ผมตั้งใจเขียนบทร้องให้เด็ก ๆ อย่างสร้างสรรค์และเป็นคำชั้นสูง ยังมองว่าไร้คุณค่า “ทำไมจึงมองข้าม หรือเพราะว่า บทร้องที่ผมนำเสนอไปนั้นมันห่วยแตกจริง ๆ

 

เพลงอีแซว

สายเลือดสุพรรณฯ

บนถนนสายวัฒนธรรม

ตอนที่ 1  ทำไม จึงถูกมองข้าม

ชำเลือง  มณีวงษ์

           บทความในตอนนี้ผมขอนำเอาประสบการณ์ที่เป็นเกล็ดชีวิต  ในการทำวงเพลงพื้นบ้าน ตั้งแต่ช่วงเวลาเริ่มต้น ซึ่งในความเป็นจริงผมน่าที่จะลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปได้แล้ว แต่ผมยังนำเอาเรื่องราวเก่า ๆ กลับมาเล่าให้เด็ก ๆ ในวงได้รับฟังกันอยู่เสมอ ทั้งนี้เพราะมันเป็นความบอบช้ำที่อยู่ข้างใน คนที่จะมองเห็นและเห็นหัวอกอันเดียวกันได้ดีที่สุดก็คือลูกศิษย์ทางเพลงของเราเท่านั้น วันใดมีคนพูดดูถูก ดูแคลน เด็ก ๆ นำเอาคำพูดเหล่านั้นมาบอกครู เราก็เก็บความรู้สึกเอาไว้ และจัดเก็บข้อมูลที่ได้รับเป็นอย่างดี ไม่ยอมให้เสียหาย เพื่อนำเอาออกมาให้เด็ก ๆ รุ่นหลังได้รับรู้ในความเป็นวัฒนธรรมที่เราคนไทยคือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ

           มนุษย์มีมันสมองเอาไว้สร้างความคิด จินตนาการให้เกิดสิ่งที่สวยงาม เป็นประโยชน์จรรโลงใจ  ศิลปะทุกแขนง เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์  ศิลปินแต่ละแขนง คือผู้ที่สรรสร้างผลงานให้ได้ชื่นชมความงามและคุณค่าแก่ชีวิต ผู้บริโภคชื่นชอบมากน้อยสุดแล้วแต่ความสามารถของนักแสดง ทำได้ดี มีความสามารถก็เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของท่านผู้ชมได้ ทำได้ไม่ถูกใจก็จะไม่ได้รับการต้อนรับหรือได้รับก็เพียงส่วนน้อย 

          แต่บทความที่ผมจะนำเอามาเล่า เป็นความเห็นของบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ชม บุคคลที่ผมจะนำมากล่าวถึงไม่ได้มานั่ง ยืน ชมเพลงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่น  พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยแม่แต่จะชายตามมามอง หรือให้ความสนใจในตัวของเด็ก ๆ ที่เขามีความมานะพยายามฝึกฝนจนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์มากกว่า 10 ฉบับ ผ่านรายการโทรทัศน์มากว่า 60 ครั้ง  ผ่านการนำเสนอผลงานในงานใหญ่ ๆ ระดับชาติมากกว่า 100 ครั้ง

           เขามองแค่เพียงว่า เพลงอีแซวบ้า ๆ บอ ๆ เหมือนกับคนเสียสติ เล่นทะลึ่งตึงตังไม่เห็นจะน่าดูเลย คำพูดทำนองนี้ ผมอาจจะเคยนำเอามาเกี่ยวพันเอาไว้บ้างในตอนต้น ๆ ที่ขึ้นบล็อกใหม่ ๆ แต่ว่าเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ของผมเดินทางมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น ปี พ.ศ. 2535 (ความจริงเริ่มตั้งแต่ 2534 ไม่ประสบผลโดยแท้) มาถึงวันนี้ก็ 16 ปีแล้ว ยังมีผู้ที่ไม่ยอมทำความเข้าใจว่า ศิลปะพื้นบ้านแขนงนี้ว่าคือ สื่อแขนงหนึ่ง ที่สามารถส่งสารไปยังผู้รับ คือ ผู้ชม ผู้ฟังได้อย่างสนุกสนาน โดยนำเอาสาระสอดแทรกไปกับบทบาทในการแสดง บทร้องในทุกตอนของผมจะเริ่มต้นด้วยการชักนำไปสู่ความสนุกสนาน ได้หัวเราะเฮฮา และจบลงด้วยคติ สอนใจผู้ชม (อาจจะมีเพียงคณะเดียวที่คิดอย่างนี้) ทั้งนี้เพราะผมเป็นคนเขียนบทเพลงเอง และแสดงด้วยกับนักเรียนของผมที่บนเวที  

