สิ่งที่ผมได้เกินคาดวันนี้คือผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานระดับตำบลที่ผมเรียกว่าคุณอำนวยดับตำบลภาคประชาชน สนใจเข้าร่วมพัฒนาสมรรถนะตนเองในการทำหน้าที่คุณอำนวยกันหลายคน และจะกลับไปค้นหาสิ่งดีๆ กิจกรรมดีๆ คนทำงานเก่งๆ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มาร่วมกันในตลาดนัดความรู้ ซึ่งวันนี้ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าโครงการนี้จะจัดตลาดนัดความรู้ประมาณเดือนมกราคม 2551

วันนี้ได้ไปร่วมประชุมสัมมนาคณะทำงานระดับตำบลของโครงการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ห้องประชุมศูนย์วิทยพัฒนา มสธ.นครศรีธรรมราช หนึ่งวันเต็มๆ

คณะทำงานระดับตำบลๆละ 3 คน เป็นกลไกที่โครงการนี้ออกแบบไว้สำหรับขับเคลื่อนงานระดับตำบล รวมทั้งจังหวัด 165 ตำบล เกือบ 500 คน แต่วันนี้ให้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเพียงตำบลละคนเท่านั้น 165 คน

คณะทำงานระดับตำบลคณะนี้ คือผู้ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ระดับตำบล เชื่อมอยู่ตรงกลางระหว่าง อบต. กับแกนนำหมู่บ้าน และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ ผมว่านี่คือคุณอำนวยตำบลภาคประชาชน

งานนี้เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเจ้าภาพหลัก เป็นเจ้าภาพช่วยเติมเต็ม ซ่อมแซมชุมชนอินทรีย์ที่มีองค์กรหลักภาคราชการ 5 หน่วยงาน  คือ ปกครองจังหวัด กศน. เกษตร พช. สาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายยมนาที่มีน้าประยง รณรงค์เป็นผู้นำ เป็นเจ้าภาพหลักอยู่แล้ว

ช่วยกันทำงานให้โครงการชุมชนอินทรีย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับโรงเรียนคุณอำนวยเมืองคอน อยู่ดีมีสุข พพพ.ที่ต่างก็ช่วยกันทำให้โครงการชุมชนอินทรีย์เดินไปสู่เป้าหมาย ดูเหมือนว่าจะแยกๆ จะเหลื่อมๆ ซ้อนๆกันอยู่ แต่ก็ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน แยกกันเดินรวมกันตี จะไม่แยกวงเป็นอิสระต่อกัน ทุกภาคีล้วนอยู่ในหยดน้ำหยดเดียวกันนี้ที่ชื่อว่า "หยดน้ำเพชรโมเดล" โมเดลการพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไปจะมีโครงการใหม่อะไรมาอีกก็จะมาอยู่ในหยดน้ำหยดนี้ จะไม่แยกกันเด็ดขาด นี่คือเป้าหมายของชุมชนอินทรีย์ ชุมชนเรียนรู้ที่ยึดหลักการบูรณาการที่นครศรีธรรมราช

เรื่องแยกกันเดินแต่รวมกันตีนี้นี่ต้องทบทวนบทเรียนให้บ่อยๆเหมือนกันเผลอแล้วอาจจะแยกกันจริงๆก็ได้ ผมได้คุยเรื่องนี้กับน้องปลัดวาสนา ด้วงฉุย ซึ่งเป็นผู้ที่ประสานโครงการชุมชนอินทรีย์ ว่าต้องนัดคุยเรื่องนี้สักวัน ต้องบูรณาการกันให้ตลอดรอดฝั่ง อย่าแยกวง จะทับซ้อนและเหลื่อมกันอย่างไรในหยดน้ำหยดเดียวกันนี้ ตัวชี้วัดความสำเร็จของชุมชนอินทรีย์และงานแต่ละงานที่ซ้อนทับกันอยู่บนชุมชนอินทรีย์ มีตัวชี้วัดอะไรบ้าง แล้วจะประเมินและหนุนเสริมกันอย่างไร  ซึ่งเรื่องนี้ปลัดวาสนาบอกว่าจะนัดคุยเรื่องนี้กันวันที่ 5 พ.ย.

ผมพูดนอกเรื่องมากไปหน่อยแล้ว วกกลับมาที่เป้าหมายการประชุมสัมมนาวันนี้ เป้าหมายวันนี้คือการมาทบทวนบทเรียนกันในระยะครึ่งโครงการ โครงการนี้ใช้ระยะเวลา 15 เดือน ตอนนี้เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว(เป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของ สสส.-สกว.) ถือว่าครึ่งหนึ่งของโครงการ ได้มีการนำเสนอประสบการณ์การทำงานในพื้นที่โซนต่างๆ ชี้แจงความคืบหน้าของโครงการ ทิศทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป

สิ่งที่ผมได้เกินคาดวันนี้คือผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานระดับตำบลที่ผมเรียกว่าคุณอำนวยตำบลภาคประชาชน สนใจเข้าร่วมพัฒนาสมรรถนะตนเองในการทำหน้าที่คุณอำนวยกันหลายคน และจะกลับไปค้นหาสิ่งดีๆ กิจกรรมดีๆ คนทำงานเก่งๆ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มาร่วมกันในตลาดนัดความรู้ ซึ่งวันนี้ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าโครงการนี้จะจัดตลาดนัดความรู้ประมาณเดือนมกราคม 2551