นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์งบประมาณรายจ่ายภาครัฐขยายตัวขึ้นทุกปี  ล่าสุดปี 2551 ขยายตัวสูงกว่าปีก่อน 6-7% จึงยังมีความจำเป็นต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่องอีก 1-2 ปี นับจากปีงบประมาณนี้  ส่วนจะขาดดุลจำนวนมากน้อยอย่างไรขึ้นกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงแนวนโยบายของรัฐบาลชุดต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร และมีรายจ่ายพิเศษประเภทไหน แต่เชื่อว่าทุกรัฐบาลต้องคำนึงถึงฐานะการคลัง และในการทำรายจ่ายก็ต้องพิจารณารายได้ด้วยว่าจะมาทางไหนอย่างไร  ปี 2552 จะต้องขาดดุลแน่นอน และก็เชื่อว่าปี 2553 น่าจะขาดดุลต่อเนื่องไปอีก แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะฐานะด้านการเงินการคลัง  ก็ยังใช้ได้ หนี้สาธารณะก็ยังอยู่ในระดับต่ำ การขาดดุลในกรอบ 2% ของจีดีพีก็น่าจะรับได้ อีกทั้งจะช่วยลดความจำเป็นในการกระตุ้นใช้จ่ายภาครัฐ” นายศุภรัตน์ กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2551 จำนวน 1.66 ล้านล้านบาท และงบขาดดุล 1.65 แสนล้านบาท ที่ตั้งไว้แล้ว คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา เพราะงบประมาณคงใช้ไปแล้วครึ่งปีงบประมาณกว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มงาน สำหรับแผนการปรับโครงสร้างภาษีระยะ 10 ปี ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำเพื่อเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลหน้านั้น เป็นการศึกษาเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากรายจ่ายที่จะเพิ่มสูงขึ้นรวมถึงด้านรายได้ที่จะต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ไม่ได้เป็นการเตรียมเสนอขึ้นภาษีหรือปรับภาษี ทั้งนี้จะมีแผนภาษี 2 แนวทาง คือของเดิมที่มีอยู่จะปรับแก้ไขอะไรได้บ้าง ทั้งในส่วนของอัตราและฐานประเภทภาษี อีกส่วนคือจะนำภาษีใหม่ตัวใดเข้ามาใช้ทดแทนของเดิมที่จะถูกปรับลดได้บ้างมติชน  ข่าวสด  ไทยโพสต์  10 พ.ย. 50 <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">โพสต์ทูเดย์  แนวหน้า 10 พ.ย. 50</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right"></p>  <p> </p>