กลับถึงเดลี พักผ่อนพอหายเหนื่อยแล้วก็ค่อยๆ มีเรี่ยวแรงเขียนบันทึกต่อ
10 วันที่หายตัวไปจากการเป็นฆราวาส เป็นพ่อลูกอ่อน การเป็นท่านอัครฯ ไปพบวิถีชีวิตที่อยู่ในทางเดินอีกสายหนึ่งที่น่าตื่นเต้นและมีเสน่ห์ ... แต่ไม่ว่าทางใดก็ไม่พ้นที่จะต้องต่อสู้กับศัตรู ทั้งภายในและภายนอก.......
มาว่ากันเรื่องข้อคิดจากการบวชดีกว่าครับ
1.เป็นเพราะพระบารมีที่ปกเกล้าปกกระหม่อมจริงๆ ที่ทำให้งานบวชนี้ประสบความสำเร็จ ได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายที่ต่างทำเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระองค์ในปีมหามงคลนี้
2.เป็น 89 ชีวิตที่มาจากต่างที่ต่างฐานะ ต่างการศึกษาและต่างตระกูลกัน ถูกคัดเลือกด้วยบุญกุศลของตัวเอง ฝ่าฟันอุปสรรคกันมา ท้ายสุดพระท่านว่าผ่านการคัดเลือกจากเทพเทวดาแล้วจึงเป็นเช่นนี้
3.เป็น 10 วันที่โหดสำหรับผู้บวชใหม่เพราะต้องตื่นตี 4 ทุกวัน ทำกิจของสงฆ์เต็มอัตรา ถึง 4 ทุ่มทุกวัน แม้วันใดเดินทางเช้าตรู่ก็ไปสวดมนต์ทำวัตรในรถบัส ซึ่งถือว่าเป็นอุโบสถเคลื่อนที่ นอกจากนั้นยังสวดมนต์ทั้งวัน เช่นสวดอิติปิโส 108 จบในรถบัส
4.เหนื่อยกันมากเพราะต้องเดินทางโดยรถบัสทุกวัน บางวันใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง และอดทนกันมากเพราะอากาศเย็นตอนเช้ามืดและร้อนในเวลากลางวัน พระนวกต่างใหม่กับการอยู่ในชุดจีวรเพียงผ้า 3 ผืน ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวกันมาก ตองครองผ้ากันใหม่เสมอ และส่วนใหญ่สูงอายุแล้ว รวมแล้วคณะพระนวกนี้อาจจะมีอายุกว่า 4000 ปีมั้ง
5.เป็นการบวชที่ได้ความรู้ทางพุทธศาสนามากจริงๆ เพราะมีพระวิทยากรที่เก่งๆ (พระนักศึกษาปริญญาเอกและพระมหาเปรียญ)บรรยายตลอดทางและอย่างละเอียด
6.เป็นคณะที่ได้ทำบุญกันตลอดการเดินทาง ทั้งบุญจากการสวดมนต์ ภาวนาและทำทาน
7.ได้เรียนรู้การทำงานของพระธรรมทูตสายอินเดียซึ่งต้องยอมรับว่าเข้มแข็งมาก มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่พุทธศาสนา และต้องถือว่าได้ช่วยงานของประเทศชาติได้เป็นอย่างดี
8.ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอินเดียระดับล่างสุดและที่อยู่กับธรรมชาติโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอย่างพอเพียง อินเดียไม่ได้ยากจนอย่างที่คนไทยคิดเลย
9.ได้ละลายความเป็นตัวตน ไปอินเดียแล้วถ้าไม่ได้ไปทุ่ง(ปลดทุกข์ข้างทาง)ก็ไม่ถึงอินเดีย ไม่ว่าจะรวยหรือจน มียศหรือไม่มี สตรีหรือบุรุษ รวมทั้งพระต่างต้องไปทุ่งเพราะเป็นธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ (ถ้าคนขับรถยกมือชูนิ้วก้อยละก้อ นั่นคือเบา ถ้าชูหัวแม่มือก้อแบบหนัก)
10.เป็นการบวชครั้งประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ มีครั้งเดียวในโอกาสเดียวคือ 80 พรรษา มีพิธีทางการทั้งฝ่ายโลกและทางธรรมและละเอียดยิบ เกี่ยวข้องกับทูตสองประเทศคืออินเดียและเนปาล พระธรรมทูตสองประเทศเช่นกัน ผู้บวชมาจากประเทศไทยและในหลายประเทศ(อินเดีย จอร์แดน รัสเซีย ไต้หวัน...ฯลฯ)
วันนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ
ด้วยความปรารถนาดี
เห็นด้วยครับ </div><div class="info">ถ้ามีศูนย์กลางหรือศูนย์รวมดวงใจก็จะทำได้ง่ายขึ้นครับ</div><div class="info">ด้วยความปรารถนาดี</div>
ตามไล่อ่านทั้งชุดในเรื่องการบวชค่ะ ขอบคุณนะคะที่มีจิตเมตตามาบันทึกถ่ายทอดสิ่งแสนวิเศษให้ได้อ่านและชมภาพกัน
ถือว่าเป็นรุ่นนำร่องครับ ที่มีข้าราชการ นักการเมืองและนักธุรกิจไปบวชตามโครงการของสถานทูต จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะเล่าสู่กันฟัง คราวหน้าจะได้เตรียมตัวกันได้ดียิ่งขึ้น
ด้วยความปรารถนาดี