สิบบาทนี้ แม้จะซี้อได้แค่ดินสักกำ ตะปูสักตัว ก็ขอให้ป้าส่งได้รับบุญนี้ เหมือนสร้างเจดีย์ทั้งองค์

 วันนี้อากาศดูแปลกๆ ครึ้ม หม่นพิกล แถมตกเย็นฝนตกอีก จะว่าใจมันสงบ หรือเหงา ก็บอกไม่ถูก ซ้ำมาอ่านบทความ เรื่องกาหลอ ของคุณคำสุวรรณ์ เรื่องมโหรีส่งวิญญาณ พาลให้คิดถึงคนที่ตายไปแล้วที่ ชื่อป้าส่ง

   ป้าส่งเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้เขียนดี เพราะป้าส่งเป็นภารโรงประจำสถานีอนามัย ที่ผู้เขียนเคยปฏิบัติงานอยู่ กับร่างเล็ก กระฉับกระเฉง ขยัน ทำให้ใครๆที่ได้พบเห็นต่างก็รักป้าส่ง ในวันที่มีเรี่ยวแรง ลูกๆ ยังนำหลานมาฝากลืม ไว้อีก ไม่เคยได้ยินคำบ่นจากปากป้าส่งสักครั้ง

   สมัยนั้นสถานีอนามัยที่นั่น อยู่ห่างไกลเมืองมาก ก็ไม่ทราบเป็นอย่างไร ผู้เขียนมักจะได้ไปรับราชการในที่ชนบทห่างไกลเสมอ ป้าส่งเป็นภารโรงคนแรกและคนเดียว จนกระทั่ง มีการก่อตั้งโรงพยาบาลชุมชน ทดแทนสถานีอนามัย ป้าส่งก็พลอยหมดหน้าที่ไปด้วย เพราะอายุเกิน 60 ปี

  จึงทำให้ลูกๆป้าส่งกลับมาสมัครงานเป็นคนงาน โรงพยาบาลกันบ้าง คราวนี้ ลูกๆ คงได้ตอบแทนแม่เสียที ความจริงน่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ที่จริงกว่าคือ ลูกๆ มักจะมองป้าส่งเป็นภาระเสียมากกว่า ทั้งๆที่ยังพอจะช่วยซักผ้า ถูพื้นได้บ้าง แต่บัดนี้ ป้าส่งไม่มีรายได้เป็นของตนเองแล้ว ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลแห่งนั้นระยะหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปสถานีอนามัย ตามที่ถนัด จึงมีโอกาสได้ เห็นความเป็นไปของชีวิตป้าส่ง เมื่อมีเวลาผู้เขียนมักจะลงไปพูดคุยด้วย และจะซื้อปลากุแลเค็มไปให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ป้าส่งชอบกิน กับน้ำพริกมะขามมากๆ บางวันคุยกันไปผู้เขียนก็ได้เห็นน้ำตาป้าส่ง ด้วยความนึกน้อยใจลูกๆ ที่ระยะหลังบ่นว่าไม่เกรงใจ เช่นซื้อกับข้าวถุง มาทิ้งไว้ให้ เป็นจำพวกแกงกะทิ ซึ่งป้าไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ไม่กิน จึงทำให้ผู้ซื้อไม่พอใจ คิดว่าป้าเรื่องมาก คำพูดที่ทำให้ป้าส่งน้ำตาไหลก็คือ "ซื้อมาให้แด......ก็ไม่แด.....ไม่รู้จะกินของดีขนาดไหน" ผู้เขียนได้ยินแล้วสะอึก ทำไมจึงใช้คำพูดแบบนี้

   จากการที่ทำงานหนักมาก่อน ทำให้ระยะหลัง ป้าส่งชอบปวดขามากๆ ทำงานไม่ค่อยไหว ผู้เขียนมองเห็นเส้นเลือดขอดที่ขามากมาย อันเป็นสาเหตุแห่งการปวดขานั่นเอง

  วันหนึ่ง ลูกป้าส่งก็มีอันต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ด้วยอาการปวดท้องรุนแรง ตลอดเวลา กินน้ำสักหยดยังไม่ได้ จะปวดเพิ่มทันที หมอวินิจฉัยไม่ออก นอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลจังหวัด อยู่เป็นสัปดาห์ ป้าส่งก็หอบสังขารไปเฝ้า แกเล่าว่า เขามีอาการออกร้อนตามตัว ต้องคอยพัดวีให้ คอยเอาผ้าเช็ดตัว เอาน้ำแข็งลูบปาก แก้กระหาย และที่ป้าเล่าแล้วบอกสงสารลูกมากคือ รอบปากของเธอมีลักษณะแตกระแหง มีเลือดซึมอยู่ตลอดเวลา ขยับก็จะเจ็บปวดมาก อยู่อย่างทุกข์ทรมาน