ตัวอย่างบทร้องเพลงอีแซว ในชุดปัญหาสังคม มีว่า         

    เอ๊ย.ตัวอย่างดีดี มีไหม  ใคร่ อยากรู้     

จะได้ยกย่อง เชิดชู        ผู้ ยิ่งใหญ่     

ป็นลูกที่ดี ของพ่อแม่     อีรังแต่ จะครุ่นคิด     

เป็นเยาวชน คนสุจริต     ไม่คิดเบียด เบียนใคร     

เป็นผู้ใหญ่ ใจดี             โอบอ้อมอารี ต่อสังคม     

ตั้งแต่ชั้น โคลนตม        สูงสุด จนต่ำใต้     

เป็นผู้นำ  ของชาวบ้าน   ของ ชุมชน     

ช่วยเหลือ  คนจน          ที่ ยากไร้     

ด้ลืมตา  อ้าปาก          แล้วขอฝาก ศีลธรรม (เอย..)        

จะได้รู้สูง  รู้ต่ำ             เป็นผู้นำ  จิตใจ  (เอย..)    

                    

ตัวอย่างบทร้องเพลงอีแซว เพลงปะทะคารม ในชุดลมปาก มีว่า 

   เอ๊ย. นี่เป็นวรรณศิลป์  ที่ดูแล้ว หมิ่นเหม่       

เพื่อเป็นการ ถ่ายเท      สร้างสรรค์  ฝันใฝ่     

มีซ่อนเงื่อน เฉือนปม    ด้วยคำคม แยบยน     

ปลุกจิต  สำนึกคน       พูดเรื่องจริง  แล้วรับไม่ได้       

ลมปากที่  ออกไป       หาใช่  เสแสร้ง     

ครั้นจะร้อง ให้ถึงแดง   ผู้ชมก็มี  หลากหลาย     

ให้สนุก สุขสันต์          เพิ่ม หรรษา     

ให้มีชีวิต  ชีวา            มีอารมณ์  อ่อนไหว     

หากสงบ  หยุดนิ่ง        ไม่ไหวติง  กันเสียบ้าง (เอย..)     

คงจะหมด  หนทาง      ที่จะ ระบาย     

ความหวัง  ของคนเรา  ไม่อยากจะเศร้า แต่ก็มี     

ไม่ว่าบุรุษ  หรือสตรี     มีคละเคล้า  กันไป     

อยู่ในวัยเรียน ศึกษา     ต้องพัฒนา ตนเอง     

ครอยากสูง  ให้เขย่ง   อยากเก่ง  ให้ฝันใฝ่     

มันจะดี  หรือจะชั่ว       อยู่ที่ตัว  เราทำ (เอย..) ตัวเราทำ

มันจะสูง  หรือจะต่ำ     ใครเล่าทำ  ตัวใคร (เอ่อ..) ทำตัวใคร

         เป็นสำนวน ถ้อยคำที่ประณีตบรรจงเขียนเอาไว้ลงเพลงให้รู้สึกกินใจ  แต่ยังมีคนที่ไม่เคยใช้ความคิด วิเคราะห์เลย กลับบอกว่า บทเพลงห่วยแตก แย่มาก (ความจริงเขาใช้คำที่รุนแรงกว่านี้) ผมยังงงไม่หาย ทั้งที่ผมตั้งใจเขียนบทร้องให้เด็ก ๆ อย่างสร้างสรรค์และเป็นคำชั้นสูง ยังมองว่าไร้คุณค่า  ทำไมจึงมองข้าม หรือเพราะว่า บทร้องที่ผมนำเสนอไปนั้นมันห่วยแตกจริง ๆ