ต่อชีวิต

ช่วงที่สภากาชาดจังหวัดขอนแก่นออกมารับบริจาคโลหิตที่อำเภอ อยู่ในช่วงเทศกาลกินเจเลยบริจาคโลหิตไม่ได้สุขภาพก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เพราะนอนทำงานด้านเอกสารอยู่  ออกจากเทศกาลกินเจก้ดูแลสุขภาพเพราะตั้งใจจะบริจาคโลหิตอยู่แล้ว วันก่อนเลยเข้าจังหวัดไปโรงพยาบาลขอนแก่น  ปกติไม่ทานข้าวเช้าทานกาแฟเคยสมัยทำงานที่กรุงเทพฯเลยติดนิสัย วันนั้นเลยทานข้าวเช้ากลัวความเข้มข้นของเลือดจะไม่ได้
เดินขึ้นไปชั้น 2 เดินไปตามเส้นทางห้องรับบริจาคโลหิต พอเปิดประตูเข้าไปมีคนมาบริจาคโลหิตเสร็จแล้วนั่งพักรับประทานของว่างอยู่  คุณหมอสอบถามรายละเอียดและให้กรอกใบสำหรับผู้ที่เคยบริจาคโลหิตพร้อมกับเซ็ยต์ชื่อ  วัดความดัน เจาะเลือด (ตรวจความเข้มข้น)และสอบถามกลุ่มเลือด และพุดคุยกันเพราะเห็นเป็นคนต่างอำเภอเตรียมตัวมามากน้อยแค่ไหน เต็ม 100% แม้จะเดินทางลงนามถวายพระพรไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้โลหิตในตัวของเรา
ขณะนอนให้โลหิตข้างบนเพดานห้องจะมีคาถาให้สวดมนต์ตั้งจิตอธิฐาน  ข้าพเจ้าขอส่งผลกรรมดีในครั้งนี้ให้พ่อของแผ่นดินทรงหายประชวร มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ในใจนึกเสมอจะทำดีเพื่อพ่อทุกนาที ทุกลมหายใจ จะไม่ท้อ จะไม่บ่น ต่ออุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาแต่อย่างใด
- คุณหมอบอกว่าอีก 3 เดือน ครั้งที่ 27 เจอกันอีกนะค่ะ ยินดีเสมอถ้าบริจาคที่อำเภอไม่ได้ก็จะมาที่โรงพยาบาลเช่นเดิม  นั่งพักรับประทานอาหารว่าง(นม ขนมปัง น้ำเปล่าและยา) เจ้าหน้าที่มาถามขอเลือดกรุ๊ป A และAB มีไหม? คนไข้ที่กำลังจะเข้าห้องผ่าตัดต้องใช้เลือดกลุ่มนี้
- มี…แต่ยังไม่ได้เข้าห้องแล็ป เพิ่งมีผู้มาบริจาคโลหิตเมื่อสักครู่นี้  ยังนั่งอยู่เลย ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลย และภูมิใจโลหิตของเราสามารถช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้  (ยิ้มอยู่ในใจ) การทำบุญไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของมีค่า มีราคา แต่คุณค่าของมันอยู่ที่ประโยชน์ของผู้ที่ได้รับมากกว่า  สำหรับร่างกาย อวัยวะ ก็มอบเป็นครูใหญ่ไปหลายปีแล้ว  ตัวเองจึงต้องดูแลสุขภาพให้ดีเพราะเวลาสิ้นลมหายใจ ร่างกาย อวัยวะ ของเราจะได้ก่อประโยชน์ให้กับคนที่ต้องร่างกาย อวัยวะ ของเรา
- เล่าสู่กันฟัง การทำความดีอยู่ที่ตัวเรา และก็ไม่ต้องอายใครที่จะทำดี ใจเรามีความสุขและสงบก็พอแล้วจริงไหม? และก็ไม่คิดว่าจะแข่งกับใคร  มีโอกาส มีเวลา ก็จะทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีโดยไม่ให้สูญเปล่าหรือผ่านเลยไปแม้วินาทีเดียว….(ชีวิตคนเราไม่แน่นอน)