    วันหนึ่งป้าส่งก็มาปรึกษาผู้เขียนว่าจะทำอย่างไรดี ผู้เขียนกำลังนึกถึงกรรมที่เธอเคยดุด่าว่าแม่หรือเปล่า ที่ทำให้เป็นอย่างนี้ ผู้เขียนนึกในใจ คงต้องให้แม่อโหสิกรรมให้ก่อน ถามว่าป้าหายโกรธหรือยัง ที่ลูกเคยดุว่าป้าจนน้ำตาไหล ป้าส่งกับบอกว่า ที่จริงฉันนะผิดเอง เขาตั้งใจซื้อของดีๆมาให้กิน ก็ไม่กิน ไม่ชอบกิน เสียของ ไม่เคยโกรธเลย แล้วป้าส่งก็ กังวลอีกว่า จะช่วยมันอย่างไรดี กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ ฉันต้องนั่งพัดแก้ร้อนทั้งคืน น่าสงสาร

 นี่คือน้ำใจแม่น่าซาบซึ้งมาก เสียดายที่ลูกไม่ได้มาได้ยินด้วยหูตนเอง ผู้เขียนจึงคิดว่าบุญคงช่วยลูกป้าได้บ้าง จึงคิดให้ป้าทำบุญให้ลูก เลยถามว่า ป้าพอมีเงินบ้างไหม ห้าบาท สิบบาท ก็ได้ ช่วงนี้มีงานบุญอย่างหนึ่ง เขากำลังจะสร้างเจดีย์ ให้ป้าทำบุญแล้วนึกเอาบุญให้ลูกนะ ป้าส่งรีบกลับบ้าน และบอกว่า ส่วนตัวไม่มีเงิน แต่จะไปหาดู

  ป้าส่งหายไปนานจนผู้เขียนก็ยุ่งกับงาน จนเที่ยงจึงเดินไปกินข้าวกลางวันที่ร้านค้าในโรงพยาบาล ซึ่งมีอยู่ร้านเดียว พอแม่ค้าเห็นก็รีบบอกว่า ป้าส่งฝากเงินให้หมอ 10 บาท ไม่รู้ค่าอะไร บอกว่าไม่กล้าให้เอง อาย ป้าส่งทำเพื่อลูกได้สำเร็จ โดยไปค้นเงินมาได้ 10 บาท ผู้เขียน จึงนำเงินมาอธิษฐานซ้ำ ว่าสิบบาทนี้ แม้จะซี้อได้แค่ดินสักกำ ตะปูสักตัว ก็ขอให้ป้าส่งได้รับบุญนี้ เหมือนสร้างเจดีย์ทั้งองค์ และให้บุญส่งผลให้ลูกป้าเขาหายด้วยเถิด

   ใครจะเชื่ออานิสงส์สร้างเจดีย์ 10 บาท จะทำให้วันรุ่งขึ้น แพทย์วินิจฉัยโรคได้ และผ่าตัดด่วน ต่อมาอาการก็หายเป็นปกติ จำได้วันที่ป้าเข็นรถลูกสาวที่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลมาไหว้ขอบคุณ ที่ผู้เขียนนำเงินไปทำบุญให้ หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เขียนก็ย้ายมาอยู่อำเภอศรีราชา ทุกครั้งที่กลับไปที่อำเภอที่เคยทำงาน ก็จะแวะเยี่ยมป้าส่ง พร้อมปลากุแลเค็มเสมอๆ คนที่นั่นเล่าว่า พี่นีทำบุญได้บุญเหลือเกินนะ มาเมื่อไหร่ ป้าส่งต้องเอาไปคุยเป็นอาทิตย์  ต่อมาผู้เขียนก็ห่างออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายได้ข่าวว่าป้าส่งเป็นมะเร็ง เสียชีวิตแล้ว

  จบไปอีกหนึ่งชีวิต และต้องขอบคุณป้าส่งที่ทำให้ผู้เขียน มีโอกาสนำสาระดีๆมาฝากชาวG2K ในโอกาสที่ได้รู้จักป้าส่ง ยังคิดถึงอยู่ และหากบันทึกนี้ จะมีคุณค่า เกิดเป็นบุญกุศลบ้าง วันนี้ ผู้เขียนของส่งบุญไปให้ป้าส่งทั้งหมด สาธุ สาธุ สาธุ