เบาหวาน / DM foot / แผนการสอน
เรื่องที่ต้องการเผยแพร่เป็นความรู้ที่ผู้เขียนได้รับมาจากการอบรมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน รพ.เทพธารินทร์ เขียนไว้ในลักษณะแผนการสอน
<h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">การดูแลสุขภาพเท้าในผู้เป็นเบาหวาน</h5>
นายแพทย์ศักดิ์ชัย จันทรอมรกุล โรงพยาบาลเทพธารินทร์
โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค
มีผู้ประมาณการไว้ว่าในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานที่อาศัยอยู่ในเมืองประมาณ 2.1 ล้านคน และจะมีผู้ที่ถูกตัดเท้าถึง 27,300 คน เทียบกับในปี พ.ศ. 2543 ซึ่งมีเพียง 14,300 คนเท่านั้น ดังนั้นในเวลา 10 ปีจะมีผู้ป่วยถูกตัดขาเพิ่มขึ้นอีกถึง 13,000 คนหรือจะมีผู้ถูกตัดขาจากโรคเบาหวานประมาณ 3 – 4 คนต่อวัน แผลที่เท้าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเบาหวานถูกตัดขา ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยเบาหวานถูกตัดขานั้นเริ่มจากแผลเล็กๆแล้วลามไปจนเกิดเนื้อตาย ดังนั้นการดูแลรักษาไม่ให้เกิดแผลหรือตั้งแต่แผลยังไม่เป็นมากจะสามารถป้องกันการลุกลามของแผลและการถูกตัดขาได้ การทราบถึงชนิดของปัจจัยเสี่ยงและพยายามขจัดหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดแผลที่เท้า ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้แบ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทั่วไปและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวกับเท้าปัจจัยเสี่ยงทั่วไป คือ1. ระยะเวลาของการเป็นเบาหวานมากกว่า 10 ปี2. เพศชาย3. ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี4. โรคแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต5. โรคหัวใจและหลอดเลือดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวกับเท้าคือ1. เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม2. เส้นเลือดส่วนปลายตีบหรือผิดปกติ3. ประวัติของการเกิดแผลหรือถูกตัดขามาก่อน4. ความผิดปกติของชีวกลไกของเท้า เช่น ตาปลา เท้าผิดรูป หรือเล็บผิดปกติอย่างรุนแรง สาเหตุของการเกิดแผลที่บริเวณผิวหนังที่สำคัญที่สุดคือ การเสียดสีและแรงกดบริเวณนั้นเป็นเวลานานๆ ภาวะเหล่านี้ถ้าเกิดในเท้าคนปกติจะเกิดอาการเจ็บปวดและทำให้ผู้นั้นเปลี่ยนท่าทางในการเดินและการลงน้ำหนักเพื่อทำให้ความเจ็บปวดลดลง แรงเสียดสีและแรงกดในบริเวณนั้นก็จะหมดไป แต่ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีการเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลายจะไม่รู้สึกเจ็บปวด ผู้ป่วยจึงไม่เปลี่ยนท่าในการลงน้ำหนัก แรงเสียดสีและแรงกดก็ยังคงมีต่อไปจนเกิดแผล เมื่อเกิดแผลบนผิวหนังแล้วผู้ป่วยยังเดินลงน้ำหนักบริเวณนั้นอยู่ แรงกดซ้ำๆบนแผลนั้นจะดันให้เชื้อแบคทีเรียลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อที่ยังไม่ติดเชื้อ รวมทั้งเส้นเอ็นและกระดูก ทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และถ้าผู้ป่วยเบาหวานรายนั้นมีการควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีด้วย การกำจัดและทำลายเชื้อแบคทีเรียของเม็ดเลือดขาวก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถสกัดการลุกลามของเชื้อไว้ได้ เชื้ออาจจะลุกลามจนถึงกระดูกหรืออาจเข้ากระแสเลือด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ การติดเชื้อจะทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณแผลได้ไม่ดีเนื่องจากมีการบวมของเนื้อเยื่อรอบๆแผล ซึ่งจะเบียดไม่ให้เลือดไหลไปเลี้ยงบริเวณแผลได้อย่างเต็มที่ การติดเชื้อโดยตัวเองก็สามารถก่อให้เกิดลิ่มเลือดเล็กๆในกระแสเลือดและมีการอุดตันเส้นเลือดส่วนปลายซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้อตายตามมาได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลที่เท้านั้นพบว่ามีเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมอย่างเดียวร้อยละ 60 มีความผิดปกติของหลอดเลือดส่วนปลายอย่างเดียวร้อยละ 20 และที่เหลือร้อยละ 20 มีผสมผสานกันทั้งเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมและความผิดปกติของหลอดเลือด ดังนั้นการทราบกลไกและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดแผลจะทำให้การแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ทันท่วงทีและสามารถป้องกันการเกิดแผลได้จุดมุ่งหมาย แนวการสอนเน้นการให้ความรู้ว่าแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และการดูแลสุขภาพเท้าที่ถูกต้องกลุ่มเป้าหมาย ผู้ป่วยหรือผู้ที่ใกล้ชิดของผู้ที่เป็นเบาหวานวัตถุประสงค์เฉพาะ : ผู้อ่านสามารถ1. อธิบายกลไกในการเกิดแผลที่เท้าได้2. ทราบปัจจัยเสี่ยงต่างๆในการเกิดแผลที่เท้า3. จำแนกลักษณะความรุนแรงของแผลที่เท้าได้4. บ่งบอกความรุนแรงของการติดเชื้อที่แผลได้5. ทราบถึงวิธีและหลักการในการรักษาต่างๆของแผล6. