ข้าวฮาง ข้าวกล้อง ข้าวเพื่อสุขภาพ แปรรูปข้าว

  

วันนี้ได้รับการประสานจากผอ.ธุวนันธ์  พานิชโยทัย  แจ้งให้จังหวัดนำเสนอภูมิปัญญาเกี่ยวกับการผลิตข้าว…. จังหวัดขอนแก่นมีมั้ย…  มีซิคะ… น่าสนใจด้วย ภูมิปัญญาของคนอิสาน… การผลิตข้าวฮางดิฉันจะถ่ายทอดมาจาก ผลงานของเจ้าหน้าที่ของเรา คือ คุณอมรรัตน์  สามหาดไทย  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6 ว. ประจำสำนักงานเกษตรอำเภออุบลรัตน์  ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้  ให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเกี่ยวกับการแปรรูปข้าว โดยใช้ภูมิปัญญา มาพัฒนาต่อยอด จนเกิดผลงาน สินค้า OTOP ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย อยู่ขณะนี้  นะคะ <p> ประวัติความเป็นมา  ภูมิปัญญา ข้าวฮาง         </p><p>       เดิมเนื่องจากเกษตรกรในสมัยก่อนมีลูกมากและมีอาชีพหลักคือการทำนาเพื่อขายและเพื่อไว้บริโภคซึ่งอาหารที่บริโภคส่วนมากจะเป็นอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติจะไม่ค่อยมีการซื้อบริโภคกันเหมือนในปัจจุบัน   ส่วนสาเหตุที่มีการผลิตข้าวฮาง      เนื่องจากการที่มีลูกมากทำให้ข้าวที่เก็บไว้ในยุ้งฉางไม่พอสำหรับบริโภคและข้าวในนาก็ยังไม่แก่เต็มที่พอที่จะเก็บเกี่ยวหรือเรียกอีกอย่างว่าขาดความต่อเนื่องระหว่างข้าวเก่าและข้าวใหม่จึงได้มีการนำข้าวที่แก่แล้วประมาณ 80% หรือที่เรียกว่าระยะพลับพลึง คือข้าวที่แก่กว่าข้าวที่นำมาทำข้าวเม่าแต่ยังไม่แก่จัด ที่ชาวบ้านเรียก ข้าวฮางนี้ว่าพี่ข้าวเม่าน้องข้าวสุก ส่วนกรรมวิธีการผลิตในสมัยเก่า ชาวบ้านจะนำข้าวเปลือกระยะพลับพลึงที่ได้นั้นนำมาบ่มใส่กระสอบไว้ประมาณ 1- 2 วัน เพื่อให้ข้าวหลุดออกจากรวงง่ายหลังจากนั้นก็จะนำไม้ที่มีลักษณะเป็นไม้หนีบเหมือนไม้ที่ใช้สำหรับปิ้งไก่ย่างหรือช้อนสังกะสีมาขูดเมล็ดข้าวนั้นออกจากรวง เนื่องจากเมล็ดข้าวที่ยังไม่แก่จัดจะหลุดออกจากรวงยาก เมื่อขูดออกจากรวงแล้วก็จะนำไปนึ่งให้สุก พอสุกนำไปตากผึ่งลมให้แห้ง พอแห้งก็จะนำมาใส่ครกกระเดื่องตำเพื่อให้เปลือกหลุดออกจากเมล็ดข้าว คือสมัยก่อนยังไม่มีเครื่องสีข้าวเหมือนสมัยนี้ เมื่อได้เป็นเมล็ดข้าวสารแล้วก็จะนำไปตากผึ่งลมให้แห้งอีกทีหนึ่งก่อนที่จะนำมาหุงเพื่อใช้บริโภคต่อไป </p><p> </p><p>ภาพแสดง อาคารที่ตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกุดเชียงมี</p><p></p><p></p><p>วิธีการผลิตข้าวฮางสมุนไพรของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านกุดเชียงมีตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์                     </p><p>        เป็นกรรมวิธีการผลิตแบบสมัยใหม่เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดเป็นการผลิตที่รวดเร็วลดขั้นตอนในการทำแต่ก็ยังยึดวีธีการผลิตแบบเดิมเป็นหลักคือ</p><p>1.    ข้าวที่ใช้ในการผลิตคือข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งที่บ้านกุดเชียงมีและเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการขายผลผลิตข้าวหอมมะลิ 105ให้กับกลุ่มจะทำการเก็บเกี่ยวข้าวในระยะพลับพลึงคือ จะทำการเก็บเกี่ยวก่อนกำหนดประมาณ  15 วัน</p><p> 2.    นำข้าวเปลือกที่ได้ไปแช่น้ำไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง หรือ เอาลงแช่น้ำตอน 6 โมงเย็นวันนี้เอาขึ้นจากน้ำ 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น</p><p>3.    นำข้าวเปลือกที่แช่น้ำไว้ครบ 12 ชั่วโมงแล้วนำมานึ่งให้สุก วิธีการสังเกตว่าข้าวสุกคือเปลือกจะแตกออกจะมองเห็นเมล็ดข้าวที่อยู่ข้างใน</p><p>4.    หลังจากได้ข้าวเปลือกที่นึ่งสุกแล้วก็จะนำไปตากผึ่งลมให้แห้ง</p><p>5.    พอตากผึ่งลมให้แห้งแล้วก็จะนำมาสีด้วยเครื่องสีข้าวกล้องซึ่งเวลาสีข้าวฮางจะมีแต่เมล็ดข้าวสารและแกลบเท่านั้นแม้จะนำไปสีด้วยเครื่องสีข้าวขาวธรรมดาก็เหมือนกันจะไม่มีรำและปลายข้าวออกมามะลิด้วย</p><p>6.    นำข้าวฮางที่ผ่านการสีแล้วนำไปตากผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนที่จะนำไปบรรจุ </p><p>หมายเหตุ </p><p>        1.      การตากข้าวทั้งข้าวเปลือกและข้าวสารที่ได้ให้ตากผึ่งลมเท่านั้นอย่านำไปตากแดดเพราะจะทำให้เมล็ดข้าวที่ได้แตกหักและมีลักษณะขุ่นไม่ใสทำให้ไม่น่ารับประทาน</p><p>        2.    เวลาหุงให้ใส่น้ำเหมือนกับการหุงข้าวมะลิธรรมดาไม่ต้องใส่น้ำมากเหมือนข้าวกล้องทั่วไป </p><p>ภาพแสดงการตากข้าว  บนโต๊ะที่สร้างขึ้น พื้นปูด้วยมุ้งเขียว</p><p> </p><p> </p><p>อีกรูปแบบหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ </p><p></p><p> </p><p>ภาพการติดตามเยี่ยมเยียน ของนักวิชาการเคหกิจเกษตร</p><p>ระดับอำเภอ คุณสมกุล  วัฒกวณิชย์ และระดับอำเภอ</p><p>คุณอมรรัตน์   สามหาดไทย</p><p></p><p>       </p>