รูปแบบของการวางแผนการสอนแบบ Assure 1. วิเคราะห์ผู้เรียน
โรงเรียนบุญวัฒนาเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ สอนในระดับช่วงชั้นปีที่ 3 – 4 เปิดสอนรายวิชาภาษาญี่ปุ่นชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย มาเป็นเวลา 4 ปี แล้ว โดยเป็นความต้องการของสมาคมผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานของตนเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะผู้ปกครองส่วนมากทำงานในโรงงานของชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย (นครราชสีมา) และจังหวัดนครราชสีมามีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก ประกอบกับนักเรียนบางคนเมื่อจบชั้น ม. 3 อายุระหว่าง 13 – 15 ปี และมีความสนใจที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นจากความต้องการของตัวนักเรียนและผู้ปกครองอยากให้นักเรียนเรียน ฐานะทางครอบครัวส่วนมากอยู่ในระดับกลางถึงฐานะดี ความรู้ความสามารถพื้นฐานแตกต่างกัน บางคนสูงกว่าเกณฑ์ บางคนก็อยู่ในระดับที่ยังไม่เป็นที่พึงปรารถนา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาญี่ปุ่น) เป็นภาษาที่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบันและเป็นภาษาที่จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์คือตั้งแต่ทักษะพื้นฐานในการฟัง พูด อ่าน เขียน ถ้าหากมองในแง่ที่ดีแล้วคนที่ไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นมาเลย ก็สามารถที่จะเรียน เพียงแต่ต้องมีใจรัก ขยัน อดทน เมื่อเรียนแล้วนักเรียนสามารถจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอนภาษาญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นตามชุมชน ตลอดจนเป็นพื้นฐานในกรณีไปทำงานในโรงงานที่มีชาวญี่ปุ่นทำงานอยู่ เพียงแค่นักเรียนต้องมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้การเรียนรู้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ดีในระดับที่สูงขึ้น
2. กำหนดจุดมุ่งหมาย
1. พูดคำทักทายได้ถูกต้องตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
2. พูดแนะนำตนเองได้ โดยใช้สำนวนที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
3. อ่านและเขียนตัว ฮิราคานา คาตาคานะ ถูกต้องตามหลักการได้
4. ฟัง พูดและบอกความหมายคำศัพท์ที่ประกอบด้วยตัว ฮิราคานะและคานะ
5. นับตัวเลข 1 – 10 ได้
6. อธิบายความรู้เรื่อง คำต่อท้ายในการเรียกชื่อบุคคล
3. การกำหนดสื่อการสอน
ข้าพเจ้านายอำนวย ทวี ทำหน้าที่ครูผู้สอนรายวิชา การฟัง – พูด ภาษาญี่ปุ่น 1 วิชา
และจัดการเรียนรู้ของชั้นเรียนวิชาเพิ่มเติม ระดับช่วงชั้นที่ 3 ม. 3 ได้กำหนดผลการเรียนรู้และศึกษาผู้เรียนแล้ว จึงได้ใช้สื่อสำหรับผู้เรียนได้เรียนเป็นรายบุคคล โดยสามารถศึกษาได้ทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน ตลอดจนสถานที่ที่เหมาะแก่การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น และมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อการเรียนรู้เนื้อหาสาระ และรักษาความสนใจของผู้เรียนขณะเรียน ได้พิจารณาเลือกสื่อและจัดทำสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ และได้คำนึงถึงสื่อที่จะใช้ว่าเหมาะสมและทุกคนสามารถทำได้ รวมทั้งความสะดวกในการใช้สื่อรวมทั้งความเป็นไปได้และใช้งบประมาณที่มีอยู่ จึงดำเนินการ ดังนี้
