จากการฟังนโยบายของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   ที่มีความกระทัดรัดแต่ได้ใจความ  อีกทั้ง  มีตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพชัดเจนในเรื่องนั้น  สมควรที่จะศึกษาและนำมาเผยแพร่ตามบันทึกเรื่อง.....ได้อะไรจากการฟังนโยบาย  

สำหรับตอนนี้  ท่านได้พูดถึง.....สิ่งที่มองเห็นได้ยากที่สุด  ก็คือ  สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเอง...บางคนบางท่าน  คอยเห็นความผิดความชั่วของคนอื่น...แต่ความผิดของตัวเองไม่เคยพบเห็นก็มี 

ท่านยกตัวอย่าง  เรื่องเล่าว่า..มีเศรษฐี  กับยกจก  เดินทางมาพบกันที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง....ห้องพัก  ก็เหลือเพียงห้องเดียวเท่านั้น  ในเมืองนั้น ก็เหลือโรงเตี๊ยมที่ว่งที่นี่ที่เดียวเสียด้วย 

ทั้ง 2 จึงตัดสินใจพักห้องเดียวกัน  ทั้ง 2 ทำความรู้จักกันเบื้องต้น  ซึ่งก็พอจะรู้ว่า..ใครเป็นใคร...

เมื่อเวลาผ่านไปกลางดึก..ท่านเศรษฐี  ก็นอนหลับอย่างสบาย ส่วนยาจากกระสับกระส่าย  ด้วยคิดว่า ...เศรษฐี เผลอเมื่อไร  เขาจะค้นหาทรัพย์สมบัติของเศรษฐี  เมื่อพบก็จะหลบหนีหายไปเลย....

เวลาผ่านไป  เกือบรุ่งสาง  เศรษฐี  ก็เข้าห้องน้ำ  ยาจกได้โอกาส  จึงค้นหาทรัพย์สมบัติของเศรษฐีทันที 

ค้นหาทุกที่ทุกแห่ง  ก็ไม่พบทรัพย์สมบัติของเศรษฐีเลย  เมื่อเศรษฐีออกจากห้องน้ำ 

ยาจก  ทนไม่ได้อยากจะรู้ว่า.....เศรษฐีเอาทรัพย์สินไว้ที่ไหน 

จึงถามว่า.....ท่านเศรษฐี  ท่านเป็นเศรษฐี...จริงหรือเปล่า  หากท่านเป็นเศรษฐีที่มีความร่ำรวยจริงๆ  ไม่เห็นมีทรัพย์สมบัติอะไรติดตัวมาเลย....

แล้วท่านค้นหาสมบัติของข้าฯหรือ  จึงหาไม่พบน่ะ 

ใช่  ข้าฯหาทรัพย์สมบัติของท่านทุกที่ทุกแห่ง  จนหมดปัญญาแล้ว  บอกข้ามาเถิดว่า...ท่านนำทรัพย์สมบัติไว้ที่ไหน....

เศรษฐี  จึงตอบว่า..ข้านำแก้วแหวนเงินทองไว้ที่....ใต้หมอนของท่านน่ะล่ะ  ยาจก...

คนเราน่ะ  มองหา  ค้นหา  แต่ของคนอื่น  แต่สิ่งที่อยู่ใกล้ตัว  มักจะมองไม่เห็นเสมอ....