ดูข่าวทีวี อ่านข่าวในสื่อทุกวันมีแต่เรื่องชวนให้หดหู่ ทำไมคนเดี๋ยวนี้มันนิยมความรุนแรง หรือโหดร้ายกันอย่างนี้ ดูราวกับว่าเขาขาดหลักคิดในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข พากันนำตัวเองเข้าไปสู่วัฒธรรมแห่งการแข่งขัน การชิงไหวชิงพริบ การเร่งรีบ จนขาดความสมดุล ไม่มีเวลาส่วนตัว เวลาสำหรับครอบครัวหายไป เวลาสำหรับคนพิเศษลดลง ในความคิดมีแต่เรื่อง งานและเงินโดยไม่สนใจที่มาที่ไปของสิ่งเหล่านั้น แล้วก็ยกย่อง ยอมรับคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินว่ายอดเยี่ยม ประสบความสำเร็จในชีวิต กลายเป็นว่าเราวัดคุณค่าของคนด้วยทรัพย์สินเงินทองและความหรูหราในการดำเนินชีวิต โดยไม่แยแสเบื้องหน้าเบื้องหลัง เรามองอะไรกันแบบหยาบ ๆ ผิวเผิน คุณธรรมจริยธรรมกลายเป็นคำที่อยู่ในหนังสือ ในเอกสารเอาไว้ท่องสำหรับตอบข้อสอบเท่านั้น
กลับมาดูคนที่เรียกตนเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ฝากปากและท้องไว้กับเซเว่น หิวตอนไหนกินตอนนั้น สิ่งที่น่ากินต้องสีสดสวย กลิ่นหอมชวนรับประทาน ไม่มีกากใย ไม่มีกระดูก ไม่มีก้าง ไม่มีเมล็ด ไม่มีเปลือกไม่มีสิ่งที่ต้องทิ้ง (ยกเว้นไม้เสียบสำหรับจับ ภาชนะวัสดุทันสมัยและกระดาษห่อสีสดใสมีข้อความตัวเล็กๆ เป็นพืดคนทั่วไปอ่านไม่เห็น เท่านั้นที่ต้องทิ้ง) ทานไปโดยไม่ต้องคำนึงว่ามันเป็นอาหารหมู่ใดในจำนวนห้าหมู่ที่เรียนกันตอนป.๒ ที่ทานไปทั้งวันนั้นครบทั้งห้าหมู่หรือเปล่าสมดุล เพียงพอหรือเปล่า น้ำเปล่าไม่เย็นดื่มไม่เป็นต้องเป็นน้ำผสมน้ำตาลใส่สีและอัดแก๊สผสมน้ำแข็งจึงจะลื่นคอ อาหารระหว่างมื้อเรียกกันว่าเบรค ต้องมี เอาแบบง่าย ๆ ผงดำๆ ชงกับน้ำร้อนผสมครีมเทียม น้ำตาลซอง ซดเข้าไปแล้วว่ากันว่าช่วยให้สมองแล่น สลัดความง่วง ไม่อ้วน ลดริ้วรอยเพราะผสมคอลลาเจน ช่วยบำรุงร่างกายเพราะมีส่วนผสมของสมุนไพรตามเทรนด์ ราคาหนึ่งแก้วสามารถซื้อกล้วยน้ำว้าผิวตึงลูกโตอุดมวิตามินซีได้เกือบสองหวี(ราว ๆ ๒๐ ลูก) อาหารพวกนี้ทานประจำสม่ำเสมอแล้วก็เห็นคุณภาพของมันชัดเจน อ้วนท้วนสมบูรณ์กันตั้งแต่เด็ก ๆ กันเลย แปลกตรงที่หมอดันบอกว่าเด็กพวกนั้นเป็นโรค(อ้วน) กลับกลายเป็นอย่างนั้นไป เด็กร่างกายสมบูรณ์จ้ำม่ำ เจ้าเนื้อดันบอกว่าเป็นโรคอ้วน เวรกรรม
วันหยุดพักผ่อนของคนทำงานยุคนี้ ไม่ไปศูนย์การค้าก็อยู่กับบ้าน เพราะที่บ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งโฮมเธียร์เตอร์ โรงหนังใหญ่เลยต้องโดนทุบทิ้งแปลงสภาพเป็นลานจอดรถบ้าง เป็นห้างแบ่งพื้นที่ให้เช่าสำหรับขายสินค้าบ้าง นั่งดูหนังแผ่นกับครอบครัวที่บ้านก็มีความสุขดี ยกเว้นว่าอยากจะประหยัดค่าไฟที่บ้านเลยออกไปเดินตากแอร์ดูโน่นดูนี่พัฒนากิเลสกันที่ศูนย์การค้า เกิดกิเลสกันแล้วยังไม่พร้อมที่จะจ่าย ก็มานั่งวางแผน ว่าจะเอาชิ้นนั้นเดือนนี้ ชิ้นนี้เดือนโน้น ชิ้นนู้นค่อยซื้อ รอรุ่นใหม่ปีใหม่น่าจะดีกว่าของเพื่อนที่เคยเอามาอวด
เรากำลังถูกรุกราน ... เรากำลังรับเอาวัฒนธรรมที่แฝงเข้ามากับสื่อโทรทัศน์ สื่ออินเตอร์เน็ต เรากำลังค่อย ๆ ถูกปลูกฝังความคิดใหม่ วัฒนธรรมใหม่ เราทิ้งสิ่งดี ๆ ของเดิม ๆ ที่บรรพชนสั่งสมไว้ให้ ไปหลงปลื้มกับของใหม่ เพียงเพราะอยากจะทันสมัย ทันยุคโดยไม่เฉลียวถึงความเสื่อมทรุดโทรมที่จะตามมา เราถูกโกยเงินออกนอกประเทศไปทุกวัน เพราะเรารับเอาวัฒนธรรมใหม่นั้นมาใช้ดำเนินชีวิตเสียแล้ว ต้องไปซื้อของที่ห้างดัง ๆ ใหญ่ ๆ ซึ่งขายทุกอย่าง ซื้อได้ทุกอย่างเท่าที่คุณจะมีเงินซื้อ มีบริการทุกอย่างที่ไม่ต้องแวะตระเวนไปตามสำนักงานของผู้ให้บริการ บรรยากาศ อัธยาศรัยของคนขาย ก็ต่างกันลิบลับ กับร้านโทรม ๆ หน้าปากซอย
การเงินเราถูกโจมตีแล้ว เราดำเนินชีวิตแบบเดิมไม่ได้เสียแล้ว ชีวิตเราขาดเขาไม่ได้เสียแล้ว เราเลิกผลิตเองนานแล้ว หันไปเพิ่งคุณทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์มานานแล้วนี่ เอาเถอะแล้วแต่คุณจะกรุณาก็แล้วกัน