วันนี้...จะมาชวนทำน้ำยาซักผ้าค่ะ...เตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วหรือยังค่ะ...ถ้าพร้อมแล้ว...ลงมือปฏิบัติได้ค่ะ
การแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า
วัสดุอุปกรณ์
ถังพลาสติกแบบมีฝาปิดขนาดบรรจุ 20 กก.
ไม้พายสำหรับคน ถังพลาสติกขนาดบรรจุ 10
ผ้าขาวบางสำหรับกรอง กระชอน
ขันน้ำ ตาชั่ง
ส่วนผสม
1.น้ำหมักชีวภาพมะเฟือง
1 กิโลกรัม
2.เกลือ
1 กิโลกรัม
3.เอ็น
70
1 กิโลกรัม
4.น้ำสะอาด
12 กิโลกรัม
5.คราม
1 ขวด (120 มิลลิลิตร)
6.น้ำหอม
2-3 หยด
ขั้นตอนการเตรียม
-กรองน้ำหมักมะเฟือง 1 กิโลกรัม
ผสมกับน้ำสะอาด 11 กิโลกรัม
ขั้นตอนการทำน้ำยาซักผ้า
1.นำเอ็น
70 จำนวน 1
กิโลกรัมใส่ถังพลาสติกแล้วใช้ไม้พายคนอย่างต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น
2.เติมเกลือ สลับกับน้ำ(1 กิโลกรัม)ทีละน้อย จนกระทั่งหมด
พร้อมทั้งคนไปเรื่อยๆ
3.นำน้ำหมักมะเฟืองที่ผสมกับน้ำสะอาด 11 กิโลกรัม
ตักเติมลงไปเรื่อยๆจนหมด และ คนต่อเรื่อยๆเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน
4.เติมคราม เติมน้ำหอม
คนต่อไปจนส่วนผสมข้นได้ที่แล้วพักไว้ให้ฟองยุบตัว
5.บรรจุใส่ขวด/ติดฉลาก
........... ............

สีครามสวยสดใส...ไร้มลพิษ..เป็นมิตรกับทุกฝ่าย (สมานฉันท์) ค่ะ
เป็นอย่างไรค่ะ...ได้น้ำยาซักผ้าสีสวยไหมค่ะ...แถมมีกลิ่นหอมอีกต่างหาก...สามารถไล่แมลงในพืชผักได้อีกด้วย...ขวดขนาด 500 ม.ล. ขายเพียง 10 บาทเท่านั้นค่ะ...
ทำไมต้องคน...ไปทิศทางเดียวกัน
“นักเรียนค่ะ...เวลาคนต้องคนไปในทิศทางเดียวกันนะค่ะ...เลือกเอาว่าจะคนไปทางซ้ายหรือทางขวาแล้วแต่เราถนัดค่ะ”...
“คุณครูขาถ้าเราคนไปทางซ้ายที ขวาทีได้ไหมค่ะ”...
“ได้...ตามใจ...(เดี๋ยวก็รู้)...”
ขณะนั้นเอง...น้อง ป.1 เดินเข้ามาในห้องเพื่อมาซื้อสมุด...
“พี่ทำอะไรล่ะ”....
“น้ำยาล้างจาน...ข้องใจไหมน้อง” พี่ตอบแบบกวนๆ...
“ระวังเป็นเหมือนหนูนะพี่...คุณครูบอกแล้วไม่เชื่อ...คนไปคนมา
คนนั้นคนไปทางนี้ คนนี้คนไปทางนั้น...เหลวเหมือนน้ำเปล่าไปเลย”
(โอ้โฮ...KM ตกผลึกในตัวเด็ก ป.1
ได้อย่างไม้รู้เนื้อรู้ตัว...โดยไม่ต้องเรียนรู้เรื่อง KM....
นี่แหละที่เรียกว่าเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง..อานุภาพของ KM
ช่างรุนแรงเสียนี่กระไร)
...ครูกั๊ตจังแอบขำอยู่ในใจ...ไม่พูด...ให้พิสูจน์ด้วยตนเอง...
