Proceedings มหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๒ (๒๒)_๒

 

ผู้ดำเนินรายการ : เพิ่มเติมนิดนะคะ เรื่อง tacit knowledge ของ ดร. ปรอง  ช่วยกรุณาแนะนำวิธีการฟังคนอื่น การฟังที่ดีให้ถ่องแท้และลึกซึ้งนะคะว่าจะพัฒนาทักษะนี้อย่างไร

วิทยากร : มนุษย์เรามี 2 หู 1 ปาก จำนวนเท่ากันและแบบเดียวกัน วิธีการฟัง ผมขอขยายความสิ่งที่คุณหมอประเวศพูด ผมถูกใจ นี่ผม share ให้ฟังนะครับ ฟังเหมือนคนเป็นล่าม เช่น พี่ หนูไม่อยากทำงานเลย หนูจะลาออก สิ่งที่คุณจะตอบ ตอบอย่างไรถ้าคุณเป็นหัวหน้างาน ลาออกทำไม นี่คือตอบด้วยอารมณ์ เราก็ต้องบอกว่า อยากจะลาออกเหรอรู้สึกไม่ค่อยดีใช่ไหม เป็นล่ามเหมือนกับว่าเอาข้อความของเขามาพูดในภาษาของเรา น้องจะพูดว่า ไม่ไหวงานมันหนักเหลือเกิน ถ้าเป็นธรรมดาก็บอกว่าไม่หนักหรอกคิดมากไปเองหรือเปล่า เราต้องบอกว่างานที่น้องได้ไปรับผิดชอบมากไปงานมันหนักอยู่ มันเป็นการพูดที่เราเปลี่ยนมุมมองไป พูดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ สุดท้ายเราอาจจะเจอว่าอะไรคือปัญหาจริง ๆ เขาอาจจะบอกว่าสุดท้ายเขามีเรื่องกับเพื่อน แต่ถ้าเรารีบกระโดด นิสัยของคนที่เป็น problem solving นิสัยคือชอบแก้ปัญหาก่อนที่ไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร กระโดดไปก่อนเลย ซึ่งไม่ถูกต้องเหมือนกันอย่าเพิ่งค่อยพูดไป สุดท้ายเขาจะบอกว่าเพื่อนหนูเขาเข้ากับเพื่อนไม่ค่อยได้ เราก็บอกว่าเหรอกำลังมีประเด็นกับเพื่อนอยู่ใช่ไหม ตอนสุดท้ายเขาก็จะบอกว่าพี่คิดยังไง เราวางประโยคอันนี้อยู่เนี่ย เราอย่าไปแสดงความคิดเห็น แต่ถ้ามีประโยคบอกว่าพี่คิดว่ายังไง ถ้าเป็นพี่ พี่คิดว่าจะทำยังไง เราก็บอกว่า ถ้าเป็นพี่นะปัง ปัง ปัง นี่คือคำตอบ การฟัง การรับฟังอย่างไม่มีอคติแล้วค่อยบอก ถามว่าผมทำได้ไหม ไม่ได้ครับพยายามฝึกอยู่

ผู้ดำเนินรายการ : ดิฉันจะใช้เวลาช่วงนี้สรุปขุมความรู้สิ่งที่ ดร. ปรอง ให้  โดยใช้เวลาสั้น  ๆ 1-2 นาที ก่อนอื่นดิฉันอยากจะขอเปลี่ยนหัวข้อ การบรรยายวันนี้ว่า KM ที่เนียนในเนื้องานต้องเนียนจริง ๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ถ้ามันเป็นวิตามินจริง ๆ มันต้องอยู่ในสายเลือดไปทุกส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย Spansion เองเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของคำที่บอกว่าจริง ๆท่านทำอยู่แล้วล่ะ KM ไม่มีอะไรใหม่ จะเห็นได้ว่า slide ของท่านวิทยากรได้พูดไป กว่า 70-80 เปอร์เซนต์ ได้ทำอยู่แล้ว สิ่งที่ Spansion ทำอยู่ก็คือ ทำความเข้าใจว่า KM จริง ๆ แล้วมันคืออะไร แล้วพยายามมองดูว่าสิ่งที่ทำอยู่นั่นมัน fit in อยู่ในเรื่องอะไรบ้าง ที่ดิฉันชอบใจมีอยู่ slide หนึ่ง ขอความกรุณาดูที่ Execution กับ Direction ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญนะคะ ตรงนี้สำคัญมากเพราะว่าด้านซ้ายเป็นเรื่องของ direction ดิฉันเองมองเรื่องของ การทำ KM ต้องมี 2 direction อันแรกคือ top down คือตัว Purpose, Mission, Vision, HR, Philosophy เป็นตัวบอกว่าเราจะไปที่ไหน ซึ่งอันนี้องค์กรส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว แต่ที่พิเศษคือว่าใน Spansion เองมีเรื่องของ HR Philosophy ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเน้นเรื่องคนมากเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะจาก direction  top down นั้นทำยังไงให้เกิดขึ้น ตรงนั้นคือส่วน Execution ส่วน Business Process มีอยู่แล้วทุกองค์กร หัวใจสำคัญก็คือ HRD ใน 4 มิติ คือ เก่งดี มีสุข ซึ่งอันนี้เป็นตัวเตรียมคน เตรียมคนจากข้างล่างขึ้นไปเป็น bottom up ส่วนที่สำคัญต่อมาคือหัวสมองคือ TCPI2 ดร. ปรอง ได้นำเสนอไปแล้วว่า ระบบต่าง ๆ ใน TCPI2 จะเป็น tool หรือระบบต่าง ๆ ที่ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการ ดิฉันมองว่าตรงนี้คือกระบวนการสร้างความรู้ที่หมุนอยู่แล้ว  ตั้งแต่ก่อนมีการทำ KM สุดท้ายคือเรื่องของ โมเดล Conceptual Model นี่ก็สำคัญ มีไว้เพื่อให้คนในองค์กรมองสิ่งเดียวกัน เข้าใจว่า KM คืออะไร แล้วบทบาทของตัวเองที่จะอยู่ในแต่ละส่วนคืออะไร สามารถที่จะเอาองค์ความรู้ที่อยู่ตรงกลาง TCPI2 นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉะนั้นอะไรที่สำคัญที่อยู่ใน Execution ที่ขาดไม่ได้ สุดท้ายดิฉันได้คุยกับ  ดร. ปรอง ก่อนที่จะมาในวันนี้ว่า จริง ๆ แล้ว ความสำเร็จของ Spansion ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ KM เท่านั้น เรื่องของอื่นๆ ด้วย สุดท้ายมาตกอยู่ที่คำ คำเดียวค่ะ คือ คำว่าคน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงนี้ ทุกท่านคงได้ massege อันใหญ่เลยว่า ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของคนเท่านั้นนะคะ เรื่องอื่นๆในองค์กร เรื่องของคนสำคัญที่สุด ก็ขอขอบคุณ ดร. ปรอง นะคะ ที่ได้มา share ความรู้