ตามมาจบเรื่องราวที่ว่าด้วยเรื่องของความกลัว ทาก อุตส่าห์มีคนจะหาป๊อบคอร์นมานั่งกินรออ่าน อยู่ต้องฉลองศรัทธาซะแล้ว
พูดถึงกลัวแบบ phobia ไม่เป็นด้วยตัวเอง คงไม่รู้จริง ๆ แหละค่ะ ว่าเป็นอย่างไร มีพี่ พขร.ที่ทำงานเป็นชายชาตรี อกสามศอก หาญกล้า เจอตุ๊กแกตัวเดียว แต๋วแตกเสียจริตไปเลย จริง ๆ ถ้ายายกาแฟไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ว่ากลัวจน phobia แบบนี้ พอรู้และจำอาการได้ นอกเหนือจากความกลัวเจ้าสิ่งนั้น เราจะกลัวต่ออาการและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสิ่งนั้นด้วย เรียกว่ากลัวแบบสองเด้ง เจอใครกลัวมาก ๆ ช่วยสงสารเขาหน่อยนะคะ อย่าถือว่าเป็นเรื่องสนุก เพราะมันไม่สนุกค่ะ
มาต่อกันเรื่อง case เด็กเคราะห์ร้ายที่กลืนทากเข้าไปนะคะ ยายกาแฟ กล้าๆ กลัว ๆ ใช้ Nasal retractor ถ่างจมูก ใช้ไฟฉายส่อง ก็เห็นอะไรดำ ๆ (ฮืออออออ น่านไง มันมาแล้ว ทำไมต้องเป็นชั้นนนน) มือเย็นเฉียบ สั่นระริก แหย่ forceps (คีมคีบ) เข้าไปในจมูก เด็กร้องไห้จ๊าก ผู้เขียนก็ตกใจครั้งที่หนึ่ง ไอ้ตัวร้ายหดเข้าจมูกไป ยายกาแฟ ก็หดมือกลับ มาตั้งลำ เดินออกไปหายใจลึก ๆ ยาว ๆ นอกห้อง 2 นาที กลับเข้ามาใหม่ (ความจริงกว่าจะตั้งหลักตั้งแต่อ่านประวัติ ซักประวัติ ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่เคยใช้เวลายาวนานอย่างนี้เลยในชีวิต ) เอาน่ะ ถ้าสู้กับมันไม่ได้ ไอ้ทากตัวนี้ต้องหลอนฉันไปทั้งชีวิตแน่ .. ส่อง ๆแหย่ ๆ กันก็อีก ครึ่งชั่วโมง จนปัญญา เจ้าเด็กน้อยก็ร้องจนเหนื่อย ผู้เขียนพยายามจะใช้เครื่องมือต่าง ๆ แหย่เข้าจมูกเด็ก และ คีบไอ้ตัวร้าย แต่ไม่เป็นผล เจ้าทากเองก็คงตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ของมัน ..
<div style="text-align: center">
</div>
พอมานั่งดูเงียบ ๆ เด็กก็ร้องจนเงียบไปแล้ว คงจะเหนื่อย ยายกาแฟยังไม่หาย ใจสั่น แต่ควบคุมอาการได้ดีขึ้น .แม่เด็กก็กระซิบ(แบบดัง ๆ ) “ หมอ ๆ มันอีกแล้ว มันโผล่มาแล้ว “... แต่พอเข้าใกล้ มันก็หดกลับเข้าไปอีก ท้อสิ้นดี ผู้เขียนเกิด idea เอาเลือดแม่เด็กมาล่อ น่าจะดี ..และแล้วก็ดูดเลือด แม่เด็กออกมา 10 cc ได้ เทใส่ชามรูปไตมาวางรองจมูก ให้เด็กก้มหน้า ลงใกล้ ๆ มันก็แหย่ ๆ ตัวออกมา แล้วก็ไม่ออกอย่างที่เราคาดไว้ เล่นล่อกันแบบนี้ เกือบเป็นชั่วโมง (สงสัยมันจะอิ่มเลือดอยู่) .. ผู้ชมก็เริ่มสนใจหนาแน่นขึ้น .. ยายกาแฟ ก็ยังกลัว ว่าถ้าจู่ ๆ มันยอมโผล่พรวดออกมาจะทำยังไง .. ทรมาน สิ้นดีค่ะ ฮือ ๆๆๆ ทำไมต้องเป็นชั้นนนน...
