เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปหาดใหญ่เป็นครั้งที่ 2 แต่ได้เข้าไปใน มอ.เป็นครั้งแรก โดยผมเดินทางอาทิตย์ที่ 29 ตั้งแต่ 11 โมงเช้าจากบ้านตากถึงหากใหญ่ 1 ทุ่มครึ่ง พอดีเป็นบรรยากาศของงานฉลองตรุษจีน หาดใหญ่จึงสะพรั่งไปด้วยโคมไฟประดับประดาและนักท่องเที่ยว ที่หน้าตาคล้ายคนไทยแต่ใช้ภาษาจีน ทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลย์กับสิงคโปร์ และโรงแรม 10,000 ห้อง เต็มหมด ผมได้พักที่โรงแรมลีการ์เดน กลางเมืองที่สามารถเดินเที่ยวชมสินค้าต่างๆได้ง่าย ตามกำหนดเดิมจะจัดกิจกรรมนี้ในวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมาแต่มีน้ำท่วมจึงเลื่อนไป

           เช้าวันที่ 30 มกราคม เริ่มกิจกรรมตอน 8.45 โมงเช้าด้วยการฉายวีดีโอการจัดการความรุ้ของโรงพยาบาลบ้านตากที่ทาง สคส.จัดทำตอนงานมหกรรมKMครั้งที่ 2 ที่ผ่านมาเพื่อเป็นการแนะนำโรงพยาบาลและแนะนำวิทยากรคือผมที่จะบรรยายในเรื่องการจัดการความรู้กับงานประจำ พอ 9 โมงเช้า อาจารย์หมอกิตติ ลิ่มศิลา คณบดีคณะแพทย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน หลังจากนั้นผมได้ขึ้นไปเล่าเรื่องKMกับงานประจำ 1.5 ชั่วโมง ก่อนจะเริ่มเล่า ทางผู้จัดโดยท่านคณบดีได้มอบเสื้อสามารถหรือเสื้อทีมKMของคณะแพทย์ มอ. ให้ผมใส่ตอนบรรยายด้วย ถือเป็นการรับสมาชิกใหม่สุ่เครือข่ายKMของแพทย์ มอ. ซึ่งผมรู้สึกภูมิใจมาก ตอนก่อนพิธีเปิดก็ได้รู้จักอาจารย์จันทวรรณ ได้พูดคุยกันพักหนึ่ง ได้คุยกับอาจารย์หมอถวัลย์  เบญจวัง รองคณบดี ได้คุยกับอาจารย์หมอปารมีและอาจารย์ราศีด้วย

            ตอนบรรยายรุ้สึกเรก็งๆเพราะเหมือนอยู่ท่ามกลางผู้รู้ เกรงว่าจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่ก็พยายามปรับตัวปรับใจถือว่ามาเล่าเรื่องให้กัลยาณมิตรฟัง ก็ผ่อนคลายความเกร็งไปได้ในช่วงหลังๆ สิ่งที่ผมเล่าก็เป็นการจัดการความรุ้แบบบูรณาการตามแนวทาง LKASA EGG MODEL ที่ผมประทับใจก็คือผู้ฟังให้กำลังใจผู้พูดดีมากด้วยการสนใจฟัง ไม่หลับและท่านคณบดี ท่านรองคณบดี ท่านก็ให้เกียรติอยู่ร่วมฟังจนจบ เท่าที่ทราบตอนแรกจะจัด 4 ธันวาแล้วเลื่อนเพราะท่านคณบดีติดภารกิจ ทานอยากจะอยุ่ร่วมกิจกรรมด้วย จนมาเป็น 19 ธันวาและเป็น 30 มกรานี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการจัดการความรู้ของคณะแพทย์ มอ.นั้นส่วนผลักดันสำคัญคือท่านคณบดีท่านให้ความสำคัญและลงมาร่วมด้วย พร้อมทั้งมีคุณอำนวยใหญ่อย่างอาจารย์หมอพิเชฐ อุดมรัตน์และมีคุณอำนวยในระดับหัวหน้าภาคอีกหลายท่าน อย่างเช่นอาจารย์ปารมี อย่างนี้ ทำให้KMของคณะแพทย์ มอ. วิ่งไปได้ฉิว

           หลังพักเบรคเป็นการวิพากษ์การนำเสนอผลงานKMของแต่ละภาควิชา แต่ละแผนก ซึ่งมีทั้งหมด 6 เรื่องที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกแล้วโดยมีทั้งKMกับงานบริหารคือพยาธิกับรังสี KMกับงานบริการและระบบบริการคือเภสัชกับเวชศาสตร์ชุมชนและKMกับงานสนับสนุนคือศูนย์เครื่องมือแพทย์และหน่วยจ่ายกลาง สิ่งเหล่านี้ไม่เชื่อว่าบังเอิญ แต่น่าจะมีการจัดวางไว้แล้วเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นระดับของการนำKMไปใช้ในการพัฒนางานนั้น ทำได้ทุกระดับ ทุกกลุ่มงาน ทุกแผนกและแม้แต่ในแผนกยังใช้ได้ทั้งการบริหาร การบริการและการสนับสนุน เชื่อว่าสิ่งนี้ทีมKMของคณะแพทย์ มอ.ได้กำหนดไว้แล้ว

            อาจารย์หมอพิเชฐกับผม(หมอพิเชฐ) ผลัดกันเป็นคนแรกในการวิพากษ์ ตอนแรกผมอยากจะเป็นผู้ช่วยมากกว่าเพราะนี่เป็นครั้งแรกในการวิพากษ์ผลงานKM แต่อาจารย์หมอพิเชฐ บอกว่าอยากได้มุมมองของคนนอกมาช่วยมอง ผมก็เลยต้องพยายามวิพากษ์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้ แต่โดยสรุปแล้วทั้ง 6 เรื่องที่นำมาเสนอ สามารถนำKMไปใช้ได้จริงแล้ว เพียงแต่ระยะการวัดผลสำเร็จอาจจะยังต่อยๆติดตามผลไปทั้งระดับกระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์

            สำหรับรายละเอียดในการเสนอแนะประเด็นนั้น จะหาโอกาสมานำเสนอต่อไป รวมทั้งรูปแบบการนำเสนอผลงานKMที่ผู้จัดได้กำหนดไว้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้