1. ตรวจสอบสื่อและอุปกรณ์ ทั้งที่มีอยู่ในชั้นจากห้องสมุดภาษาต่างประเทศของโรงเรียนและสื่อที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น ที่เหมาะสมกับผู้เรียนร่วมชั้นเรียนนี้มากที่สุด คือ หนังสือกับ VCD ภาษาญี่ปุ่น และบัตรภาพคำทักทาย บัตรภาพตัวอักษร เทป ได้แก่
- หนังสือเรียน AKIKOTOTOMODACH 1 ของบริษัท kinokuniya
โดย Japanpounddation
- VCD การอ่าน การเขียน ภาษาญี่ปุ่นเร็วขึ้นโดยใช้ powerpoint
- บัตรภาพตัวอักษร Hiragana และ katakana
- บัตรภาพคำทักทาย
- VCD Triple play plus
2. ได้ค้นข้อมูลเรื่องสื่อ เลือกตัวอักษร คาตาคานะ ฮิรางานะเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น ๆ โดยได้ไปที่โปรแกรมวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถาบันที่ผู้สอนเรียนจบการศึกษา และพบว่ามีสื่อหนังสือวีดีทัศน์ และคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและได้ยืมมาเพื่อทำเป็นสื่อและจัดทำเป็นใบความรู้และแบบฝึกหัดให้แก่นักเรียนอีกทางหนึ่ง
3. ได้วางแผนจัดทำสื่อขึ้นมาใหม่ เนื่องจากไม่สามารถที่จะซื้อสื่อเหล่านี้ได้เนื่องจากเป็ของต่างประเทศ (ญี่ปุ่น) และไม่สามารถทำการ Copy ได้เนื่องจากติดในเรื่องของการคุ้มครองในด้านลิขสิทธิ์ทางทรัพย์สินและปัญญาของต่างชาติจึงไม่สามารถทำได้ และอุปกรณ์ในการใช้สื่อของผู้เรียน support กัน จึงได้จัดทำสื่อขึ้นมาใหม่มีลักษณะเป็นแผ่น CD โดยใช้โปรแกรม power point เกี่ยวกับการเขียนและออกเสียง และการพูดภาษาญี่ปุ่นโดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน โดยครูเป็นผู้แจกแผ่น CD ให้นักเรียนทุกคนไปใช้ และให้ใบบันทึกการใช้สื่อแก่นักเรียนและอธิบายบอกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้ และให้ใบบันทึกการใช้สื่อแก่นักเรียนและอธิบายบอกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้ มาส่งทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อทดสอบสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วเป็นรายบุคคล โดยการทดสอบจากโปรแกรม powerpoint โดยมีขั้นตอนการสร้าง ดังนี้
วิธีการสร้างและพัฒนา
| ขั้นตอน |
ขั้นตอนหลัก |
รายละเอียด |
| ขั้นตอนที่ 1 | 1.ศึกษาปัญหาของนักเรียนที่ เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก2.ประชุมปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง3.เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหา และสรุปถึงปัญหาที่พบ | รายละเอียดย่อย 1.1-ทดสอบการอ่าน-เขียนตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นหลัง จากที่สอนไปแล้ว 1 -2 สัปดาห์-สอบถามและทดสอบการอ่านเขียนนักเรียนเป็น รายบุคคลเพื่อหาปัญหาที่พบ รายละเอียดย่อย 1.2-ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องและสอนภาษาญี่ปุ่นเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาที่พบ รายละเอียดย่อย 1.3สรุปชี้แจงวิธีการที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป |
| ขั้นตอนที่ 2 | 1.ออกแบบลักษณะการนำ เสนองานลงในกระดาษ | รายละเอียดย่อย 2.1-การออกแบบภาพรวมของงานที่จะนำเสนอในกระดาษอย่างคร่าวๆถึงจำนวน ภาพนิ่งของงาน ลำดับขั้นการนำเสนอที่จะแสดงใน powerpoint ซึ่งจะรวมถึงการเริ่มต้นเรื่องและการจบเรื่องที่จะเสนอให้เหมาะกับเนื้อหาและผู้เรียนเป็นสำคัญ |
| ขั้นตอนที่ 3 | 1.เตรียมภาพประกอบที่จะนำ มาประกอบการนำเสนอ2.สร้าง file เสียง ที่จะนำมาใส่ในงานนำเสนอ | รายละเอียดย่อย 3.1- ค้นหาจาก Internet หรือ ภาพที่มีอยู่แล้ว และสร้างขึ้นมาเองในบางส่วนและ save ไว้ในรูปของ file jpg.รายละเอียดย่อย 3.2-สร้าง file เสียงจากโปรแกรม sound record ตามลำดับตัวอักษรและการออกเสียงที่ถูกต้อง รวมทั้งFile sound อื่นๆที่จะนำมาใส่ไว้ |
| ขั้นตอนที่ 4 | 1.สร้างงานการนำเสนอ powerpoint ตามที่วางแผนไว้ | รายละเอียดย่อย 4.1- ลงมือทำโดยการเปิดโปรแกรมpowerpointขึ้นมา- นำภาพที่เตรียมไว้มาวางใน แผ่นงาน- จัดทำการนำเสนอเสนอภาพนิ่งตามที่ต้องการ |
| ขั้นตอนที่ 5 | 1.สร้างตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น | รายละเอียดย่อย 5.1-พิมพ์ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นจากprogram microsoft word และcopy มาวางลงใน ภาพนิ่งของ powerpoint ที่ต้องการ( กรณี computer ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ windows 95-windows me จะใช้ โปรแกรมNJ STAR ในการพิมพ์แทน)แล้วเรียงลำดับตามตัวอักษร |
| ขั้นตอนที่ 6 | 1.ใส่เสียงลงในภาพนิ่ง / ตัวอักษร | รายละเอียดย่อย 6.1-ใส่เสียงที่ได้เตรียมไว้แล้วลงตามภาพนิ่งที่ ต้องการ โดยการเลือกจาก การกะจังหวะที่มีอยู่ ในลูกเล่นของการนำเสนอใน powerpoint- ใส่เสียงเข้ากับตัวอักษรตั้งแต่ตัวแรกที่ปรากฏ จนถึงตัวสุดท้ายตามลำดับจนครบทุกตัว |
| ขั้นตอนที่ 7 | บันทึกงาน | รายละเอียดย่อย 7.1บันทึกผลงานที่ได้ทำลงไปเก็บไว้ใน foder เดียวกันกับ file เสียง |
| ขั้นตอนที่ 8 | เผยแพร่ผลงาน | รายละเอียดย่อย 8.1-เผยแพร่ผลงานแก่นักเรียนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หลังจากผ่านไป 1-2 สัปดาห์ ก็กลับมาทำการประเมินผลจากการใช้สื่อนวัตกรรม |
- การเขียนตัวอักษรตามคำบอกออกเสียง ตัวฮิราคานะ คาตาคานะ (เป็นสื่อที่ทำไว้ใช้สำหรับการเรียนรู้และพบปัญหาเกี่ยวกับการเขียนและเสียงในภาษาญี่ปุ่นไปแล้วประมาณ 1 เดือน)
4. กิจกรรมการใช้สื่อการเรียนการสอน
- การใช้สื่อและอุปกรณ์การเขียน จากหนังสือและบัตรอักษรภาพ มีวิธีการดังนี้
- การใช้สื่อจากการค้นหา
ใบความรู้และทดสอบ
- การใช้สื่อจากการวางแผนจัดทำสื่อวันมาเรียน
5. การกำหนดพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของนักเรียน
เมื่อรวบรวมสื่อเนื้อหาสาระจากแหล่งการเรียนรู้ ไว้ในรูปของใบความรู้ ใบกิจกรรมและการใช้สื่ออักษรภาพในขณะที่สอน ครูได้สังเกตพฤติกรรมขณะที่สอนและตรวจงานจากใบกิจกรรมที่ได้ให้ทำหลังสอน รวมทั้งการสอบถามผู้เรียนหลังจากใช้สื่อและจากใบบันทึกการใช้สื่อที่นักเรียนส่งกลับมาและวิเคราะห์ผลสะท้อนกลับ Feedback ของกิจกรรมนั้น ๆ ถ้าผู้เรียนยังไม่ได้เรียนรู้ตามที่ใช้สื่อการสอนที่ได้จัดทำขึ้นมาใหม่ ใช้ไปทำที่บ้าน และการมาทดสอบเป็นรายบุคคล
กิจกรรมอย่างแรก การใช้สื่ออักษรภาพในการสอน ในชั้นเรียนและเรียกถามเป็นรายบุคคลโดยการถามตอบจากสื่อที่ใช้จากการทำแบบฝึกหัดหลังเรียน
