ขอพูดถึงอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ อีกสักนิดนะค่ะ คือว่า “อาจารย์เป็นคนที่ขี้บ่นมาก แต่หนูก็รักอาจารย์มากนะค่ะ”

 

ความรู้สึกที่ออกมา

จากใจจริง(นะค่ะ)

ยุ 

บทความในตอนนี้ผมขอเสนอเรื่องราวความในใจของลูกศิษย์ทางเพลงอีแซวของผมอีกคนหนึ่งซึ่งก็เป็นเด็กที่ผมฝึกฝนมาตั้งแต่มาเข้าเรียนอยู่ชั้น ม.1  เป็นคนเสียงดี มีน้ำเสียงใส เวลาร้องเล่นลูกคอ หลบเสียง มีหางเสียง สามารถบังคับเสียงร้องให้มีความไพเราะน่าฟังได้ ถึงตัวจะเล็กแต่ก็มีความสามารถที่จะเปล่งเสียงร้องให้ออกมาได้เต็มเสียง ยุ เป็นคนที่มีความสุภาพอ่อนน้อม เขาเรียบร้อยเสียจน เล่นเพลงไม่ขำ (ทำตลกพอได้) แต่กาลเวลาและประสบ การณ์ช่วยส่งให้ ยุวดี มูลทองชุน ใช้ไหวพริบของตนเอง พัฒนาความสามารถในการแสดงเพลงอีแซว รวมทั้งเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ เช่น เพลงฉ่อย ลำตัด เพลงเรือ เพลงแหล่ เสภา ฯลฯ ได้อย่างนักแสดงอาชีพ วันนี้ ยุ ขึ้นมายืนแถวหน้าเพื่อแทนรุ่นพี่ที่จะจบการศึกษาออกไป

           ผมไม่รู้ว่า ลูกศิษย์คนเก่งของผมคนนี้ จะพูดถึงครูของเขาว่าอย่างไรบ้าง ในความเป็นจริงแล้ว ผมมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกศิษย์ในวงเพลงเท่าเทียมกัน เพราะเป็นการทำงานในระยะยาว หรือไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้ว่าลูกศิษย์บางคนอาจมองครูไปในแง่ที่ไม่ตรงกับความตั้งใจจริงของเราก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือผลงานที่เกิดจากการฝึกฝนของเรา ลองติดตามอ่านเรื่องราวที่ ยุเขียนมาให้ผมกันเลยนะครับ 

          

ตั้งแต่หนูย่างเท้า เข้ามาสู่วงเพลงอีแซวบรรหารแจ่มใสวิทยา 1  หนูชื่อ ยุวดี  มูลทองชุน (ยุ) รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะไม่รู้ว่าจะเข้ากับคนอื่นได้หรือเปล่า แต่เมื่อเวลามาอยู่แล้วเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในวงเพลงอีแซวก็เป็นกันเองสนุกสนานครื้นเครง บางคนก็บ้า ๆบอ ๆ (ล้อเล่นค่ะ) ที่จริงแล้ว น่ารักทุกคนและเมื่อได้ยินเสียงของพี่อิม-หทัยกาญจน์ เมืองมูลและพี่ยุ้ย-รัตนา ผัดแสน ในความรู้สึกตอนนั้นหนูคิดว่าพี่เขาร้องเพราะมาก ๆ เสียงก็ใส น่าตาก็ดี หนูเลยคิดว่า อยากจะเป็นแบบพวกพี่ ๆ เขาบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า แต่ถึงยังไงหนูก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด 

                                 

 

คนที่หนูลืมไม่ได้ก็คือ อาจารย์ชำเลือง  มณีวงษ์ ครูที่ทำให้หนูเป็นได้จนถึงทุกวันนี้ ในตอนแรกหนูเข้าโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะอยู่นอกเขต คุณครูที่โรงเรียนเก่าของหนู คือ ครูอาภรณ์ สมณวัฒนา เขาแนะนำว่า ให้หนูมาสมัครความ สามารถพิเศษในด้านเพลงอีแซวกับอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์  หนูก็เลยมาสมัครดู แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ เพราะคิดว่าตัวเองร้องเพลงอีแซวได้ยังไม่ค่อยจะดี อาจารย์เขาจะรับเราหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่เมื่อถึงเวลาคัดตัว  อาจารย์เขาก็ร้องเพลงอีแซวให้ฟังและให้หนูร้องเกริ่น  หนูก็ร้องตามที่อาจารย์เขาบอก ในตอนนั้นหนูตื่นเต้นมาก

  

                         

ส่วนอาจารย์ เขาก็ร้องด้นสดให้หนูฟัง และร้องเรื่องราวเกี่ยวกับตัวหนู ในตอนแรก หนูก็คิดว่า  อาจารย์เขารู้จักเราตอนไหน ถึงได้ใช้บทร้องเกี่ยวกับตัวเราได้ และในขณะที่เราทำปฏิกิริยาท่าทางอยู่นั้น  อาจารย์เขาก็ร้องขึ้นมาได้เลย ในขณะนั้นหนูได้แต่คิดว่า  อาจารย์เขาไปแต่งกลอนเอาไว้ในตอนไหน และรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนเราจะทำท่าทางอย่างไร แต่เมื่อมารู้ทีหลังว่า อาจารย์เขาด้นสด ๆ ก็คือ คิดมาขณะนั้นเลย โดยไม่มีการท่องเนื้อร้องมาก่อน หนูก็เลยทึ่งในความสามารถของอาจารย์มาก

                                     

เมื่อหนูเรียนอยู่ชั้น ม.3 หนูเลือกเรียนโครงงานศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่นกับอาจารย์ชำเลือง  มณีวงษ์ อาจารย์เขาก็ให้นักเรียนทำโครงงานตามความสนใจ ตามความถนัด หนูก็เลยได้เลือกทำโครงงานที่หนูถนัด คือ โครงงานเกี่ยวกับเพลงอีแซว เพื่อเป็นการพัฒนาความสามารถในการร้องและแสดงเพลงอีแซวอีกด้วย

               

                            

หนูขอพูดถึงอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ อีกสักนิดนะค่ะ คือว่า อาจารย์เป็นคนที่ขี้บ่นมาก แต่หนูก็รักอาจารย์มากนะค่ะ"

                     

                      

                       ขอบคุณที่อาจารย์รักลูกศิษย์ทุกคน       

                                  น.ส.ยุวดี  มูลทองชุน 

             นักเรียนชั้น ม.4/1 โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1

                 ลูกศิษย์ทางเพลงอีแซวครูชำเลือง มณีวงษ์

  <p> </p>