ส่วนน้อง ป.1 ซื้อสมุดแล้วยังไม่ยอมกลับ...
“เป็นอย่างไรบ้างข้นแล้วหรือยังจ๊ะ”...
“ เหลวเป็นน้ำเลยค่ะคุณครู”...
น้อง ป.1 ปิดปากหัวเราะ ฮิๆๆๆๆ “หนูว่าแล้ว”
(ฮ่าฮ่า...ตูว่าแร้ว!!!)
ครูจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า
...การคนไปในทิศทางเดียวกัน
ทำให้โมเลกุลของสารเกิดการเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ...ถ้าคนกลับไปกลับมาโมเลกุลของสารจะสับสนและเกิดการแตกตัว...ยกตัวอย่างเหมือนเราฟั่นเชือก...ถ้าเราฟั่นเชือกไปในทิศทางเดียวกันเชือกก็จะฟั่นกันเป็นเกลียว...และตรงกันข้ามกันถ้าเราฟั่นกลับไปกลับมาเชือกก็ไม่ฟั่นเป็นเกลียว...หลังจากวันนั้นทุกครั้งที่ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์...
“คนไปทางไหน...มาๆ เราจะช่วย...ทางขวาแน่น่ะ...ห้ามสับสนน่ะ”...
ตั้งแต่นั้นมานักเรียนต้องมีสมาธิในการคน (ทำงาน)
ตลอดเวลา...ไม่อย่างนั้นก็เหลวเป๋ว...เหมือนน้ำเปล่าค่ะ
ขอบคุณคุณครูมากครับ สูตรน้ำยาซักผ้าแบบนี้ เป็นมิตรกับโลกเรามาก น่าสนใจมากครับ เด็กจะได้เรียนรู้และร่วมกันรักษ์โลก
--------------
แล้วสูตรหา "คนช่วยซักผ้า" มีบ้างมั้ยครับครู
ขอบคุณมากค่ะ....
สวัสดียามสายๆค่ะน้องกั๊ต...Gutjang
ครูกั๊ตจัง...
สวัสดีค่ะครูหญ้าบัว
ขอบคุณค่ะ
ชอบใจน้องป.๑จังเลยครับครู
ถ้าใช้เกลือผง ก็ละลายเร็ว แต่ราคาแพง หากใช้เกลือเม็ด ก็ละลายช้า แต่ราคาถูกกว่า ผมก็เอาเกลือมาละลายน้ำ แล้วตักน้ำเกลือใส่ลงไป กวนไปเรื่อยๆ พอหมดน้ำเกลือก็ใส่น้ำเปล่า
ผมใช้ดอกอัญชัน ต้ม เอาน้ำดอกอัญชันผสมลงไปด้วย ก็จะได้สีน้ำเงิน ซักผ้าพร้อมลงคราม โดยไม่ใช้คราม
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
ดอกอัญชันที่เก็บมาต้มสำหรับน้ำยาล้างจานหรือซักผ้านี้นะครับ เคยลองนับดูได้ราวๆ 100 ดอกครับ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร พอเดือดก็ยกลง ตั้งให้เย็นก็เอาไปใช้ผสมได้เลยครับ ทั้งใช้เองและแจก ก็หมดภายใน 1 เดือน เลยไม่ทราบว่าจะบูดหรือไม่ บางครั้งก็ใส่ผงขมิ้นลงไป จะได้น้ำยาที่สีสวย แต่หากสีของขมิ้นเข้มเกินไป จะมีผลต่อเสื้อสีขาว จะถูกย้อมด้วยขิ้นครับ ผ้าฝ้ายจะติดสีได้ดีกว่าครับ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครูกัด
สวัสดีค่ะครูโอ๋
อาจารย์ โกศล
ขอบคุณมากครับ จะลองนำไปผสมใช้เองดู ส่วนประสมก็หาได้ทั่วไปครับ
สวัสดีค่ะ
ขอสูตรยากันยุงค่ะ
บล็อกนี้ประทับใจจัง ..เข้าทำนอง.....ทำเองก็ได้ ง่ายจัง....ค่ะ
สวัสดีค่ะ
nun