ชุมชนนักปฏิบัติ มวล.


คนทำงานในแต่ละเรื่องมีความรู้ปฏิบัติดีๆ อยู่เยอะ แต่ยังไม่ได้หรือไม่รู้วิธีที่จะหยิบยกออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภายนอก

เมื่อบ่ายวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ หน่วย OD ได้เชิญดิฉันให้ไปเล่าประสบการณ์การใช้ KM ใน ๒ บริบทคือการขับเคลื่อนเครือข่าย KM เบาหวานและการใช้ในงานประจำ ดิฉันรับคำเชิญด้วยความยินดี เพราะอยากจะรู้จักการใช้ KM ใน มวล.ให้มากขึ้น

งานนี้จัดที่ห้องประชุมโมคลาน อาคารบริหาร มี ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ทำหน้าที่ประธานตลอดงานและน้องเม ปิติกานต์ จันทร์แย้ม เป็นผู้ดำเนินรายการ (อ่านบันทึกของน้องเมได้ที่นี่)

ผู้จัดเรียกกิจกรรมนี้ว่า “กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของชุมชนนักปฏิบัติ” เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๓ น. ด้วย Meeting party ซึ่งดิฉันมาไม่ทัน ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ตอนไปถึงมีการฉายภาพบรรยากาศกิจกรรมการรวมตัวของ CoP ที่ขนอมเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

อาจารย์กีร์รัตน์เริ่มต้นด้วยว่ากิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมของคนขี้เหงา และเรื่องนี้เป็น commitment เชิงนโยบาย เชื่อว่า CoP เป็นกลไกที่จะพัฒนาสมรรถนะของคนทำงาน อยากให้ทุกคนช่วยกันสะท้อนว่าจะมีปัจจัยอะไรมาช่วยเสริม ถ้าจะเดินหน้าได้ดีกว่านี้ควรจะมีปัจจัยสนับสนุนอะไรบ้าง

หลังจากนั้นผู้แทนของชุมชนต่างๆ ๑๔ ชุมชน นำเสนอว่าในชุมชนของตนมีสมาชิกเท่าไหร่ ทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง มีอะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรค แผนงานหรือโครงการที่จะทำต่อไป ดิฉันสังเกตว่าชุมชนส่วนใหญ่บอกว่าสมาชิกยังไม่ค่อยได้เจอะเจอกัน บางชุมชนเพิ่งประชุมกันเมื่อเช้าก็มี บางชุมชนบอกว่ามีการประชุมเหมือนกันแต่ไม่ต่อเนื่อง เรื่องที่ทำหรือจะทำของบางชุมชนเป็นเรื่องของการประชุมการฝึกอบรมเสียมากกว่า

ดิฉันพยายามทำความเข้าใจ KM ของ มวล.ว่ามีเป้าหมายอยู่ที่ไหน ใช้อะไรเป็นเครื่องมือ ทิศทางเป็นอย่างไร ชุมชนทั้งหลายที่ตั้งขึ้นมานี้จะเชื่อมโยงกันและสนับสนุน KV ใหญ่ของมหาวิทยาลัยได้อย่างไร แต่ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ เพราะโจทย์ของดิฉันกับโจทย์ของกิจกรรมวันนี้คงจะแตกต่างกัน

ดิฉันฟังและคิดให้เกินไปกว่าที่ผู้แทนแต่ละชุมชนนำเสนอ พอจะจับความได้ว่าคนทำงานในแต่ละเรื่องมีความรู้ปฏิบัติดีๆ อยู่เยอะ แต่ยังไม่ได้หรือไม่รู้วิธีที่จะหยิบยกออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภายนอก

ดิฉันมีความเห็นว่าแต่ละชุมชนไม่ควรคิดเพียงแต่ว่าจะทำอะไรกันเองเท่านั้น แต่ควรเสาะหา best practice ในเรื่องนั้นๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันด้วย เช่น ชุมชนคนประหยัดพลังงาน ก็ไปค้นหาว่าใครมีวิธีการประหยัดพลังงานดีๆ เอามาเผยแพร่ กลุ่มสหกิจศึกษาก็อาจจัดกิจกรรมให้นักศึกษารุ่นน้องได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ กลุ่มวิทยาศาสตร์มายากล ก็เล่าเรื่อง Science Show ของตนว่ามีวิธีอย่างไรบ้างในการกระตุ้นเด็กๆ ให้สนใจและรักวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

สิ่งที่ดิฉันนำมาแลกเปลี่ยนในวันนี้เป็นการเล่าเรื่องเครือข่าย KM เบาหวานว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เรามีกิจกรรมอะไรกันบ้าง เครื่องมือ KM ที่เราใช้ ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร การนำ KM มาใช้ในการทำงานที่ มวล. รวมทั้งกับนักศึกษา

ดิฉันเสนอแนะว่าหน่วยงานต่างๆ ใน มวล.สามารถใช้ “เพื่อนช่วยเพื่อน” และ “เว็บบล็อก GotoKnow” เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน ไม่จำเป็นต้องทำ website หรือ web board ขึ้นมาใหม่ ดิฉันได้ส่งเอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแนวทางการจัดกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ให้กับน้องเม เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้ต่อ

ความจริงภายใน มวล.มี resource person ที่สามารถช่วยมหาวิทยาลัยเรื่อง KM อยู่ไม่น้อย เช่น ทีมของ รศ.ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ คณบดีสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ที่ได้สร้างเครื่องมือด้าน IT เพื่อใช้ในการรวบรวมและจัดการความรู้ ได้ยินว่าทีมนี้ไปบรรยายและจัดประชุมให้กับหน่วยงานภายนอกมากมายทั่วประเทศ ดิฉันเองกำลังหาโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนกับทีมนี้เพื่อดูว่ามีอะไรที่จะนำมาใช้ต่อยอดการดำเนินงานของเครือข่าย KM เบาหวานได้หรือไม่ อย่างไร

หากเรารู้จักใช้แหล่งประโยชน์ดีๆ ที่มีอยู่ ดิฉันเชื่อว่า KM ของ มวล.เดินหน้าได้ดีแน่

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

หมายเลขบันทึก: 146131เขียนเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2007 14:47 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 21:29 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

     อีกไม่นานต้องมี KM ชุมชนคนเบาหวานที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แน่นอน จะติดตามคอยฟังข่าวนะครับ

ปารมี รุ่งนิรันดรกุล

 สวัสดีค่ะ อ.วัลลา ที่เคารพรัก

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจาย์วัลลา เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้คำแนะนำดีๆแก่ชุมชนคนประหยัดพลังงาน ดิฉันเห็นด้วยที่อยากจะให้มีการนำวิธีการปฏิบัติแบบใดที่เรียกว่าการประหยัดพลังงานของแต่ละคน (Best practice) มาแบ่งปันกันให้ทราบใน Blog ซึ่งบางครั้งเรามัวแต่คิดที่จะหากิจกรรมที่สร้างสรรค์โดยอาจลืมไปว่าเราควรจะหยิบ Best practice มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันเพื่อที่จะได้นำไปสู่ทิศทาง และเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ทั้งในระดับของหน่วยงานและในระดับของมหาวิทยาลัย จะเห็นว่ามีหลายชุมชนที่สามารถนำ Best practiceมาแลกเปลี่ยนกันได้และสามารถเชื่อมโยงกันได้ด้วยค่ะ

 

รับผิดชอบงานเบาหวานอยากทราบวิธีการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี