ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อหน่อยนะครับ      ผมฝันจะเปลี่ยนโลกครับ     เปลี่ยนจากโลกวัตถุนิยมไปเป็นโลกมนุษย์นิยม และธรรมชาตินิยมในที่สุด

         ในโลกวัตถุนิยมผู้คนบูชาวัตถุ    เราปฏิบัติต่อผู้คนโดยดูที่วัตถุที่เขามี เช่น รถยนต์ราคาแพง  เครื่องประดับราคาแพง  เครื่องแต่งตัวยี่ห้อดัง ราคาแพง เป็นต้น    ผู้คนมุ่งแข่งขันกันสร้างตนสร้างฐานะทางวัตถุ     เชื่อว่ามีวัตถุในครอบครองมากก็สะท้อนความสำเร็จมากในชีวิต     มีความสุขความภาคภูมิใจจากการได้เป็นผู้ครอบครองสิ่งของทรัพย์สมบัติต่างๆ     ยิ่งมีมากยิ่งดี  

         “วัตถุ” ในที่นี้รวมทั้งสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วย  เช่น เกียรติยศชื่อเสียง

         ผมใฝ่ฝันเข้าไปมีส่วนเปลี่ยนโลก  ไปเป็นโลกมนุษย์นิยม

         โลกมนุษย์นิยมในความหมายของผม คือ บูชาความดีของคน

         เมื่อบูชาความดี เราก็ต้องฝึกฝนตนเองให้มีทักษะในการทำความดี     สร้างทักษะในการนำเอาความดีออกมาทำประโยชน์แก่ผู้อื่นและแก่ตนเอง     สร้างตัวตนจากการทำความดี คือการให้  ไม่ใช่การเอา    

         ทักษะสำคัญคือทักษะในการมองทะลุเข้าไปเห็น “ความดี” ของผู้อื่น หรือของเพื่อนมนุษย์     มนุษย์ทุกคนมีความดี ทั้งที่เห็นได้ชัด และที่ซ่อนอยู่     คนบางคนได้ชื่อว่าเป็นคนชั่ว     แต่ในฐานคิดมนุษย์นิยม เขามีความดีอยู่ด้วย     แต่อาจซ่อนอยู่ลึกมาก  เพราะเขาได้สร้างเปลือกหุ้มเอาความดีไว้หนามาก     และตัวสังคมเองก็ได้ช่วยเขาเอาความดีไปซ่อนเสีย     ทำให้ตัวเขาเองก็หาไม่พบ    และคนทั่วไปก็เห็นแต่ส่วนที่เป็นความชั่วร้าย

         โลกปัจจุบันเน้นการเอาส่วนร้ายเข้าหากัน คือส่วนที่เป็นกิเลส    เราไม่ได้เน้นการสร้างทักษะในการนำเอาส่วนดี (ส่วนที่เป็นกุศล) ของความเป็นมนุษย์เข้าสัมผัสกัน    เราไม่ได้สร้างเทคโนโลยีของการกระตุ้นส่วนดีของความเป็นมนุษย์ ให้เจริญงอกงาม และเบียดบังส่วนร้ายให้ลีบเล็กไป     เรากลับ (หลง) สร้างเทคโนโลยีของการกระตุ้นส่วนร้ายของความเป็นมนุษย์

         ผมฝันใฝ่เปลี่ยนโลกตรงนี้แหละ

         แต่โลกมันใหญ่ ตัวผมเล็กนิดเดียว     ผมจึงฝันว่าจะเปลี่ยนสัก 1/6,000,000,000 ส่วน ของโลก      ซึ่งก็คือตัวผมนั่นเอง

         เรามาช่วยกันเปลี่ยนโลกกันเถิด

วิจารณ์ พานิช
๑๖ ต.ค. ๕๐