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเท้าในชีวิตประจำวันได้7. ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมได้สื่อการสอน1. ภาพแสดงแผลที่เท้าประเภทต่างๆ2. ภาพแสดงอุปกรณ์และวิธีการรักษาต่างๆ3. ภาพแสดงการเปรียบเทียบผลการรักษาแผลด้วยวิธีต่างๆ4. อุปกรณ์ประกอบการสาธิต4.1 เครื่องมือในการตัดและตะไบเล็บ4.2 เครื่องมือในการตะไบตาปลาหรือผิวหนังที่หนา4.3 ครีมสำหรับใช้ที่เท้า4.4 ภาพรองเท้าแบบต่างๆที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน4.5 ภาพการดูแลเท้าในชีวิตประจำวันวิธีการสอนสาธิต จุดมุงหมายของการสอนสาธิต เพื่อให้ความรู้เรื่องแผลที่เท้าและการดูแลสุขภาพเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน โดยการบรรยาย สาธิต การอภิปรายปัญหา และประเมินความสามารถของผู้ป่วยในการดูแลเท้าของตนเองและแยกแยะความรุนแรงของแผลและการติดเชื้อว่าถูกต้องหรือไม่กระบวนการสอนสาธิต ประกอบด้วย1. ให้ความรู้เรื่องกลไกการเกิดแผลและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดแผล2. จำแนกลักษณะความรุนแรงของแผลและความรุนแรงของการติดเชื้อที่แผล3. ให้ความรู้เรื่องวิธีการรักษาต่างๆเมื่อเกิดแผล4. การดูแลสุขภาพเท้าในชีวิตประจำวัน5. การเลือกซื้อรองเท้าเนื้อหาและแนวการสอน
หัวข้อเรื่อง
เนื้อหา
เทคนิคการสอน
1. แผลที่เท้าเกิดจากอะไร
1.1 แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสียดสี และแรงกดในบริเวณนั้นเป็นเวลานานๆ1.2 ผู้ป่วยเบาหวานจะไม่ค่อยมีความรู้สึกเจ็บปวดเนื่องจากเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมทำให้ไม่เปลี่ยนท่าทางในการลงน้ำหนัก1.3 การลงน้ำหนักซ้ำๆจะทำให้เกิดแผลและดันเชื้อแบคทีเรียให้ลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อที่ยังไม่ติดเชื้อ รวมทั้งเอ็นและกระดูก1.4 การติดเชื้ออาจทำให้ลดปริมาณเลือดไปเลี้ยงบริเวณแผล ทำให้เกิดแผลเนื้อตายได้
- แสดงภาพของแผลในตำแหน่งและความรุนแรงต่างๆ
2. ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดแผลที่เท้า
2.1 เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม ทำให้ขาดความรู้สึกในการป้องกันตนเอง ดังนั้นจึงทำให้ไม่รู้สึกขณะเกิดการบาดเจ็บหรือการฉีกขาดของผิวหนัง2.2 อาการที่พบบ่อยของเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม คือ อาการชา ปวดเหมือนไฟช๊อต ปวดเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทง ปวดแสบปวดร้อน หรือปวดเหมือนมีตัวมดมาไต่ ตัวไรมาตอม และมักเกิดอาการมากในตอนกลางคืน2.3 เส้นประสาทส่วนปลายที่ควบคุมกล้ามเนื้อในฝ่าเท้าเสื่อมจะทำให้กล้ามเนื้อเล็กๆในฝ่าเท้าลีบลงและขาดความสมดุลระหว่างกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่งอและเหยียดนิ้วเท้าเป็นผลให้นิ้วเท้าจิกลงคล้าบกรงเล็บ และการยื่นออกมาอย่างผิดปกติของกระดูกฝ่าเท้า2.4 เส้นประสาทอัตโนมัติเสื่อม ทำให้ปริมาณเหงื่อลดลง ผิวหนังแห้ง และเกิดตาปลาได้ง่าย ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดรอยแตกบริเวณผิวหนังและก่อให้เกิดการติดเชื้อตามมา
- แสดงภาพวัสดุสิ่งแปลกปลอมภายในรองเท้าที่ผู้ป่วยสวมใส่- แสดงภาพผู้ป่วยที่มีอาการปวดเท้า - แสดงภาพนิ้วเท้าที่จิกลงคล้ายกรงเล็บและการยื่นผิดปกติของฝ่าเท้า - แสดงภาพผิวหนังแห้งและตาปลา
</span><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="680" class="MsoTableGrid" style="width: 510.2pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table>
สวัสดีค่ะน้องสุภาพรรณ
พี่รุ่งนำบล็อกเข้าแพลนเน็ตพี่เลยนะ จะได้ค้นหาง่าย แหมวันนี้นำลงเต็มหน้าเลยนะ ให้กำลังใจค่ะ
ยินดีค่ะพี่บุญรุ่ง ไม่ว่ากันนะที่ตอบช้า (ตอบช้ายังดีกว่าไม่ตอบ) แบบว่าหาช่องทางไม่ถูกค่ะ เอาไม่รออ่านเรื่องการทำแผลแบบเติมสุข ใส่ใจนะคะ