ณ ที่แห่งนี้ เป็นผืนแผ่นดินภายใต้การปกครองดูแล โดย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอเนกอนันต์ต่อชาวไทยเราอย่างหาที่สุดมิได้ ถึง ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นเรื่องที่ฉันมีความภาคภูมิใจ สูงสุดในชีวิต ที่ฉันได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่นี่เป็นแห่งแรก หลังจากจบการศึกษาเมื่อ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ความโชคดีของฉันเพิ่มทวีคูณ จนรู้สึกเหมือนตนเองได้รับ พรอันประเสริฐจาก ๒ พระองค์ เพราะที่นี่...ฉันได้รับความสุข ความสำเร็จ ในการทำงาน และการทำสิ่งต่างๆ เสมอ (๑.) ฉันได้ทำงานกับผู้เจริญแล้ว (อาจารย์) และผู้ที่กำลังใฝ่หาความเจริญ (นิสิต) รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ดีทุกคนล้วนเป็นกัลยาณมิตร(๒.) สถานที่ทำงานทันสมัย สะดวก สบาย สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ มีค่าตอบแทนที่คุ้มค่าพอเพียง (๓.) ที่นี่ให้โอกาสฉันศึกษา เรียนรู้ วิจัย เพื่อพัฒนาตนเองตามที่ถนัด และสนใจ อย่างไม่จำกัด (๔.) สนับสนุนให้ทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ตนเอง เช่น ฉันชอบเล่นกีฬา ที่คณะฯก็สนับสนุนให้ไปแข่งขันกีฬาแต่ละครั้งเป็นเวลาหลายวัน แต่ฉันก็พยายามเต็มที่จนประสบความสำเร็จทุกครั้ง อีกหลายกิจกรรมที่คณะฯ รวมถึงการมาร่วมงานกับ อ.วิบุลย์ เพื่อทำ KM และไม่เคยปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนอื่นๆ ตามที่เราเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ฉันเป็นเจ้าหน้าเล็กๆ คนนึง ที่มีภาระกิจให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของอาจารย์ และการเรียนการสอนของนิสิต เพื่อให้ได้รับความสะดวก สบาย และสามารถบริหาร ปกครอง บำรุง พัฒนา และศึกษาเรียนรู้ได้โดยมีอุปสรรคน้อยที่สุด คงเป็นเรื่องยากมากที่จะปฏิบัติงานตอบแทนจนคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับจากที่แห่งนี้ ฉันได้แต่พยายามเตือนตัวเองเสมอว่า “ฉันจะปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความกระตือรือร้น ความซื่อตรง สุจริต จนสุดความรู้ ความสามารถ ด้วยความอดทน เสียสละ และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว” ฉันเปรียบตัวเองเป็นเม็ดทรายเล็กๆ ที่ผสมอยู่ในดินเพื่อให้ต้นมะกอกได้ยืดเกาะ และเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง แทงรากหยั่งลึกลงไปภายใต้พื้นดินให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง และมีลำต้นเติบโตตระหง่าน แตกกิ่ง ออกดอกใบ ให้ผลผลิต แม้บางฤดูเกิดแล้งขาดน้ำ ขาดแร่ธาตุบำรุงดิน หรือมีพายุ ลมแรง ถ้าผืนดินนี้มีต้นมะกอกที่แข็งแกร่งแม้ไม่กี่ต้น หากช่วยกันปกป้องให้ร่มเงาแก่พื้นดิน อุ้มน้ำไว้ให้ชุ่มชื้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ที่นี่ก็ยังคงเป็นป่าไม้มะกอก เป็นแหล่งกำเนิดของมะกอกพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการของสังคมตลอดไป ๑๕ ปีที่ที่ผ่านมาที่นี่ มีการผลิต และพัฒนา ทั้งวิชาการ วิชาชีพ มากมายจนไม่สามารถนับ จำนวนได้ครบ และไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของชิ้นงานใดได้ง่ายนัก ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีระบบการประเมิน การประกันคุณภาพใดๆ มาเป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพ ที่นี่ก็ไม่เคยรอดพ้นการถูกรับรองว่ามีคุณภาพ มาตรฐานการจัดการศึกษา ในระดับสูง ทั้งจากภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรเอง และหน่วยงานกลางของรัฐบาล ให้ที่นี่เป็นสถานที่ควรค่าที่จะศึกษาวิชาชีพเภสัชกรที่ดีที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศ แต่รางวัลใดๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่กับสิ่งที่ฉันได้รับรู้ ได้สัมผัส มาโดยตลอด ถึงความรัก ความพยายามของทุกคน ทุกฝ่าย ที่ช่วยกันทำแต่สิ่งดีงาม มีประโยชน์ต่อคณะฯของเรามาโดยตลอด. <p> </p>
๑๕ ปี กับชีวิตใน คณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร
ฉันคงเหมือนทรายเม็ดเล็กๆ แต่ก็ตั้งใจว่า จะทำหน้าที่ของเม็ดทราย ให้เต็มที่ เพื่อความสุข สมบูรณ์ ของกล้ามะกอกทุกต้น
ไม่น่าเชื่อ 15 ปีผ่านไปไวจัง ผมมาอยู่ที่นี่ ปี 2536 แต่ปลายปีครับ