ระหว่างที่สุนัขจิ้งจอกเดินมุ่งหน้าไปป่าใหญ่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เขาต้องผ่านห้องทำงานของฮิปโปผิวบลอน ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ น่ารักน่าเอ็นดูตัวหนึ่ง ฮิปโปตัวนี้คือเพื่อนต่างวัยที่คบหาสมาคมมาเป็นเวลาเกือบ ๓ ปีแล้ว มันตะโกนเรียกเพื่อนของมันด้วยเสียงดัง “เอิ้ว ๆ ๆ เบียร์ๆอยู่ป่าว”  ฮิปโปเมื่อได้ยินเสียงนั้นก็จำได้ทันที เธอไม่รอช้ารีบออกมาหน้าบ้านพร้อมกับถามกลับไปว่า “มีอะไรหรือ” “เปล่าหรอก คือ..ผมเดินผ่านมาทางหน้าบ้านเธอ  กะว่าจะเข้าไปหาของป่าเก็บไว้กินสักหน่อย ก็เลยตะโกนเรียกไปเท่านั้นเอง” พร้อมกับเสียงหัวเราะในทำนองแก้เขิน “แต่นั่นแหละ มาแล้วก็ดี วันนี้กะว่าจะลงไปชุมชนเผ่า ๑๓ หน่อย วันก่อนที่ลงไปมีงานบางอย่างค้างอยู่ กะว่าจะไปสะสร้างให้เรียบร้อยสักหน่อย” “อ๋อ ได้สิ เวลาเท่าไรล่ะจะได้เตรียมตัวได้ทัน” สุนัขจิ้งจอกถาม “ก็ประมาณ บ่ายสองโมงครึ่งนั่นแหละ” “ได้ๆ แล้วจะเตรียมพร้อมนะ แต่ขอตัวเข้าไปป่าก่อนเน้อ” “ได้ๆ แล้วแต่”
                ๑๔.๓๐ น. ฮิปโปผิวบลอน จับพวงมาลัยรถกระบะคู่กาย ออกจากที่ทำงานพร้อมกันกับเบาะซ้ายคือสุนัขจิ้งจอก ระหว่างเดินทางก็พูดคุยกันตามประสาผู้มีความคุ้นเคย รถผ่านคู คลอง หนอง บึงคอนกรีต ขึ้นทางด่วนไม่นานนัก ฮิปโปก็เหลือบไปเห็นธงชาติผืนใหญ่โบกสะบัดพัดพลิ้วตามกระแสลม บนยอดธงมีลูกโป่งสีแดงลูกหนึ่งถูกผูกติดไว้ ฮิปโปจึงหันมาถามสุนัขจิ้งจอกว่า “เห็นธงชาติผืนนั้นไหมพี่” “ผืนไหนล่ะ” สิ้นคำถาม สุนัขจิ้งจอกก็หันคอเหลือบไปทางซ้ายพร้อมกับตอบคำถามว่า “อ๋อ ผืนใหญ่ผืนนั้นหรือ” และถามต่อว่า“มีอะไรหรือ ถามทำไม” “อาว พี่ไม่คิดอะไรบ้างหรือ” ฮิปโปถาม
                สุนัขจิ้งจอกปล่อยความคิดให้ผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง จึงตอบออกไปว่า “ไม่เห็นมีอะไร..........แล้วเบียร์คิดอะไรล่ะ” ฮิปโปทิ้งระยะคำตอบครู่หนึ่ง จึงตอบออกไปว่า
“เปล่าไม่มีอะไร ถามไปงั้นแหละ”
                รถผ่านไประยะหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกมองเห็นธงผืนเล็กประมาณ หนึ่งในหกของผืนที่ผ่านมากำลังโบกสะบัดพัดไกว ธงชาตินั้นเป็นธงชาติเดียวกัน แต่บนธงชาติไม่มีลูกโป่งสีแดงเหมือนที่ผ่านมา เขาจึงหันไปถามฮิปโปว่า “เห็นธงชาติไหม” ฮิปโปตอบว่า “เห็น” สุนัขจิ้งจอกจึงถามต่อเพื่อความมั่นใจว่า ธงชาติตะกี้ที่มีผืนใหญ่น่าจะใช่มหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์นใช่ไหม ส่วนธงชาติผืนเล็กถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นสถานศึกษาอะไรสักอย่างของประเทศนี้สิ  ฮิปโปตอบสมทบว่า “ก็ใช่ทั้ง ๒ ประเด็น” ………
เป็นเรื่องปกติที่ผู้รู้น้อย เมื่อไม่มั่นใจในความรู้ ก็ต้องมีการสอบสวนความรู้ โดยการถามผู้ที่เราคิดว่าเขารู้กว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนกับสุนัขจิ้งจอกเมื่อเกิดความสงสัยอะไรที่ตนไม่สันทัดก็มักจะถามฮิปโปอยู่บ่อยๆ
