทนของกลุ่ม ๖ นับเป็นแบบอย่างที่ดี ข้อค้นพบนี้ มิได้เกิดจากผู้รับผิดชอบวิชาค้นพบเพียงผู้เดียว หากแต่นักศึกษาในชั้นเรียนยกความพึงพอใจอันดับหนึ่งให้ โดยพิจารณาจากความชัดเจนในเนื้อหา การยกเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงมาเปรียบเทียบให้เห็นเนื้อหาทางวิชาการ ท่วงท่าทำนองการเสนองานเป็นไปอย่างฉะฉานและธรรมชาติ ส่วนกลุ่ม ๒ ก็ดี แต่การเรียบเรียงภาษาค่อนข้างจะวกวน ซ้ำไปซ้ำมา ที่น่ายกย่องอย่งหนึ่งคือ ความกล้าที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็น
๓) ในด้านปัญหาและอุปสรรค นักศึกษากลุ่มภาคบ่าย สร้างความหนักอกหนักใจให้กับผู้รับผิดชอบวิชา ผู้รับผิดชอบวิชาพยายามที่จะทำความเข้าใจเด็กเหล่านี้ ดูๆ เขาก็พยายามแล้ว แต่...ความพยายามนี้ยังไม่ได้ หากจะเปรียบเทียบกับห้องอื่นๆเขา จึงได้บอกเด็กไปว่า หากทำงานแบบนี้ เราจะไม่ผ่าน เราต้องใช้ความพยายามให้มากกว่านี้ เราต้องสู้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราต้องทำได้ อย่าเข้าใจว่าเราไม่สามารถจะสร้างยานอวกาศไปจอดบนกลุ่มก๊าสที่ดวงอาทิตย์ได้ หากย้อนไปเมื่อหลายร้อยพันปีก่อน เรามีความเชื่อไหมว่าเราจะไปเหยียบดวงจันทร์ได้ ใช่อาจเพ้อฝัน แต่ถ้าเพ้อฝันแล้วทำจริง เราทำได้ พวกเรามีพลังพอ พอที่จะทำอะไรๆก็ได้ เราต้องสู้ ต้องฝึกฝนตนเอง ......