|
กาแฟการเมือง รสชาดไม่ได้เรื่อง
อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos แค่ลำพังเปิดภาพสัปดาห์แรก ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วน เรื่องราวจากกรุ่นกลิ่นน้ำเน่าการเมืองก็เริ่มอบอวล เมื่อนักการเมืองหลายท่านของเมืองไทย เริ่มต้นฉายแววอันมุ่งมั่น เพื่อเข้าสู่อำนาจการเมือง บ้างสาบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อวดอ้างเทวดาฟ้าดิน ว่าต้องการเข้ามาทำงานสนองคุณชาติ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อกอบโกย มีบ้างไล่แว้งไล่กัดผู้สื่อข่าว ขณะถามหาความชัดเจนถึงการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของผีการเมือง จนบังเกิดจิตหวาดระแวง ไล่สบถคำหยาบคายเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องราว มีบ้างเริ่มต้นร้องห่มร้องไห้ โอดครวญความระทมทุกข์ต่อหน้าสื่อ แต่ไม่เคยมีใครเห็นนักการเมืองผูกคอตาย หรือวิ่งหนีขึ้นป้ายขนาดใหญ่เพื่อเตรียมกระโดดลงมา ประชดรักหรือหมดอาลัยตายอยากในชีวิต อาจมีคนสันนิษฐานว่า อีกไม่นานนักการเมืองที่กำลังเมามันทางการเมือง อาจบ้าคลั่งหลังเสพการเมืองจนเกินขนาด อาจมีการจับตัวประกัน หรือเอามีดจี้คอตัวเอง เพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ หลังจากที่ไม่มีใครสนใจ เพราะรู้เช่นเห็นชาติกันมานาน จนไม่อยากคบหาพบพาล ให้ต้องเสนียดสายตา พฤติกรรมเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นได้ ในท่ามกลางมนต์มายาทางการเมือง ซึ่งแวดล้อมทั้งอำนาจ เงินตรา และความบ้าคลั่ง เรื่องราวและเรื่องเล่าของผู้คนในทางการเมือง มีหลายคนพยายามเปรียบเทียบให้เห็นรูปธรรม มีบ้างบอกกล่าว โดยใช้โรงสัตว์เลี้ยง เขียนนวนิยายทางการเมืองเลืองนาม ขับขานพฤติกรรมคน โดยอิงแอบพฤติกรรมสัตว์ มีบ้างเบื่อหน่ายสัญลักษณ์ บอกกล่าวได้แต่เพียงสีสันเรื่องราว ว่านักการเมืองคือมนุษย์สีเทาเหมือนดั่งมนุษย์ต่างดาว เป็นบุคคลประหลาด ที่สามารถเปลี่ยนสีเปลี่ยนกลิ่น แปลงจิตสำนึกมาเหยียบเล่น หรือต่อรองกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ หากสิ่งเหล่านั้นจะสะท้อนกลับมา ด้วยคำว่าผลประโยชน์ หรือกระทั่งนำความดีความงามมาผสมปนเป เพียงเพื่อให้เกิดภาพมัวว่า ความจริงแล้ว ในโลกนี้ไม่มีสีขาวอยู่จริง มีเพียงสีเทาของการเมือง และสีเทาของธนบัตรใบใหญ่ ที่คอยประคับประคองจิตวิญญาณการเมือง เพื่อนผมคนหนึ่ง พยายามหาคำตอบในเชิงสัญลักษณ์ จากหลายนัยยะหลากรูปแบบ คอยพยายามเทียบเคียงและเปรียบเปรยไปกับสิ่งที่เห็น มองและพยายามหาสิ่งที่จะใกล้เคียง ทั้งเพื่อความบันเทิงใจส่วนตัว และทั้งเพื่อหาคำตอบว่า ทำไมในท่ามกลางนิยามอันเลวร้ายของการเมือง