เมื่อรถมาถึงเผ่า ๑๓ ตามเป้าหมาย ฮิปโปผิวบลอนจอดรถไว้ริมทางซึ่งอยู่หน้าบ้าน จากนั้นจึงเข้าไปไหว้และทักทายพ่อและแม่ พร้อมกับเข้าไปหยิบส้มหนึ่งลูกเดินกินออกมาหน้าบ้าน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าหิว เพราะยังไม่ได้กินข้าวตอนเที่ยง สักครู่หนึ่งจึงเดินไปที่ว่าการหัวหน้าเผ่า ๑๓ ตำบลในคลองบางปลากด เห็นสิงโตผู้เป็นหัวหน้าเผ่านี้กำลังทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานอย่างเคร่งเครียด สองข้างทางจากถนนสายหลักก่อนถึงที่ว่าการฯ เป็นตลาดนัดแผงลอยของเหล่าสัตว์ป่าใหญ่น้อย บ้างขายเนื้อสัตว์ บ้างขายผัก บ้างขายผลไม้ กลิ่นปลาร้าโชยเข้าไปในสำนักงานหัวหน้าเผ่าเป็นระยะ ระหว่างที่ข้าพเจ้าคือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ กำลังบันทึกเรื่องราวในสมองน้อยๆ ฮิปโปก็กำลังทำหน้าที่คือสัมภาษณ์ความสำเร็จ ประสบการณ์ จากหัวหน้าเผ่า ส่วนภายนอกที่ว่าการ มีสัตว์ป่าใหญ่น้อยเดินขวักไขว่ไปมาอยู่ตลอดเวลา เจ้าตัวเล็กใส่ชุดนักเรียนปั่นจักรยานคนเก่าซอมซ่อ กระทิงเขาคู้ขับกระบะคันโตส่งเสียงคำรามสนั่น นางแพะชราหิ้วถุงภายในบรรจุกุ้งเดินผ่านไปสักประเดี๋ยว กวางหนุ่มก็วิ่งมาช่วยถือให้ ดูเหมือนแต่ละตัวมีเป้าหมายของกันและกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่เผ่า ๑๓ ในวันนี้ ดูเหมือนคุ้มกับคุ้ม เพราะสิ่งที่ฮิปโปสัมภาษณ์ได้มานั้นคือเนื้อและเนื้อ หนึ่งทุ่มตรงเราคือ ฮิปโป และสุนัขจิ้งจอกจึงขอลาหัวหน้าเผ่ากลับที่ทำงาน แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปไหว้ลาพ่อและแม่ของฮิปโป
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮิปโป สุนัขจิ้งจอก เก้ง และกูปรี ไปรับประทานข้าวเช้าพร้อมกันที่ห้องอาหารประจำเผ่า เราคุยกันถึงเรื่องราวที่หัวหน้าเผ่าพร้อมกับผู้บริหารเผ่าให้ทุนการศึกษาเพื่อไปเรียนต่อ แต่ปัญหาที่เราคุยกันคือ ภาษาที่ ๒ ที่เราไม่มั่นใจว่าจะสามารถเรียนให้ชำนาญถึงกับสอบผ่านไปได้ ประเด็นที่เราถามขึ้นและมองตากันพร้อมกับ อืม..กันคือ ทำไมต้องให้สอบผ่านภาษาอังกฤษ ทั้งไอเอลว และโทเฟ่ว เพื่อเข้าไปเรียนเรื่องของชาติ ภาษา วัฒนธรรมของเราเอง คล้ายกับว่าต้องผ่านการกลั่นกรองจากต่างชาติก่อน ก่อนที่จะเข้าบ้านตัวเอง กูปรี ยกตัวอย่างชาติญี่ปุ่นให้เรารู้ว่า เขาจะไม่ยอมให้ชาติอื่นมีอำนาจเหนือเขาเลย กรณีของภาษา เขาใช้ภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง หากต้องการรู้ว่าชาติที่ปุ่นทำอะไร คิดอะไร เขียนอะไร ให้ศึกษาภาษาญี่ปุ่นเอง สุนัขจิ้งจอกจึงยกประเด็น ธงชาติที่เขาและ ฮิปโปได้ตั้งประเด็นปัญหาถามกันในวันวานให้วงสนทนาฟัง สิ่งที่เราวิเคราะห์คือ
๑)    ธงชาติของชาติเรามีแต่จะเล็กลงเล็กลง จะแตกต่างอะไรกับผืนแผ่นดิน ธุรกิจ วัฒนธรรม ประเพณีฯลฯ ที่มีแต่จะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่นั่นแหละนี่คือความจริงของสรรพสิ่ง “สรรพสิ่งไม่มีอะไรยั่งยืนถาวร”
๒)   ธงชาติของชาติเราแม้จะถูกยกโดยคนต่างชาติแต่ก็มีลูกโป่งอยู่เหนือธงชาติเรา แม้เราจะบอกว่าไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใคร ดูเหมือนน่าภาคภูมิใจ แต่การภาคภูมิใจนี้เหมือนกับก้างติดคอ อีกอย่างหนึ่ง ดูเหมือนเราต้องตามเขาตลอดไป เพราะเรามองไม่เห็นตัวเราเอง
๓)    แน่ใจหรือว่าไก่โต้งที่ฝึกร้องจนเสียงเหมือนเป็ด จะได้รับการยอมรับจากเป็ดว่าเป็นเป็ดเหมือนกันอย่างสนิทใจ
จริงอยู่เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมต่างแดน มันไม่เสียหายอะไรหรอก แถมเป็นผลดีด้วยซ้ำหากเราได้ศึกษาเรียนรู้จนเข้าใจและนำไปใช้ได้ แต่มันจะไม่เป็นผลดีต่อเผ่าที่มีตัวตนหรือตัวการมีตัวตนเป็นแน่