"ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาโดยไม่มีการแลกเปลี่ยน"

ฉันมีโอกาสได้ดูหนังไทยเรื่องหนึ่งเมื่อวันหยุดพิเศษที่ผ่านมา ฉันรู้สึกประทับใจกับบางส่วนของหนังเรื่องนี้...โอปปาติก เกิดอมตะ

 

"ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาโดยไม่มีการแลกเปลี่ยน"

           ตัวละครในเรื่อง ยอมแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีค่าที่สุด "ชีวิต" เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นพลังอำนาจพิเศษ  ความอยากรู้  ความเศร้าหมอง รวมไปถึงความอมตะ

 

           การฆ่าตัวตายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น โอปปาติก ที่มีพลังอำนาจพิเศษ  แต่การฆ่าตัวตายเป็นบาป...บาป กรรม ย่อมต้องมีการชดใช้...แม้จะได้พลังอำนาจที่เหนือมนุษย์เป็นสิ่งตอบแทน แต่บาปของการฆ่าตัวตายเห็นผลทันตา ทุกครั้งที่ใช้พลังพิเศษเหมือนต้องคำสาปว่าต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่มีอยู่ พร้อมกับความเจ็บปวดแสนสาหัส...

 

"การเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ดี  พวกฆ่าตัวตายมันบาป...จะมีความเป็นอมตะไปเพื่ออะไร"

          แม้ตัวละครเด่นที่มีความเป็นอมตะก็ยังต้องมีความเจ็บปวดทุกครั้งที่เกิดใหม่เป็นโอปปาติก...การเกิดผุดขึ้นเต็มตัวทันทีโดยอำนาจของผลกรรมสนับสนุน โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการวิวัฒน์เหมือนสัตว์ทั่วไป

           ต้องเกิดใหม่ เวียนว่ายตายเกิดในโลกตลอดไป...อยู่บนความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน...จะมีความเป็นอมตะไปเพื่ออะไร

ดูละครแล้วย้อนดูตัว...

สิ่งที่เราต้องการ เกินขอบเขตของความเป็นจริงหรือไม่ 

สิ่งที่เราแลกเพื่อตอบสนองความต้องการ  เป็นการแลกที่มีประสิทธิภาพหรือไม่

สิ่งมีชีวิตล้วนอนิจจังที่เราทำอยู่ทุกวัน...เป็นบาปหรือไม่

---^.^---

มีประเด็นขบคิดอีกมากในหนังเรื่องนี้ ถ้าดูให้มากกว่าฉากบู๊เลือดท่วมจอ เทคนิคดี บทแปลก ตัดต่องงๆ และความเท่ห์ของบรรดาหนุ่มๆ ในเรื่อง

ใครดูแล้วมีประเด็นแบ่งปัน...ยินดีเป็นอย่างยิ่ง