ใยจึงมีผู้หลงใหลในมนต์เหล่านี้ เป็นเพราะรถนำขบวน หรือคนยืนกุมเป้ายามต้องพูดคุยด้วย หรือคำนำหน้าว่า ท่าน หรืออย่างไร ที่ทำให้ผู้คนต้องหน้ามืดตามัว ในวังวนแห่งกลเกมการเมือง จนไม่อยากถอนตัวเข้าสู่โลกอันสงบงดงาม หรือเขาเหล่านั้นเสพติดอำนาจ เกิดเป็นภาวะฟั่นเฟือนที่ต้องคอยเสพ คอยเดิมเชื้อแห่งอำนาจเข้าไปในสายเลือด มิเช่นนั้นอาจต้องชักดิ้นชักงอ เพราะลงแดงที่ไม่ได้เสพ
เพื่อนคนหนึ่ง เปรียบผู้คนในวงการเมือง เหมือนกาแฟนานาชนิดที่เราดื่มกิน บอกความเหมือน และความแตกต่างด้วย รสชาด สายพันธุ์ กรรมวิธีการปรุงแต่ง ส่วนประกอบเพื่อเติมความหวาน หรือเพิ่มความมัน จะปรุงให้ออกรสเย็นรสร้อน ก็คือส่วนแบ่งสำคัญที่แยกแยะว่า ผู้คนในการเมืองนั้น แตกต่างกันอย่างไร บางคนดำซ่อนหวาน บางคนฟองนมร้อนหนานุ่ม หารสชาดกาแฟได้ยาก บางคนใช้อุณหภูมิเครื่องเป่าร้อน เติมนมไม่พอต้องเพิ่มคาราเมล หรือบางคนเรียบง่าย กระทั่งใช้ถุงเก่ามาคอยตักกากไม่ให้ปนน้ำกาแฟ ก็ดื่มกินได้ พอยกระดับในความเรียบง่ายมากขึ้นหน่อย ก็แต่งเติมเรื่องราวทางการเมือง ด้วยคำนำหน้าว่า เป็นกาแฟโบราณ เป็นกาแฟดึกดำบรรพ์ที่อ้างว่าอยู่คู่คนไทยมานาน หรือกระทั่งกาแฟยกห้าง ประเภทปราณีตละเมียดไปหมด ตั้งแต่แก้วใส่ จะเติมจะเพิ่มขนาดเพิ่มอะไรก็ต้องเพิ่มตังค์ แต่โดยรวมดูดีถ้ามีตังค์ กาแฟจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ เวลาเพื่อนเปรียบเปรยการเมือง จึงมักสรุปว่านักการเมืองเป็นดั่งกาแฟ พอคุยกันนานวันเข้า เมื่อมีอารมณ์เบื่อกับสันดานนักการเมืองอันไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว จึงต้องเอ่ยถามกันว่า นักการเมืองแย่แย่ หรือทำตัวไม่สมราคานักการเมืองที่พึงจะต้องมีความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน เขาจะเปรียบคนเหล่านั้นว่าอย่างไร ไม่ยาก เราก็ทำให้นักการเมืองพวกนั้น เป็นแค่กากกาแฟเหลือเดน ให้น้ำให้รสชาดไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้งเป็นกากเป็นเดน หรือเอาไปใส่ถ้วยดับกลิ่นในห้องน้ำ หรือไม่อย่างนั้น ก็เอาให้กันเชื้อรา กันจุลินทรีย์ชั้นต่ำในระบบนิเวศข้างกระถางต้นไม้ เอาอย่างนี้ดีไหม เวลาเห็นนักการเมืองไม่ได้เรื่อง พยายามมองนักการเมืองเหล่านั้น ให้เป็นเพียงกากเหลือเดน
|
กาแฟการเมือง รสชาดไม่ได้เรื่อง
มุมมอง และภาพสะท้อนต่อวัฒนธรรมทางการเมือง การเมืองไทย และนักการเมืองไทย ภายใต้ความรันทดหดหู่กับพฤติกรรม การประพฤติปฎิบัติตน ในหนทางแห่งความคาดหวังของประชาชนไทย จึงคำถามและหนทางเพื่อหาคำตอบว่า ทำไม หนทาง หรือวิธีการใดที่จะทำให้ เราเข้าใจความแย่ของนักการเมืองไทยได้บ้าง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
