<p>พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องความพยายามหายาอายุวัฒนะ เพื่ออายุจะได้ยืนยาวมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับปาฏิหาริย์แห่งการกินน้อยๆ มาฝากครับ</p>
รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ตงเจี้ยน ยู ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ด้านการออกกำลังกายและโภชนาการ แห่งมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ร่วมกับทีมจากมหาวิทยาเวค ฟอเรสท์ มหาวิทยาลัยฟลอริดา และคณะนักวิจัยอีกหลายท่านทำการทดลองในหนูตัวผู้ การทดลองนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐฯ
...
การศึกษาทำในหนูตัวผู้ แบ่งสัตว์ทดลองเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้กินอาหารครบส่วนที่มีกำลังงาน หรือแคลอรีรวมลดลง 40% จนถึงอายุ 18, 24, 29 เดือน ซึ่งเทียบเท่าคนอายุระหว่าง 50-70 ปี กลุ่มที่สองให้กินอาหารตามปกติ
ผลการศึกษาพบว่า หนูกลุ่มที่กินน้อยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้แก่
- ร่างกายแข็งกว่า หรือฟิตมากกว่า
- สัดส่วนไขมันน้อยกว่า
- สัดส่วนไขมันในช่องท้อง (visceral fat) น้อยกว่า > ข้อนี้สำคัญมากๆ เนื่องจากไขมันในช่องท้องมีความสัมพันธ์กับโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง โคเลสเตอรอล(ไขมันในเลือด)สูง โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน ฯลฯ
- สารเคมีในเลือดที่แสดงถึงการอักเสบ หรือธาตุไฟกำเริบ ซึ่งทำให้ร่างกายแก่ หรือเสื่อมลงเร็วได้แก่ สารอินเทอร์ลิวคิน-6 (interleukin-6) และสาร CRP (C-reactive protein) น้อยกว่า
...
อาจารย์ยูบอกว่า ถ้าเปรียบเทียบกับคนเรา... การลดอาหารกลุ่มให้กำลังงาน (โปรตีน แป้ง น้ำตาล และไขมัน)ให้น้อยลงกว่าเดิม 40% ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ เลย ทั้งๆ ที่มีประโยชน์มากมาย
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การลดอาหารกลุ่มให้กำลังงานให้น้อยลง 40% อาจทำให้อายุยืนขึ้นได้ ทว่า... ข่าวดีมักจะมาคู่กับข่าวร้าย ข่าวร้ายคือ เรื่องอย่างนี้พูดง่าย-ทำยาก
...
อาจารย์ยูบอกว่า ท่านจะลองทำการทดลองใหม่ ให้หนูลดอาหารกลุ่มให้กำลังงานลงเพียง 8% ซึ่งมีทางทำได้ในชีวิตจริงมากกว่าลดฮวบฮาบไปถึง 40%
วิธีกินอาหารให้น้อยลงนี่... ผู้เชี่ยวชาญท่านแนะนำให้เริ่มที่การลด "น้ำตาล" ก่อนอาหารกลุ่มอื่นๆ โดยลดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ฯลฯ รวมทั้งลดน้ำผลไม้ก่อน เนื่องจากน้ำตาลเป็นตัวเร่งให้อ้วนได้ง่ายกว่าอาหารกลุ่มอื่น และทำให้อิ่มได้น้อย
...
โจทย์แรกที่เราน่าจะลองถามตัวเองคือ ถ้าเราจะมีอายุยืนยาวขึ้น เช่น 120 ปี ฯลฯ แต่ต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ... ดีไม่ดีอาจจะพาลหงุดหงิดง่ายเวลาเห็นคนอื่นกินอะไรอร่อยๆ ต่อหน้าต่อตานี่คุ้มหรือไม่
ถ้าคิดว่าคุ้มละก็... เริ่มต้นปาฏิหาริย์แห่งการกินน้อยๆ หน่อยได้เลยครับ
ที่มา
- Thank Reuters & Scientific Blogging > Caloric restriction leads to longer life, says study > [ Click ] , [ Click ] > October 25, 2007. / J Gerontology series A. October 2007.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 26 ตุลาคม 2550.
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>
ขอแลกเปลี่ยนเรื่องการกินน้อยๆ ค่ะเคยลองทำอยู่พักหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ต่อเนื่องละก็ต้องใช้วินัยมากๆ เช่น
<<<การเคี้ยวอาหารให้นานขึ้น (ประมาณ 20 ครั้ง แล้วค่อยกลืน)
<<<การใช้ช้อนเล็กๆ ในการกินอาหาร (อาจแย่งคนอื่นกินไม่ทัน)
<<< เลือกใช้สีม่วง, ชมพู ในอุปกรณ์การกิน หรืออาหารการกิน เพราะทฤษฎีสีบอกว่า ช่วยลดความอยากอาหารได้
3 วิธีนี้ก็สามารถช่วยให้เรากินน้อยลงได้จริงค่ะ สาวๆบางคนก็เลือกใช้วิธีนี้ประกอบในการลดความอ้วน
อยากเป็นเหมือนหนูทดลอง ตรงที่มีคนคอยควบคุมอาหารให้จังเลยค่ะ
ขณะที่กำลังอ่าน Blog แสนดีที่คอยหมั่นเตือนสมาชิกอยู่นี้ ก็กำลังทานมะม่วงเขียวเสวย กำลังห่ามๆ รสชาดหวานมัน ทานไปนั่งเล่นคอมไป ไม่มีใครห้ามได้เลย...
อ่านบล็อก อ วัลลภ แต่ขอ อนุญาติทัก อ มาลินีว่า
ไม่แบ่งคนอื่นเลยน้อ อยากขอกินด้วยคน
ขอขอบคุณอาจารย์บัวใบ...
ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี...
ขอขอบคุณอาจารย์รวิวรรณ...