ไม่เป็นราชการ มีความเป็นนิติบุคคล มีกรรมการบริหาร ได้รับงบประมาณแผ่นดินเหมือนราชการ แต่ได้รับงบประมาณแผ่นดินในลักษณะที่เป็น Block Glance เป็นเงินอุดหนุนเป็นก้อน (ไม่ได้เป็นแบบที่เราเรียกว่า line item ก็คือ แจกแจงรายการ อันนี้ทำอย่างนี้ ต้องทำแบบนี้เท่านั้น ห้ามทำอย่างอื่น ซื้อโต๊ะ ซื้อเก้าอี้ ต้องซื้อครุภัณฑ์เท่านั้น)

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต่างจากระบบราชการอย่างไร??

 

          ก็ไม่เป็นราชการ  มีความเป็นนิติบุคคล  มีกรรมการบริหาร  ได้รับงบประมาณแผ่นดินเหมือนราชการ  แต่ได้รับงบประมาณแผ่นดินในลักษณะที่เป็น Block Glance  เป็นเงินอุดหนุนเป็นก้อน  (ไม่ได้เป็นแบบที่เราเรียกว่า  line item  ก็คือ แจกแจงรายการ  อันนี้ทำอย่างนี้  ต้องทำแบบนี้เท่านั้น  ห้ามทำอย่างอื่น  ซื้อโต๊ะ ซื้อเก้าอี้ ต้องซื้อครุภัณฑ์เท่านั้น) คือได้เงินมาก้อนแล้วก็จะไปทำอะไรก็แล้วแต่ระบบบริหารของที่นั้นๆ จะกำหนดว่าใครเป็นคนตัดสินใจ  ซึ่งในระบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ก็คือสภามหาวิทยาลัย  ที่จะเป็นคนกำหนดว่าจะนำเงินก้อนนั้นไปทำอะไร ส่งอาจารย์ไปเรียนเมืองนอก  หรือจะสร้างตึก หรือจะทำห้องสมุด  สภามหาวิทยาลัยจะเป็นคนตัดสินใจเอง 

          ของธรรมศาสตร์ปีนี้ก็คือ 2,050 ล้าน เค้าก็จะไม่บอกว่า 100 ล้านต้องไปจ้างคนจำนวนเท่านี้  200ล้าน ต้องไปสร้างอาคาร  300ล้านไปเป็นค่า OT ค่าเบี้ยเลี้ยง   อีก 500 ล้านเป็นค่าจัดการศึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้  เป็นค่าตอบแทนอาจารย์พิเศษ  เค้าก็จะไม่บอก    เค้าก็จะบอกธรรมศาสตร์เอาไป 2,050 ล้าน แล้วคุณไปคิดเองว่าจะจ่ายอะไร  ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นคนตัดสินใจ  นี่คือความแตกต่าง

ก็เหมือนกับองค์กรเอกชน ?

          ไม่ใช่  ไม่เหมือน  เพราะว่าได้รับงบประมาณแผ่นดิน  แล้วก็ต้องรายงาน  ก็ต้องถูกตรวจสอบการใช้จ่าย  คือเวลาคุณกำหนดว่าคุณจะทำนั่นทำนี่ก็กำหนดได้  แต่วิธีการใช้จ่ายก็ต้องมีคนจ่าย  มีระบบการตรวจสอบ  การซื้อการจ้างก็เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ  การปฏิบัติงานก็ต้องถูกตรวจสอบ  ผู้บริหารก็เป็นคนที่ต้องอยู่ใต้อำนาจ คปช. ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน  ถูก ปปช. เรียกไปถาม  สตง.เรียกไปตรวจสอบได้  เวลามีคนร้องเรียนว่าทำไมใช้เงินแบบนี้  ทำไมใช้เงินนอกวัตถุประสงค์  ใช้เงินในลักษณะที่แพงกว่าเป็นจริง  ซื้อของที่เค้าซื้อกัน 500 ที่นี่ซื้อกัน 2,000 ต้องตอบคำถามของ สตง. เพราะฉะนั้น  เป็นเอกชนหรือไม่...  ไม่.....เป็นเอกชนในความหมายเหมือนกันคือ  ตัดสินใจเองในวงเงินที่เค้าให้  ส่วนเค้าจะให้ปีหน้าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าปีนี้ใช้ไปแล้วมีปัญหาหรือไม่  ตอบคำถามได้หรือไม่  มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่   เหมือนเอกชน คือเหมือนในแง่ที่ว่า  เมื่อได้เงินมาแล้วตัดสินใจเองว่าจะใช้เงินอย่างไรแต่อยู่ภายใต้ระบบควบคุมตรวจสอบ  และก็ต้องรายงานผลเพราะปีหน้าต้องไปขอเค้าใหม่อีก  เพราะฉะนั้นถ้าปีนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่อง  ปีหน้าเค้าก็บอกว่าเอาไปแค่ 1,200 ก็แล้วกัน  แต่เอกชนหาเงินเอง