ติดต่อ

  ติดต่อ

อึดอัดใจ เกิดไรขึ้นกับสังคมเรา

  อึดอัดใจ เกิดไรขึ้นกับสังคมเรา  

สวัสดีทุกคนครับ

วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านในบอร์ด สนทย. อุ่นเครื่องได้ดีครับ เลยขอแสดงความเห็นอะไรเล็กน้อยจากที่ได้วิจัยด้วยตัวเองมาพอสมควรแล้วก็ทราบว่าเรานี่บ้าการเมืองไปแล้วด้วยหรือเนี่ย คือยิ่งไม่ชอบใครยิ่งต้องฟังให้เยอะ ยิ่งไม่ชอบผู้นำ ก็ต้องฟังการพูดจาของผู้นำให้เยอะ ฟังไปเถอะครับนายกพบประชาชน ฟังไปเถอะครับเมืองไทยรายสัปดาห์ทั้งสัญจรไม่สัญจร อ่านไปเถอะคับข่าวทุกช่อง ASTV News1, Nation, TV9,.., หนังสือพิมพ์ หรือบอร์ดต่างๆ แต่ขอให้คิดไว้เสมอว่าทุกแหล่งมีทั้งสาระและขยะเสมอ บนพื้นฐานของกิเลสของคน ผมไม่อยากจะเข้าข้างใครแต่ตอนนี้ขอตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับรัฐบาลหรือการอ้างของผู้นำประเทศจากหลายๆอย่าง (ในฐานะคนไทยคนหนึ่งซึ่งต้องมีสิทธิ์วิจารณ์รัฐบาล)

กรณีคำพูดทั้งหลายที่ผ่านมาที่ออกข่าว ผมไม่ค่อยเชื่อหนังสือพิมพ์นะครับ เลยต้องฟังจากปากผู้นำเอง หากเห็นภาพด้วยจะดีมากๆ จะทำให้เราทราบว่า นี่หล่ะเหมาะหรือไม่เหมาะสมในฐานะตัวผู้นำ หากผู้นำออกมาด่าใครต่อใคร ไม่เปิดโอกาสให้คนติได้เลย ชอบแต่การชมอย่างเดียวก็ไม่น่าจะถูกต้องใช่ไหมครับ ส่วนว่าผู้นำพูดอะไรบ้างต้องไปหาฟังกันเอาเองครับ

การอ้างเรื่องเสียงสิบเก้าล้านเสียง อันนี้ฟังดูแล้วช่างตลกมากๆ เราอย่าเอาไปเล่าให้เพื่อนต่างชาติฟังนะครับ จะอายเค้า เพราะเสียงที่ได้จากการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้มีอายุตลอดชาติครับ แม้ว่าเสียงเหล่านั้นได้มาจากเสียงบริสุทธิ์ทั้งหมด เราก็ยังไม่สามารถใช้อ้างได้ตลอดไปนะครับ เพราะมันเหมือนกับ การไปฟังการบรรยายสรรพคุณสินค้าตัวใหม่ ทำให้คนอยากลอง เห็นภาพโฆษณาสินค้าในทีวีเนี่ยเราเพลินหรือตกหลุมภาพและเสียงและตัวผู้แสดงสินค้า จนในที่สุดแล้วเราเกิดอารมณ์คล้อยตาม อยากลองตามประสาคน ซื้อสินค้ามาแล้วเราถึงรู้ว่าโดนหลอก หรือว่าดีจริงแล้วบอกต่อ หรือว่า ด่าทอแล้วบอกต่อก็ได้ ดังนั้น การที่ผู้นำพูดเมื่อวานแล้ววันนี้เปลี่ยนเป็นอีกอย่างยังทำได้เลย คุณจะนับประสาอะไรกับการที่คนเค้าเลือกมาเมื่อปีที่แล้ว แล้วมาตอนนี้เค้าจะไม่เปลี่ยนใจละคร้าบ ดังนั้นการอ้างสิ่งเหล่านี้ มันก็แค่ช่วยให้ตอบการสัมภาษณ์ของนักข่าวผ่านไปอีกครั้งเท่านั้นเอง (บอกตรงๆว่าผมฟังนายกพบประชาชนครั้งที่ผ่านมา ผมแทบจะคล้อยตามเห็นใจตามไปด้วยเลย แต่สิ่งที่ผ่านมามันขัดแย้งไงครับดังนั้นเราก็ตื่นอยู่ดี ขอให้ฟังอย่างมีสติ)