กิจกรรมอย่างที่สอง ใบความรู้เรื่องประเทศญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น) โดยกิจกรรมนี้นักเรียนจะได้ฝึกการเขียนตัวอักษร ฮิรากานะ และ คาตาคานะ จากตัวอย่างใบความรู้และเขียนสิ่งตามใบกิจกรรม และทดสอบและจากที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
กิจกรรมอย่างที่สาม นักเรียนสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยทำบัตรตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นโดยทำตัว ฮิราคะนะ คาตาคะนะ ที่ไม่มีคำอ่านเลยมีแค่ตัวพยัญชนะของภาษาญี่ปุ่นโดด ๆ รวมทั้งคำทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกในเวลาว่างจะหว่างการนั่งรถกลับบ้าน แล้วจึงมาแล้วมาสอบเรียงลำดับกับครูผู้สอน ดังรูป
จากส่วนนี้ไปรอก่อนนะครับ หมดเวลาแล้วววววว
ถูกงูรัดเลยร้อง
“อ๊ะ”
(อะ)
กินจน “อิ่ม”
(อิ)
“อุ้ม”ลูกน้อย
(อุ)
“เอน”ตัว
(เอะ)
“โอ๊ะ”เกือบเหยียบ
(โอ๊ะ) การกำหนดพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ครูใช้ภาษามือสำหรับสอนคนใบ้ในการสอน คำทักทายในชีวิตประจำวันและการแนะนำตัวเองโดยครูสอนให้นักเรียนออกเสียงภาษาญี่ปุ่นในเรื่องของคำทักทายแล้วแสดงท่าทางในการทักทายให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างแล้วให้นักเรียนทำตามที่สอนไป รวมทั้งวิธีการนับตัวเลขโดยใช้มือ แล้วสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และการทดสอบแบบปากเปล่าและใบงานเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ที่หลากหลายและเป็นตัวดึงดูดให้นักเรียนสนใจเรียนเพราะมีกิจกรรมให้ทำ
การประเมินผลและปรับปรุง
กิจกรรมจากการใช้สื่อ ทั้งที่เป็นใบกิจกรรม และใบบันทึกการทำกิจกรรมต่าง ๆ นั้นได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้นักเรียนแต่ละคนสามารถตรวจสอบการทำงานของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น การทดสอบความรู้จากกที่ได้เรียนรู้ในแผ่น CD แบบบันทึกการใช้สื่อประจำวันและพัฒนาการเรียนรู้ที่ตนเองบันทึกไว้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนได้เรียนรู้และตรวจสอบตนเองได้ โดยการที่ผู้สอนได้ทำตามขั้นตอน ดังนี้คือ
การทดสอบ
1. ผู้สอนประเมินผู้เรียนโดยใช้การทดสอบแบบ Achievemet test เพื่อทดสอบว่าผู้เรียนเข้าใจและสามารถใช้เรื่องการสอนไปมากน้อยเพียงใดหลังจากเรียนจบแล้ว โดยแบบประเภท ตามเนื้อหาการทดสอบออกเป็น
ทักษะการอ่าน โดยอ่านตัวอักษร
ทักษะการฟัง การเขียนตามคำบอก
ทักษะการเขียน ไวยากรณ์
ทักษะการพูด คำศัพท์
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 56.0pt" cla
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ planet erkm ค่ะ
ถ้าแยกเขียนเป็นตอนสั้นๆ จะดีกว่าค่ะ ผู้อ่านจะได้ "ติดตามตอนต่อไป"
Tadsanee
ขอบคุณทุกท่านนะครับที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นคำแนะนำ ปีหน้าต้นเดือนเราจะนำสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วมาให้ทุกท่านได้ทราบและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมภาษาญี่ปุ่น คึกคักน่าดู มีคุณครูเก่ง
ขอบคุณมากครับ จะนำไปเป็นตัวอย่าง นะครับผม