</span><p>จู่ ๆ มันก็ปิ๊ง ขึ้นมา “ลองใช้น้ำสิ” รองน้ำใส่ชามอีกใบ มารองไว้ โอ้วว ว้าวว ได้ผลค่ะ คราวนี้มันโผล่ออกมา ยาวเหมือนกัน ยายกาแฟ ทิ่มforceps พรวดจะไปคีบ มันก็หดเข้าไปอีก ..และเป็นอย่างนี้อีกหลายครั้ง .. การเล่นเอาเถิดเอาล่อ เป็นที่ลุ้นของผู้ชมค่ะ .. ยายกาแฟ ทั้งเครียด ทั้งกลัว ฮือ ๆๆๆ ทำไมต้องเป็นชั้นนน..เอาไงดีใกล้เข้ามาขนาดนี้ละ ..น่าจะเปลี่ยนเครื่องมือ คราวนี้ ไม่ใช้ forceps (คีมจับไม่มีที่ล็อก) เปลี่ยนมาเป็น clamps ค่ะ เป็นคีมจับเหมือนกัน แต่รูปร่างคล้ายกรรไกร สามารถล็อกได้ คราวนี้ผู้เขียนให้เจ้าเด็กก้มลงใกล้น้ำ เอา clamps ไปจอรอที่จมูก อ้าไว้เต็มทีรอมันโผล่ก็ จะล็อกทันที ไม่นานเกินรอ ค่ะ</p><p>2 นาทีต่อมา เจ้าทากค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากจมูก ของเด็ก ยายกาแฟเห็นทาก ใกล้ ๆ เต็ม ๆ ใจเหมือนจะหลุดออกมาเต้นอยู่นอกอก “พระเจ้าช่วยกล้วยทอด” ขามันเปลี้ย เหงื่อเม็ดเป้ง ๆ มือที่จับคีมมันชื้นเหงื่อ และอ่อนแรง ลงไปทันที แต่ก็ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว พอมันโผล่ออกมาได้ เกือบเซ็นต์ ก็หนีบกรึ๊บ คราวนี้โดนตัวเต็ม ๆ แล้วมันก็ไหลปรื๊ด ออกมาง่าย ๆ (เรียกว่าไหลเลยค่ะเพราะไม่ได้ออกแรงดึงอะไรเลย) พอหลุดออกมาง่าย ยายกาแฟขวัญกระเจิงไปแล้วค่ะทีนี้ เสียงกรี๊ดดดดด สนั่นหวั่นไหวเต็มห้อง ER กลัว ตกใจ สติแตก ผู้เขียนเหวี่ยงเจ้า clamps ที่มีทากติดอยู่ ทิ้ง ชามรูปไตทั้งอันที่ใส่เลือด ใส่น้ำกระเด็นกระจุยกระจาย แล้วยายกาแฟก็ยืนกระโดดเหย็ง ๆ (กระโดดจริง ๆ ค่ะ กระโดดแบบควบคุมไม่ได้ ) ร้องกรี๊ด ๆๆๆๆ แบบกลัวสุดขีด </p><p>ไอ้เด็กน้อย ที่ร้องให้น้ำตายังไม่ทันเหือดดี กับแม่ มองผู้เขียนตื่นตะลึง ผู้ชมก็เงียบไปทั่ว แต่ก็แป๊บเดียว เสียงหัวเราะ ดังมาจากเจ้าเด็กก่อน จากนั้นก็ดังไปทั่ว (ถึงตอนนี้เข้าใจว่าผู้ชมเกือบค่อนโรงพยาบาลค่ะ) คนอื่นตลกค่ะ แต่ยายกาแฟยังไม่ขำ มือสั่น ไปหมด เหลียวมองผลงานตัวเองก็ รู้สึกอับอาย clamps ที่มีทากไปติดผ้าม่าน ชาม เลือด กับชามน้ำเกลื่อน เลือดและน้ำก็หกไปทั่ว … ฮือ ๆ อยากเอาหัวไปซุก ถังอะไรซักอย่าง อาย ก็ อาย และที่เซ็งที่สุด ไอ้เด็กน้อย หัวเราะ ขบขัน หนอย ทีตอนนี้ละหัวเราะได้ เห็นชั้นเป็นตัวตลกนะ ทีตะกี๊ละดิ้นโวยวาย ร้องให้ เป็นวรรคเป็นเวร </p><p>หมดเลยค่ะ ภาพลักษณ์ของพยาบาลผู้ห้าวหาญ และ เยือกเย็น ฮือ ๆๆ ป่นปี้เพราะไอ้ทากตัวเล็กกว่านิ้วก้อยอีก ไม่มีอะไรจะมากู้ศักดิ์ศรีอันนี้คืนมาได้อีกแล้ว </p><p>ผู้เขียนไม่เก็บกวาดค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องคนงาน ตัวเองหลบไปหายใจ ระงับอาการคงค้าง ของ panic สั่นยาวนาน ซะจนเขียน บันทึกไม้ได้ ต้องเรียกน้องอีกคนมาเขียนให้ ไม่ว่าจะเสียจริต หรือ ตลกเพียงไร ตั้งแต่นั้นมา ยายกาแฟ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอาทากออกจมูก ค่ะ …แต่ไม่ทำเองอีกแล้วนะคะ … คราวนี้จะเป็นผู้กำกับเฉย ๆ.. ยังไงก็ขออยู่ห่างอย่างน้อย 2 เมตรค่ะ ป้องกันอาการ Panic จาก Agoraphobia กำเริบ</p><p align="center">


</p><p>จนถึงป่านนี้ ยายกาแฟก็ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ ว่าอะไรทำให้ กลัว (phobia) ต่อ ”ทาก” อย่างไม่มีเหตุผลขนาดนั้น จำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ไปรู้ตัวว่ากลัว ก็ตอนไปเจอ ของจริงเข้านั่นแหล่ะ ฮึ่ย … ใครชอบเอาทากมาแหย่คนเล่น นี่ไปไกล ๆ เลยนะคะ ..ยายกาแฟ ไม่คบค่ะ…เอิ้ก ๆๆๆ</p><p></p><p>Note : files รูปภาพจาก http://www.thaitrip4u.com/TravelStory/STA03.asp?QID=318</p>
สวัสดีครับ
บอกว่าไม่ต้องเอารูปทากมาแปะก็ไม่เชื่อ
นี่แหละ เขาว่าความอับจน สร้างอัจฉริยะ
Idea ผุดขึ้นมาปิ๊งๆๆ ๆ ๆๆ ๆ
คราวหน้า ถ้าคิดอะไรไม่ออก เอาทากไปวางบนโต๊ะทำงาน กิๆๆๆ
สวัสดีค่ะ
โธ่เอ๋ย ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะ เปล่า เรียกให้น้อง เรียกให้ตัวเอง เคยเจอแต่ปลิง ขยะแขยงที่สุด ไม่ชอบๆๆๆๆ
โอ้… ปลิง ปลิง ไม่เคยเห็นตัวเป็น แค่นึกถึง ก็แย่แล้ววว ~>_<~
กลัว นิดนึง
</ul>
</ul>
สวัสดีครับคุณ
น่าสงสารเขาครับ ที่หลังบ้านผมเป็นที่พำนักของเขา ทุกเช้าเขาชอบมาคลานออกกำลังกายขึ้นมาบนพื้นปูน แล้วนอนเล่นอยู่แถวนั้น
ผมต้องคอยบอกพร้อมเอาไม้สะกิดให้เขาลงไปอยู่ในที่อันควร เพราะถ้าหากแดดร้อนเขาคลานลงไม่ทันจะนอนตายแห้งอยู่ตรงนั้น
ผมนั่งชมโฉมเขาก็เห็นจริงอย่างว่า "เขาไม่น่ารักเลย ไม่หล่อ น่ากลัวออกด้วยซ้ำ" ก็สมน้ำหน้าเขาที่คุณเกลียดเขาครับ สมควรแก่การเกลียดแล้วครับ
ขอเป็นกำลังใจครับ สู้ สู้ !!!
สวัสดีครับผม
</ul>
หุ หุ หุ …
อิอิ ตามมาเยี่ยมค่ะคุณหมอ ด้วยความคิดถึง อยากเห็นหน้า ตอนเห็นทากจริง ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ แค่คิดก็สยิ๋วกิ้วส์ แล้ว ก๊ากส์ๆๆๆ แต่ถ้าเจอจริงกับตัวคงตลกไม่ออก เขียนจนเหมือนราณีไปนั่งดูหมอเลยนะเนี่ย
แอบมาขำ ๆ อ.ขจิตด้วย สงสัยขึ้นคานแหง แต่เอ หรือเราจะตีวัวกระทบคราดหนา อิอิ