คนล้านนานิยมนำกว่างมาชนบนคอนไม้

ทุกบ้านเมืองย่อมมีผู้คนสรรสร้าง  แสวงหากีฬาพื้นบ้านที่บรรดาผู้ที่ชื่นชอบบ้างนำไก่มาชนกัน  บ้างนำปลากัดมาต่อสู้กัดกัน เพื่อให้คนดูแล้วเกิดความสุกสนาน แต่ในเมืองล้านนานั้นมีกีฬาพื้นบ้านเป็นเอกลักษณ์ของตนเองนั่นคือการ ชนกว่าง

ด้วยสภาพภูมิศาตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดแมงกว่างที่มีนิสัยดุดันจึงทำให้คนในล้านนาสังเกตุเห็นแมงกว่างที่อยู่ในธรรมชาติชนกันบนต้นไม้จึงนำพวกมันมาเลี้ยงไว้ชนกันบนคอน

แมงกว่างที่จริงมันเป็นแมงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั่วๆไปแต่คนถิ่นอื่นเรียกมันว่า  ด้วงมะพร้าว  นั่นเอง แต่ด้วงมะพร้าวถิ่นอื่นไม่ดุดันชนกันไม่เป็นเหมือนด้วงมะพร้าวหรือแมงกว่างในล้านนนา

ที่จริงแมงกว่างล้านนามีอยู่หลายชนิดได้แก่กว่างเมือง   กว่างกีม(คีม)กว่างดาว  กว่างกุ๊ก   กว่างงวง    กว่างซาง   ลักษณะกว่างแต่ละชนิดแตกต่างกันไปตามลักษณะของมัน  แต่ในที่นี้จะเล่าถึงกว่างที่นำมาชนกันนั่นคือกว่างเมือง

กว่างเมืองคือกว่างมีสองเขาด้านบนและล่างเหมาะสำหรับคีบและชนกัน โดยเฉพาะกว่างที่เกิดในล้านนา  ส่วนกว่างถิ่นอื่นแม้จะมีลักษณะดังกล่าว แต่ไม่ชนกัน หรือชนก็ไม่อดทนไม่มีลีลาฉลาดเหมือนกว่างล้านนาโดยเหตุนี้กระมังคนถิ่นอืนจึงไม่นิยมนำกว่างมาชน

กว่างที่นำมาชนคือกว่างตัวผู้ ที่มีลักษณะ งดงามถูกตองตามตำราทั้งสี  ทั้งลักษณะเขา  ลักษณะนอ  ลักษณะลำตัว แข้งขา

ลัษณะสีกว่างที่ชนดีชนดุ  อดทนคือกว่างสีเหลืองน้ำผึ้งหรือนักเลงกว่างเรียกมันว่า"กว่างเหลือง" มีน้ำอดน้ำทนดี  ส่วนกว่างสีอื่นได้แก่กว่างฮักมีสีดำแบ่งเป็นสีฮักเหลื้อมมันใส   ฮักน้ำปู๋สีดำคล้ำ   ฮักก้นแดงปีกสีดำก้นสีแดง  

กว่างหางมีปีกลำตัวสีแดงแบ่งเป็นหางหม่น  หางแดง

ลักษณะเขาต้องเขาสวยคือเขารูปกรวยดอกไม้จะทำให้การคีบแน่นหนักมั่นคง คู่ต่อสู้เจ็บ

ลักษณะนอ คือปุ่มโคนเขาด้านล่าง แบ่งเป็นนอเหลี้ยม(แหลม)และนอหลุ้ย(เรียบ/คม)

เมื่อได้กว่างที่ต้องการมาแล้วจะนำมาผูกมัดเขาด้านบนให้เกาะกินท่อนอ้อยถึงเวลาจะนำไปชนต้องดูอาการของมันว่าพร้อมหรือไม่โดยการดูกิริยาที่มันเอาเท้าด้านหลังสองข้างเช็ดก้นปีกไปมาแสดงว่ามันคึกเต็มที่นักเลงกว่างเรียกกันว่ากว่างเหล้น(เล่น)ก้นจึงนำไปชนกัน

การชนกว่างต้องชนบนคอนไม้ ที่นิยมกันคือแก่นต้นปอเพราะมีลักษณะเบาและทำผิวให้สากได้ง่ายเหมาะสำหรับกว่างเกาะชนกันโดยไม่ตกคอน  ตรงกลางคอนทำโพรงที่ฝังตัวเมียและเปิดรูให้หลังกว่างตัวเมียโผล่ออกมาเป็นตัวล่อให้กว่างตัวผู้ที่ชนมาดมกลิ่นเกิดความคึกและหวงตัวเมียเกิดการแย่งชิงกัน

เมื่อจะชนกว่างผู้ที่เป็นเจ้าของนำกว่างของตนเองมาวางบนหลังตัวเมียทำการผั่น(หมุน)ไม้ผั่นไปมาให้เกิดเสียงและคอนสะเทือนเร่งให้กว่างชนคึกเมื่อกว่างชนทั้งสองตัวพร้อมแล้วจึงปล่อยให้ต่อสู้กันไปมา

ลีลาของกว่างที่ชนกันมีการเลี่ยงหลีก  ปึ๊ดแซะ(งัดแซะ)  คีบดัน บินคีบถอยล่อ  งับยก   ยกฟาด     แด้ะ(งัดข้างตัว)

ด้วยลักษณะลีลาการชนดังกล่าวทำให้ตัวใดตัวหนึ่งต้องยอมแพ้แล้วถอยหนีไปนักเลงกว่างเรียกกันว่า"กว่างก๊าน"(แพ้)

ฤการเล่นกว่างจะมีราวๆสองเดือนคือเดือนสิบถึงเดือนสิบเอ็ดเหนือ(เดือนกรกฎา-สิงหาคม)ก็จะหมดเวลาการเล่นกว่างเพราะกว่างเป็นสัตว์อายุสั้น 

เมื่อสิ้นฤดูการเล่นกว่างเจ้าของจะปล่อยกว่างไปหากินผสมพันธุ์แพร่หลายต่อไป บางครั้งเจ้าของรักมันมากก็จะเลี้ยงจนตายคาท่อนอ้อย

ที่เล่ามาเป็นเพียงเกล็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับกว่างล้านนา   ที่จริงเรื่องยังมีอีกมากมายนัก เขียนหนังสือได้เป็นเล่ม

ท่านที่สนใจเรื่องกว่างล้านนาอย่างละเอียดขอให้รอคอยเรื่อง" กว่างล้านนา" ของลุงหนานพรหมมาขณะนี้เป็นต้นฉบับแล้ว กำลังหาทุนพิมพ์.....เน้อหมู่เฮา....