หนังสือ “สมอง เรียน รู้”

         ผมขอแนะนำหนังสือ “สมอง เรียน รู้” ที่จัดพิมพ์เผยแพร่โดย สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (www.nbl.or.th) โดยใช้คำนิยมที่ผมเป็นผู้เขียน ดังต่อไปนี้

คำนิยม
หนังสือ “สมอง เรียน รู้”
โดย นพ. อัครภูมิ  จารุภากร และ พรพิไล  เลิศวิชา
-------------------------------------------------------

         สมองมนุษย์คือ สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ   และการทำงานของสมองมนุษย์ก็มหัศจรรย์พอ ๆ กัน   คนในยุคนี้โชคดีที่วิชาการด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neurosciences) ได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมากมาย   เปิดเผยการทำงานของสมอง   ทำให้เกิดความเข้าใจกลไกของการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน   มีผลต่อการปฏิวัติรูปแบบของการจัดกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียน   และการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ในสังคม

         คนไทยโชคดีที่มีการจัดตั้งสถาบันวิทยาการการเรียนรู้ขึ้น   สำหรับนำเอาความก้าวหน้าด้านความรู้เกี่ยวกับสมอง มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้  สู่การปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ในสังคมไทย   และเราโชคดีที่นายแพทย์อัครภูมิ  จารุภากร และ อาจารย์พรพิไล  เลิศวิชา  ได้ค้นคว้าและทดลองใช้ความรู้ดังกล่าวในบริบทไทย   นำมาเขียนหนังสือ “สมอง เรียน รู้” เล่มนี้

         หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ในรูปลักษณ์ของหนังสือยุค Brain – based Learning คือ  มีภาพถ่าย  ภาพวาด  แผนผัง  ตาราง  ช่วยประกอบความเข้าใจ   ช่วยให้น่าอ่าน อ่านง่าย เข้าใจได้เร็ว เข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนได้ง่าย

         ผมชื่นชมความประณีตในการจัดทำหนังสือเล่มนี้   ผู้อ่านจะสัมผัสได้ว่านี่คือหนังสือ “สัญชาติไทย”    ไม่ใช่หนังสือที่มาจากการแปลตำราฝรั่ง  ยืมรูปฝรั่งมาทั้งดุ้น   เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากการ “ย่อย” อย่างละเอียดรอบคอบ   ผ่านการทดลองใช้ด้วย “สมอง เรียน รู้” ของผู้เขียนเอง

         หนังสือเล่มนี้ควรเป็นหนังสือประจำบ้าน  ประจำโรงเรียน  ประจำห้องสมุด  ประจำองค์กร ฯลฯ   คือ ควรมีไว้ทั่วไป  ให้หยิบมาทบทวนทำความเข้าใจได้เสมอ   เพราะในโลกยุค “ความรู้เป็นฐาน” (Knowledge – based) นั้น   สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความรู้   แต่เป็น “การเรียนรู้”   และการเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในวัยเด็กเท่านั้น   แต่จะต้องเกิดขึ้นในคนทุกคนตลอดชีวิต    เกิดขึ้นในทุกบริบทของชีวิต

         ความรู้เกี่ยวกับ สมอง เรียน รู้ จะช่วยให้พ่อแม่เลี้ยงดู อบรม ลูกได้ถูกวิธียิ่งขึ้น   ช่วยให้ครูทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรแห่งการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดียิ่งขึ้น   ช่วยให้ผู้บริหารองค์กรและเจ้าหน้าที่แผนกพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จัดกระบวนการเรียนรู้แฝงฝังอยู่กับกระบวนการทำงานได้ดียิ่งขึ้น   ช่วยให้ผู้บริหารท้องถิ่นและผู้บริหารประเทศจัด “โครงสร้างพื้นฐาน” เพื่อการเรียนรู้ของท้องถิ่นและประเทศได้ดียิ่งขึ้น   และที่สำคัญที่สุดช่วยให้บุคคลแต่ละคน ดำเนินชีวิตเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
 

        ท่านผู้อ่านพึงอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างพินิจพิเคราะห์   ว่ากระบวนการเรียนรู้แบบที่ยึดถือกันอยู่ในปัจจุบัน   ส่วนไหนบ้างที่จะต้องเปลี่ยนแบบ “ยกเครื่อง” ใหม่หมดหรือแบบปฏิวัติ

         เนื่องจากความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ที่เป็นฐานความเข้าใจเรื่อง สมอง เรียน รู้ กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก   ผมจึงขอตั้งความหวังว่าสถาบันวิทยาการเรียนรู้จะได้สนับสนุนให้มีการคันคว้าความรู้ใหม่เชิงทฤษฎี และความรู้ใหม่จากการทดลองประยุกต์ใช้ความรู้นี้ในการจัดรูปแบบการเรียนรู้ในบริบทไทย   แล้วนำมาปรับปรุงหนังสือ “สมอง เรียน รู้” นี้ทุก ๆ 3 - 5 ปี   เพื่อใช้หนังสือเล่มนี้ขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบและกระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง

       ศ. นพ. วิจารณ์  พานิช
    ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)
       
www.kmi.or.th
      http://gotoknow.org/blog/thaikm
       3 กันยายน 2550

วิจารณ์ พานิช
5 พ.ย. 50