การขายธุรกิจที่เป็นเจ้าของบนพื้นฐานของสมบัติชาติแต่ครองโดยคนรวย อันนี้ขายได้ครับ มีสิทธิ์นั่นถูกครับ แต่หากทุกคนเป็นเช่นนี้ ในที่สุดแล้วผู้นำขายได้ เพราะเงินดีหรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ โดยลืมภาพของความเป็นประเทศ สมบัติชาติโดยพื้นฐานอย่างเช่น ดาวเทียมครับ แบบนี้เราก็หมดใช่ไหมครับ ต่อไปเราจะเหลืออะไร หรือว่าต้องเปลี่ยนชื่อประเทศไทยเป็นอะไรอีก เหมือนที่เราเคยมีชื่อก่อนๆ มาเช่น SIAN, SIAM ดังนั้นส่วนนี้ จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม หรือหัวจิตหัวใจของคนส่วนใหญ่หล่ะครับ ผมเข้าใจความเป็นพ่อค้านะครับ(กำไรมาก่อน ซึ่งจริงมันควรจะเป็นหลักการ คนขายได้กำไร คนซื้อพอใจ และที่ขาดไม่ได้คือสังคมมีความสุข หากการขายที่ผ่านมาเป็นไปดังสามอย่างที่ว่านี้ สังคมคงไม่ถึงขนาดนี้หรอกครับ) ยอมรับว่าพ่อค้าหากไร้ธรรม จะอยู่ไม่ยืดครับ อย่าคิดแต่กำไร เพราะวันหนึ่งเราจะรับกรรม

การชุมนุมที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผมก็ดูตลอดจนกว่าทำวัตรเช้าและแยกย้ายกันไปเลย ดูหลายๆช่อง ทั้งวิทยุ ทีวีที่ดูไม่ได้ในเริ่มต้น แล้วมาดูได้ลื่นดีในช่วงหลัง ทำให้เราทราบหลายๆอย่างมากกว่า รายงานจากหน้าหนังสือพิมพ์ครับ การเคารพกติกาผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่บอกว่ากติกานั้น ต้องดีและมีคุณธรรมด้วย ไม่ใช่มีกติกาแต่คนด่ากันทั่วไป อันนี้ก็ไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับใช่ไหมครับ เพราะไม่งั้นผมใหญ่ผมก็สร้างกฏของผมในพวกพ้องผม แล้วผมก็บอกให้คนอื่นทำตามกฏของพวกผม แบบนี้ก็แย่ซิครับ แล้วที่ผ่านมาการชุมนุมครั้งนี้ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าเค้าทำได้ดีมากๆครับ แล้วผมฟังการสัมภาษณ์คนต่างประเทศที่เค้าเข้าไปร่วมชุมนุมด้วย เค้ายังรักประเทศไทย ว่างๆ ลองถามเพื่อนพวกเราดูครับ ว่าคิดอย่างไรกับประเทศไทย เมื่อวานเห็นออกข่าว CNN สัมภาษณ์คุณสนธิกับผู้นำฝ่ายค้าน

ผมขอตั้งขอสังเกตให้พวกเราลองไปหาข้อมูลหรือคิดกันเล่นๆ ครับ

1. ธุรกิจต่างๆในเมืองไทย มีประเภทใดบ้างที่คนไทยยังถือหุ้นมากกว่าต่างชาติ โดยเฉพาะพวกธนาคารทั้งหลายซึ่งทำเกี่ยวกับการเงินโดยตรง

2. หากวันหนึ่งมีการเซนสัญญาใหม่ๆ เกิดขึ้นในนามรัฐบาลแล้วเค้ามาประกาศให้พวกเราทราบกันหลังจากเซนไปแล้ว แล้วเราเสียผลประโยชน์ คุณจะทำอะไรต่อไป

