ไม่ควรนำการเมืองมาเกี่ยวข้อง กับวัฒนธรรมประเพณี

ในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีกิจกรรม ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการ"รักษา" โรคให้"นางสาวเมืองปาย"อย่างต่อเนื่อง วันนี้ปราศจากอาจารย์เอกจตุพร เริ่มจาการที่มีการพูดคุยเสวนาร่วมกันระหว่างผู้ที่รักวัฒนธรรมประเพณีเมืองปายกับกลุ่มชนเผ่าประกอบด้วยชนเผ่าลีซูหรือลีซอ ชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ ชนเผ่ากระเหรี่ยงหรือปกาเกอญอ ชนเผ่าไทยใหญ่ ในพื้นที่ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมือวันที่ 8  พฤศจิกา ที่โรงเรียนปายวิทยาคาร โดยการประสานงานของ"คุณป้าแหลง"ซึ่งก็ได้เชิญผมไปร่วมและช่วยพูดให้ที่ประชุมฟังถึงเรื่องการรักษาไว้ซึ่งประเพณีเมืองปาย ซึ่งผมเองไม่อยากใส่อะไรลงไปมากนัก?!?

แจ้งวัตถุประสงค์ที่ผมมาข้องเกี่ยวว่าในฐานะคนที่ดูแล ส่งเสริมความสุข(สุขภาวะ)แก่ประชาชนชาวปาย ก็อยากให้ชาวปายมีความสุขทั้งกาย ใจและสังคม วัฒนธรรมประเพณีควรนำมาซึ่งความสุข ไม่ใช่ความทุกข์ หรือทำให้สุขภาวะถดถอยลงไป แค่เนี๊ย!และฝากประเด็นไว้คือ

1:-การจัดการประเพณีขอให้เป็นไปตามวัน เวลา กาละเทศะที่เหมาะสม

2:-ประเพณีของแต่ละเผ่าพันธ์พยายามทำให้เหมือนเดิมเข้าไว้

3:-จัดทำปฏิทินประเพณี 12 เดือนของแต่ละเผ่าไว้ และนำมาประชาสัมพันธ์หรือทำร่วมกันตามเวลา

4:-รักษาวัฒนธรรมประเพณีควบคู่ไปกับความเจริญทางเศรษฐกิจ

5:-ไม่ควรนำการเมืองมาเกี่ยวข้อง

สุดท้ายก่อนกลับได้มีการเสวนาร่วมกันระหว่างผมกับท่านปลัดอภิวัฒน์  พรหมขาม ปลัดอำเภอ ซึ่งไปร่วมเสวนา ได้พูดคุยในประเด็นความเป็นอยู่ ประเด็นการกลั่นกรองการจัดงานประเพณีของคณะอนุกรรมการพัฒนาอำเภอปายซึ่งท่านนายอำเภอปายได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อดูแลการพัฒนาอำเภอปายให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ซึ่งข้อนี้ต้องปรบมือให้ท่านที่เล็งเห็นการณ์ไกลและเข้าถึงอย่างแท้จริง

ประเด็นต่อเนื่องคือการคัดเลือกคณะอนุกรรมการที่ประชุมขอให้มีการคัดเลือกผู้เหมาะสมมาเป็นกรรมการ ซึ่งท่านปลัดอภิวัฒน์ก็รับปากที่จะไปดำเนินการ

นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับความร่วมมือกันของคนปายและชนเผ่าห่วงแต่บางกลุ่มที่ยังไม่ได้มาร่วมเสวนา ยังไม่เข้าใจ จะนำเอาวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีของปายไปขายให้กับธุรกิจ หรือทำให้ผิดเพี้ยนไป แต่คงไม่สายที่จะร่วมมือกันใช่ไหมครับ???

"ขอกำลังใจจากผู้อ่านและผู้ชื่นชม"นางสาวเมืองปาย"ครับ"