ห่างหายไปนาน... ไม่อยากจะอ้างว่างานยุ่งอิ๋บอ๋าย แต่คงเพราะไม่รู้จะเขียนอะไรมากกว่าครับ
จนกระทั้งวันนี้...
ในชั้นเรียนสัมมนาวิชาทฤษฎีการเรียนรู้ ซึ่งเป็นวิชาที่ผมสนุกสนาน และเคร่งเครียดกับมันที่สุดในเทอมนี้ เราคุยกันหลายเรื่องทั้งในเชิงจิตวิทยา การแพทย์ และพยายามจะโยงเข้ากับการใช้งานจริงในชั้นเรียน
เรื่องหนึ่งที่ติดใจผมมากคือเรื่อง wait time ครับ
wait time คือระยะเวลาที่ผู้สอนรอหลังจากที่ตัวผู้สอนหรือนักเรียนตั้งคำถามในชั้น พูดอีกอย่างคือช่วงแห่งความเงียบ (และบางครั้งอึดอัด) ก่อนที่จะตอบคำถามนั้นๆ
นักวิจัยเขาว่ากันว่าส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ผู้สอนจะรอประมาน หนึ่งวินาที ซึ่งเขาว่ากันว่าน้อยไป ด้วยเหตุผลที่ว่าก่อนจะตอบคำถามนั้น เราต้องคิด ต้องดึงข้อมูลต่างๆ ที่เรียนมาประมวล เรียบเรียง
นักวิจัยหลายท่านทำวิจัยง่ายๆ โดยเพิ่มระยะเวลาจากหนึ่งวินาทีเป็นสามวินาที ผลที่ได้น่าพอใจเหลือเชื่อครับ เด็กตอบมากขึ้น และตอบถูกกว่าเดิม เด็กหลายคนมีส่วนร่วมมากขึ้น และคิดรอบคอบกว่าเดิม เด็กตอบยาวขึ้น และคำตอบซับซ้อนกว่าเดิม
ที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านั้น คือระยะเวลาสามวินาที ทำให้พฤติกรรมผู้สอนเปลี่ยนไปด้วย คือถามน้อยลง แต่ถามยากขึ้น และให้ความสนใจกับผู้เรียนมากกว่าเดิม
ผมไม่อยากจะฟันธงว่า 3 วินาทีคือ magic number ที่จะใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกระดับการศึกษา และที่น่าเสียดาย ผมคงยังไม่มีโอกาสได้ลองวิชา ทั้งๆ ที่วิชาทฤษฎีการเรียนรู้ เป็นวิชาที่พร้อมใช้ที่สุดทั้งแต่ที่ผมเคยเรียนมา เลยมาแอบกระซิบต่อ เผื่อคุณๆ จะลอง wait time กันก่อน
ผลเป็นอย่างไรจะได้มาเล่าสู่กันฟัง
ผมจะรอนะครับ
ภาพประกอบ
http://flickr.com/photo_zoom.gne?id=1405902217&size=s โดย GuilleDes
สวัสดีด้วยความคิดถึงอย่างยิ่งค่ะ อาจารย์วสะ
แล้วก็รู้สึกทึ่งครูฝรั่ง ที่รอเด็กตอบคำถามเพียงแค่สามวิด้วยนะคะ ในขณะที่ดิฉันรอแล้วรอเล่า สาวน้อยหนุ่มน้อยทั้งหลายก็ไม่ใคร่จะยอมตอบคำถาม ดิฉันต้องเพียรพยายามตะล่อม ให้กำลังใจ เล่าเรื่องให้สนุก บางทีก็ร้องเพลงแถมให้ฟังด้วย : ) ....ปาเข้าไปหลายนาทีอยู่นะคะ
สำหรับเด็กไทย(หมายถึงในปริบทที่ๆดิฉันอยู่นะคะ) บางทีเขาจะค่อนข้างขี้อาย และไม่ค่อยชอบแสดงออก และดิฉันเห็นได้ชัดๆอย่างหนึ่งว่าบางทีศาสตร์ก็จัดคนแยกออกเป็นพวกๆได้เหมือนกัน
เด็กนิเทศฯออกไปทางครึกครื้นรื่นเริง คุยเก่ง เด็กสายครูค่อนข้างเรียบร้อย สงบเสงี่ยม มองในภาพรวมแล้วเห็นชัด ดังนั้นเมื่อดิฉันถามอะไรออกไปปุ๊บ เด็กนิเทศฯก็มักจะตอบออกมาเร็วกว่าเด็กสายครู เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง
แต่ที่แน่ๆคือดิฉันต้องรอเกินสามวิ(ไปหลายนาที)อะค่ะ : )
สวัสดีครับอาจารย์สุขุมาล
นี่เป็นเรื่องที่ผมก็สงสัยครับ นึกย้อนไปทีไรก็อดทึ่งไม่ได้ ว่าเวลาสี่ปีสามารถหล่อหลอมเราให้เปลี่ยนไปได้มาก ให้เข้ากับระบบระเบียบวิธีคิดของศาสตร์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว คงไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่าเด็กนิเทศฯ ทุกคน พูดเก่ง ร่าเริง หรือสายครูทุกคนเงียบเรียบร้อย แต่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าสี่ปีในมหาวิทยาลัยหล่อหลอมระบบคิดเรามาก เห็นมากับตา เจอมากับตัว...
ผมไม่แน่ใจว่าเรื่อง wait time มีการศึกษากันอย่างไรในเมืองไทย เพราะเป็นเรื่องที่ฮิตกันเมื่อหลายๆ ปีก่อนที่สหรัฐฯ ตอนนี้ก็ไม่ฮิตแล้ว ผมแค่สงสัยว่าระยะ wait time ของบ้านเราน่าจะแตกต่าง ท่าทีและการตั้งคำถามก็ต้องแตกต่างกันไปด้วย เพราะวัฒนธรรมเราต่างกันกับเขามาก
ส่วนผมเองไม่ได้อยากจะวิจัยอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่รู้สึกทึ่งกับผลพลอยได้ที่เกิดกับผู้สอนเอง ก็เลยนำมาเล่าให้ฟังน่ะครับ
ขอบคุณครับ