3. หากวันหนึ่งมีการสัมปทานหรือเอาสิ่งจำเป็นพื้นฐานเช่น ถนน สื่อวิทยุ ทีวี พื้นดิน น้ำการประปา ไฟฟ้า และเกาะต่างๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์หรือให้ต่างประเทศมีสิทธิ์  ยกตัวอย่างเช่น การชุมนุมครั้งที่ผ่านมา คนไทยจากที่ต่างๆ จะมาชุมนุมกันที่ กทม. หากถนนโดนขายให้ต่างชาติหมด แล้วมีด่านเก็บเงิน กว่าจะมาถึง กทม. ซัก ยี่สิบสามสิบด่าน เก็บค่าผ่านทางซักด่านละห้าสิบบาทหรือร้อยบาท คุณคิดหรือว่าประชาธิปไตยในการรวมตัวมันจะเกิดแบบนี้หรือครับ อันนี้ลองไปศึกษากรณีศึกษา ประเทศอาเจนตินา ฟิลิปปินส์

4. หากวันหนึ่งน้ำฝนที่ตกลงมาบนดิน คุณไม่มีสิทธิ์รองน้ำเพื่อไว้เป็นน้ำดื่ม แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไรครับ หากการคำนวณการตกของน้ำในแต่ละวันว่าตกในพื้นที่ไหนเท่าไหร่จากกรมอุตุ แล้วมีการเก็บภาษีย้อนหลัง ดูง่ายๆตอนนี้ ค่าไฟฟ้าจะแพงหรือไม่แต่ละเดือนขึ้นกับค่าน้ำมันด้วย

5. หากวันหนึ่งสิงคโปร์โดนยึดโดยอเมริกาแล้ว FTA ไทยกับอเมริกาก็หมดความหมาย เพราะเราเสียเปรียบอยู่ดี ส่งออกกุ้งหนึ่งรถสิบล้อเพื่อแลกกับมือถือไม่กี่เครื่อง คุณคิดว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน แทนที่จะให้คนไทยกินกุ้งอย่างอร่อย

6.จำเป็นไหมว่าประเทศไทยต้องรวย คนไทยต้องรวย ในเมื่อเรามีช่องว่างทางการศึกษาบนพื้นฐานของแนวทางการศึกษาที่อยู่บนธุรกิจ แล้วขาดคุณธรรม

7. จำเป็นไหมว่าประเทศไทยจะต้องเดินตามหลักทุนนิยมจนสุดขั้ว หากครอบครัวคุณมีปลาในสระให้กิน มีผักข้างรั้วให้กิน กล้วยหน้าบ้าน ข้าวให้กินและสบายใจมีความสุขแบบพอเพียง คุณจะยังต้องการอะไรอีก

8. ถึงเวลาแล้วยังครับที่เราควรจะคิดทบทวนสังคมไทยและวางแนวทางการเดินอย่างยั่งยืนในอนาคตโดยอยู่บนพื้นฐานของตัวเอง มีเพื่อนร่วมงานของผมเล่าให้ฟังว่า พาฝรั่งไปเที่ยวที่เมืองไทย แล้วเค้าตะลึงในความอุดมสมบูรณ์ของเรื่องอาหารการกิน เช่นอาหารทะเล สิ่งหนึ่งที่เพื่อนของเพื่อนร่วมงานบอกเพื่อนว่า นี่ไม่รู้ว่าประเทศไทยกินอุดมสมบูรณ์แบบนี้ อย่าให้ฝรั่งรู้นะ เดี๋ยวจะไม่มีให้กิน สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นจริง หากวันหนึ่ง เราทำสัญญาส่งอาหารทะเลออกแล้วของที่หามาได้มันลดน้อยลงโดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน คุณคิดว่าเราจะได้มีอาหารทะเลกินหรือคับ ไม่ต้องมองว่าเราโดนยึดโดยประเทศอื่นหรอกครับ

9. เราควรจะหันมาวางแผนเรื่องพัฒนาความโดดเด่นของสังคมเราคือสินค้าเกษตรแล้ววางแผนให้ดี ให้คนไทยอยู่ดีกินดีก่อนแล้วกินเหลือแล้วค่อยขายจะดีกว่าไหม ทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี สมองที่ดี มีการงานทำที่ดี (ชาวนาก็ได้ครับ ก็มีเกียรติและดีเหมือนกัน) ไม่ใช่ว่าจบ ป ตรี โท เอก แล้วทำนาทำสวนกันไม่เป็นแล้ว หากวันหนึ่งเราล้มเหลวเราต้องทำสิ่งเหล่านี้กันได้ โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อย่างคุณอยู่กันต่างประเทศ จะเห็นสิ่งของไทยที่ส่งมาขาย เงาะดำ มังคุดน้ำยางเหลือง และอะไรต่ออะไรเพียบเลย ผมเคยถามเจ้าของร้านเล่นๆ ว่าทำไมมันแพงจังใบมะกรูดเนี่ยครับ คำนวณตอนนั้นใบละสองบาท ผมเลยคิดเล่นๆ ว่าหากที่บ้านผมขายหมดหนึ่งต้นนั้น ผมจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้พ่อแม่บินมาเที่ยวได้สบายๆเลย อิๆ แล้วลองคิดถามกลับไปยังรัฐบาลว่า เอทำไมเราไม่มีการบริหารจัดการในการผลิตและส่งออกให้สมดุล น่าจะทำได้หากมีการวางแผนที่ดี แทนที่จะหันมาโกงคนไทยด้วยกัน

10. การศึกษาไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปครับ ลองคิดกันเล่นๆครับ ผมชื่นชมเสมอเมื่อเด็กไทยไปแข่งขันโอลิมปิคได้รางวัลดีๆกลับมาให้น่าภาคภูมิใจ แต่กลับหน้าเศร้าขึ้นมาทันทีเมือคิดถึงยี่สิบเปอร์เซนต์ของเด็กที่เข้า ป.1 แล้วไม่สามารถจบ ป.6 ได้ และหกสิบเปอร์เซนต์ที่จบ ป.6 แล้วได้เรียนต่อ ม.ต้น เค้าขาดโอกาสในการเรียนการศึกษาพื้นฐาน ในการอ่านออกเขียนได้พื้นฐาน อย่างน้อยใครจะมาให้เซนอะไรก็อ่านออกมามันคืออะไรก่อนจะเขียนชื่อตัวเองทั้งๆที่คนเหล่านั้นอยากจะเรียนแต่ต้องต่อสู้เพื่อปากท้อง เพราะปัญหาปากท้องมาก่อนการศึกษา ซึ่งจะต่างจากประวัติน้องที่ได้เหรียญทองโอลิมปิค

ผมเขียนมั่วไปหน่อยครับ เอาเป็นว่าอ่านกันเล่นๆครับ ไม่มีไรเป็นสาระมากมาย สิ่งที่ผมเขียนก็อย่าเชื่อไรมากครับ อ่านแล้วคิดหากน่าคิดก็คิดต่อ หากไม่น่าคิดก็ทิ้งไปครับ ดังนั้นในบอร์ดอื่นๆ ก็เช่นกันครับ ผมค้นพบในตัวผมเองว่ายิ่งเราเรียนสูงขึ้น เรายิ่งมีความมั่นใจในตัวเอง หากมั่นใจในทางที่ผิดแล้วไม่คิดยอมรับความเห็นคนอื่นแล้วนั่น เราก็เอาดาบเอาหอกกลับไปทิ่มแทงคนไทยหลังจากเราจบกลับไปนั่นหล่ะครับ หลังจากที่เค้าส่งเรามาเรียน

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 14583, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก

ความเห็น (11)

ภานุพงศ์ บูรณวิสมิตร [Dj.นิคกี้ซ์]
IP: xxx.129.49.66
เขียนเมื่อ 

ทักษิณขายหุ้นให้ลูกเพราะทักษินเป็นนิติบุคคลต้องจ่ายภาษีแต่ลูกสุดที่รักของเค้าไม่ต้องจ่าย เป็นแผนการที่ห่วยมากๆครับ
ลองคิดดูน่ะครับ ทักษิณนำกองทุนหมู่บ้านละล้านเข้าไปเค้าแถมเสา AIS ให้ด้วยฉลาดจริงๆครับ  ใช่ครับผมมันคนโง่พ่อ-แม่ผมก็โง่แต่อย่างน้อยเราก็ไม่เคยโกงกินชาติแผ่นดินเกิดครับ

ป.ล.พี่เม้งเป็นฮีโร่ ของผมเสมอ ครับ

น้องเทพ
IP: xxx.136.141.231
เขียนเมื่อ 

     ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและปัจจัยครับ ไม่มีเหตุหรือปัจจัยสิ่งต่างๆก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

      มาช่วยกันหาทางกำจัดเหตุและ(/หรือ)ปัจจัยของตระกูลโคตรโกงชาติกันเถอะครับ

บันทึกไปเยอะแยะ ต้องลบทิ้งหมด ขอให้เข้าใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ     จิบชา

ยุทธ
IP: xxx.113.45.196
เขียนเมื่อ 
ไปลองฟังท่านอุกฤษ มงคลนาวินพูด......

อุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธานรัฐสภา นักกฎหมายที่เคยได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารหลายคณะให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหลายสมัย ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2550 โดยกล่าวในท่อนหนึ่งว่า

"......สถานการณ์บ้านเมืองในด้านต่างๆ ขณะนี้ หนักหนายิ่งกว่าช่วงก่อนการรัฐประหารมาก และสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้ก็ส่อเค้าว่าจะรุนแรงจาก 3 ปัจจัยสำคัญคือ

1.ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

2.คดีความที่กล่าวหาว่าหมิ่นเหม่ต่อสถาบันเบื้องสูง ปรากฏว่าอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ทั้งๆ ที่เป็น 1 ใน 4 เหตุผลของการยึดอำนาจ และ

3.การตรวจสอบทุจริตที่ไม่ยึดหลักนิติธรรม


"เมื่อยึดอำนาจแล้ว คณะทหารและรัฐบาลบอกว่าจะปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยยึดหลักนิติธรรม

ซึ่งหลักนิติธรรมก็คือ ต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิดจริง แต่การตั้ง คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) แล้วออกข่าวเกือบจะเรียกว่า 3 เวลาหลังอาหาร ว่าคนนั้นทุจริตเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยระบุชื่อชัดเจน แบบนี้ถือว่าขัดหลักนิติธรรม เพราะจะผิดหรือถูกยังพิสูจน์ไม่ได้ คนพิสูจน์คือ ศาล ไม่ใช่ คตส."


"ถ้าสุดท้ายเหตุการณ์กลับตาลปัตร เอาผิดไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ"


"ที่สำคัญก็คือ ไม่มีหลักนิติธรรมที่ไหนที่เอาฝ่ายปฏิปักษ์มาสอบสวนพิจารณาความผิดของคู่กรณี ทำไมไม่ตั้งคนกลางจริงๆ เหมือนสมัย รสช. ผู้ที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินในขณะนั้นคือ พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือในความซื่อสัตย์สุจริต แต่การตั้ง คตส.สมัยนี้ผิดกัน ทำให้การยอมรับไม่เกิดขึ้น คนเราเวลาใครมากล่าวหา ญาติพี่น้องและผู้สนับสนุนก็ต้องเดือดร้อน ความโกรธนั้นไม่อันตราย แต่เมื่อความโกรธกลายเป็นความแค้น นั่นแหละคือ สิ่งที่คาดหมายได้ว่าจะเกิดอะไรบางอย่าง"


อดีตประธานรัฐสภาผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมือง ยังตั้งคำถามด้วยว่า ประเทศของเราต้องการปกครองกันด้วยระบอบอะไร เพราะขณะนี้เรากำลังพูดคนละเรื่องเดียวกัน ขณะที่เรากำลังบอกว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่ถามจริงๆ ว่าเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยแค่ไหน


"สมมติฐานของเราก็คือ ต้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่าช่วงก่อนวันที่ 19 กันยายน แต่ขณะเดียวกันเราต้องกลับไปหาประชาชนเพื่อใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตย ถามว่าช่วง 1 ปีเราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความคิดทางการเมืองของประชาชน 30-40 ล้านคนได้หรือไม่ เพราะเราให้บทเรียนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแก่ประชาชน เราอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่เราได้อำนาจมาโดยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วเราจะไปเรียกร้องให้ประชาชนเป็นประชาธิปไตยได้หรือ"


"ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยเสียก่อน โดยเฉพาะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ฉะนั้นในที่สุดเราจะทำอะไรก็ตาม ต้องกลับไปหาประชาชน แต่ตอนนี้เรากำลังหลงทาง กลายเป็นว่าความคิดของคนบางกลุ่มเหนือกว่าประชาชนที่เป็นเสียงข้างมากของประเทศหรือเปล่า ถ้าเราเชื่อว่าความคิดนี้ถูก ก็ต้องเลิกเป็นประชาธิปไตย"


"อนาคตของประเทศจะล่มจม จะพัง หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าจะพังก็ประชาชนเขาเลือกที่จะพัง ทำไมเราไม่ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้วินิจฉัย ประชาชนอาจจะคิดถูกก็ได้ คิดผิดก็ได้ เราเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดว่าเรารู้ดีกว่าประชาชน ถ้าเราจะยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อย่าดูถูกประชาชน อย่าคิดว่าฉันมีการศึกษา ฉันมีข้อมูลดีกว่า เพราะหลายๆ เรื่องชาวบ้านรู้ดีกว่าเราเสียอีก"


ศ.ดร.อุกฤษ ยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ระบบการเมืองทุกวันนี้มั่วไปหมด แม้แต่หลักการพื้นฐานที่สุดที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นผ่านทาง 3 สถาบันคือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ปัจจุบันก็ดูจะถูกหลงลืมไป


"อำนาจบริหารนั้น อำนาจตุลาการจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว แต่เดี๋ยวนี้ต้องไปศึกษากันใหม่แล้ว ถนนสามเลนวิ่งกันมั่วหมด ทุกคนอยากมาวิ่งในเลนที่ไม่ใช่ของตัว โดยเฉพาะไม่ได้รับมอบฉันทะจากประชาชน วันหนึ่งมันจะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย เพราะการวิ่งรถผิดเลนคือ ต้นตอของปัญหาที่เกิดอยู่ในปัจจุบัน แล้วนับวันจะรุนแรงขึ้นทุกที เพราะเราไม่รู้จักว่าขอบเขตสิทธิหน้าที่ของเราอยู่ตรงไหน เขามีเส้นขีดไว้ เราข้ามเส้น ล้ำเส้นหรือเปล่า ไปคิดเอาเอง"

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
P
สวัสดีครับ  น้อรกครับ จิบชาครับ
ไม่มีรูป
ยุทธ

สวัสดีครับคุณยุทธ

  • ขอบคุณมากครับผม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ
  • พอดีเขียนบทความไว้นานแล้วครับ ในช่วงที่อึดอัดมากๆ ครับ
  • ขอบคุณมากนะครับ

สวัสดีครับเม้ง 

    เข้ามาอ่านทวน เหตุการณ์และดูความเห็นไปของแนวคิดที่เคยคิด และเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้ หลายๆ อย่างยังคงอยู่ หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป หลายๆอย่างเวียนวน  นี่ละหนอชีวิตคน

ขอความสุขจงอยู่กับผู้มีสติมีคุณธรรมเถิด

Boo
เขียนเมื่อ 

get back here sooner

you're so cool!

cheer! always!

เรายิ่งมีความมั่นใจในตัวเอง หากมั่นใจในทางที่ผิดแล้วไม่คิดยอมรับความเห็นคนอื่นแล้วนั่น เราก็เอาดาบเอาหอกกลับไปทิ่มแทงคนไทยหลังจากเราจบกลับไปนั่นหล่ะครับ หลังจากที่เค้าส่งเรามาเรียน

  • ประโยคนี้กินใจ  ครับ
  • สวัสดีครับพี่ มาอ่านครับ
  • ในยุคที่ข้อมูลข่าวสาร พุ่งตรงเข้ามาหาเรารอบทิศ
  • เรายิ่งต้องใช้คิดใคร่ครวญมากๆนะครับก่อนจะทำอะไร

สวัสดีครัีบคุณปูpoo

    ขอบคุณมากๆ เลยนะครัีบ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกันครับ อยู่ที่ใดก็ช่วยเหลือส่วนรวมได้เช่นกันครับ

โชคดีครับ

สวัสดีครับคุณกวิน

    ขอบคุณมากครับ ทางออกในการนำเสนอก็มีเยอะครับ ข่าวสารที่ไม่ว่าผู้ผลิตสาร สื่อ คนกลาง  ก็ต้องคิดมากๆ นะครับ ให้ประชาชนด้วยความจริงใจครับ

    จริงๆ อย่างการชุมนุมนั้น ผมว่าหากลดคำหยาบ แต่คุยบนเหตุผล แลนำเสนอทางแก้ และแนวทางการดำเนินชีิวิตให้กับประชาชนในภาวะคับขันแบบนี้ ที่ต้องเจอสภาวะต่างๆ ด้วยได้ก็คงจะดีมากๆ ผุ้ฟังจะได้เอาไปคิด เอาไปปรับใช้ในการทำมาหากินและรอสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าในการเลือกคนดี

ขอบคุณมากครับ