คุณเม้ง เริ่มการชักชวนให้มาพรวนดินให้ blog ซึ่งอาจผ่านไปนานพอสมควร เพื่อดึงบทความเก่าๆ ที่เป็นประโยชน์ให้ถูกคลิกใหม่บ้าง  โดยใช้กติกาว่าเมื่อท่านได้รับการส่ง Tag คิดถึง หรือได้รับแจ้ง ให้ท่านนึกถึงเรื่องที่ท่านชอบใดๆ มา 2-3 เรื่อง แล้วถามตัวเองว่า แต่ละเรื่องนั้นท่านคิดถึงใคร แล้ว เขียนบันทึกเล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น พร้อมแนะนำบันทึกที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งคำสำคัญว่า "Tag คิดถึง"

ผมว่า เป็นแนวคิดที่ลงตัวและน่าสนใจมาก เพราะการขุดเจอบทความดี ๆ ที่ลอดหูลอดตาผู้อ่านไป ก็มีค่าเท่ากับการเขียนบทความดี ๆ ขึ้นมาใหม่ครั้งละหลายบทความ เพราะทำให้เราได้ไปเห็นทั้งบล็อกที่บทความนั้นสังกัด และที่ดีกว่านั้น ก็คือทำให้เราอาจได้ไปอ่านคนที่เราไม่เคยอ่านมาก่อน

เป็นแนวคิดที่สุดยอดจริง ๆ ต้องขอชื่นชมคุณเม้งไว้ตรงนี้ ที่คิดออกมาได้ 

ผลจากสิ่งที่คุณเม้งจุดประกาย ต่อมาผมได้รับช่วงการ tag ผ่านมาจาก ดร. แสวง รวยสูงเนิน ที่ให้เกียรติระลึกถึง Tag คิดถึง: บันทึกที่ผมคิดถึง โดยบอกว่า ผมให้รายละเอียดของข้อมูลได้ดีมากถึงปัญหาของสังคมไทย ทั้งที่ผมเองรู้ตัวดีว่าตัวเองใช้ข้อมูลที่กระพร่องกระแพร่ง

จริง ๆ แล้วข้อมูลคนอื่นทั้งนั้นครับ เพียงแต่ผมอ่านแล้วเห็นรายการไหนน่าสนใจ ก็ save เก็บ ๆ ไว้ เกิดวันไหนคุยกับใครแล้วมีประเด็นที่รู้สึกสนใจน่าร่วมวง ผมก็ไปคุ้ยมาใช้ อาจเป็นเพราะผมใช้ Pareto's law คืิอ เก็บเฉพาะที่ตัวเองมองว่า ข้อมูลสำคัญมาก ๆๆๆ แต่เก็บจริง ๆ นิดเดียว แต่เน้นหยิบใช้ให้ตรงกับงาน ทำให้ดูเหมือนข้อมูลลึก

 

มาเข้าประเด็น ขอ tag ต่อนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมอู้..

 

พันธมิตรบล็อกที่มีบทความดี ๆ มีมาก มากจนลายตา

 

เนื่องจากเน้นพรวนดินบทความ ผมจึงขอมุ่งไปที่บล็อกที่ค่อนข้างเงียบๆ แต่ตัวเองรู้สึกว่าน่าอ่านเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้เขียนที่มีความสม่ำเสมอ

 

 

เวลานึกถึงเรื่องบันเทิงที่ทำให้ไม่เครียด ผมนึกถึง คุณหุย (Trip Maker เรียก หุย ก็ได้ค่ะ)

..เอ้อ..คือ ที่บอกว่า ค่อนข้างเงียบนี่ หมายถึง ช่วงนี้ คุณหุยเงียบไปพักใหญ่ ไม่ค่อยมีอะไรมาเขียนให้ผมอ่านน่ะ ... แต่จริง ๆ แล้วคนอ่านมีตรึม เยอะกว่าที่ผมเขียนเองซะอีก  ...555..

อือม์...แบบนี้... คงไม่ใช่พรวนดินแล้วมั้ง ? น่าจะเป็นการ "ตีป่า ให้เสือตื่น" ซะมากกว่า

 

เวลานึกถึงเรื่องบันเทิงที่ทำให้หนักหัว ผมนึกถึง ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่มาสอนพับกระดาษ (http://gotoknow.org/blog/origami/toc) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเองไม่กระดิกหู แต่ก็ส่งต่อ link ให้คนอื่นประจำ

 

 

เวลานึกถึงเรื่องที่ดี ๆ เนื้อหาหนัก ออกแนวดุดัน โดยไม่ได้พาดพิงตัวบุคคล ผมนึกถึงบล็อก ไร้การก่อ (Man In Flame ) ซึ่งนาน ๆ จะเขียนสักที แต่เนื้อหากระตุกให้หยุดคิดเป็นประจำ

 

เวลานึกถึงเรื่องที่ดี ๆ เนื้อหาหนัก ออกแนวดุดัน ที่พาดพิงตัวบุคคล ผมนึกถึงใคร เจ้าตัวคงรู้ ขอข้ามไปครับ ไม่อยากให้สะดุ้ง เพราะเจ้าตัวคงอยากให้ ไถกลบ ซะมากกว่า การพรวนเปิดผิวดิน

 

 

เวลานึกถึงเรื่องที่ดี ๆ เนื้อหาหนัก แต่อ่อนโยน ผมนึกถึง คุณ กลิ่นฟาง จากบล็อก หอมละมุน ที่พูดถึงเรื่องด้านในของชีวิต และไม่ลังเลที่จะโยงออกมาในสิ่งที่สังคมเอง อาจลังเลที่จะพูด

บล็อกนี้ เขียนไม่บ่อยเท่าไหร่ แต่ดูจากข้อมูลผู้เขียน ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย แต่เขียนถึงเรื่องหนัก ๆ ได้อย่างสงบ จริงจังโดยไม่แฝงความก้าวร้าวหรือตีโพยตีพาย ทำให้เชื่อว่า น่าจะยังมีทางเดินอีกยาวไกลรออยู่

 

เวลานึกถึงเรื่องชุมชนภาคใต้ ผมนึกถึง คุณ ภีม ภคเมธาวี (สถาบันจัดการความรู้เพื่อชุมชน) ซึ่งเกาะติดเรื่องการเงินชุมชนในภาคใต้ ที่ผมเคยไปร่วมแจมคุย ซึ่งผมมองว่า การเงินชุมชน เป็นเรื่องใหญ่ที่ท้าทายประเทศไทย แต่ตอนนี้ มีรอยปริร้าวในโครงสร้าง คือยังมีความเสี่ยงเชิงระบบแฝงอยู่ คือฟากที่มองว่า เงินก็คือเงิน ไม่สนใจมิติชุมชนเข้มแข็ง (เช่น อะไร ๆ ก็พึ่งรัฐตลอด ทำให้ยืนเองไม่เป็น ทั้งที่ฟากนี้ วิเคราะห์เงิน ๆ ทอง ๆ ได้ทะลุปรุโปร่ง หรือไม่ได้มองว่า มีส่วนกุศโลบายที่ลึกล้ำอยู่ที่จะมาหนุนเสริม) ส่วนฟากที่ถือว่าเงินเป็นเพียงกุศโลบาย ยังไม่ใส่ใจการจัดการทางการเงินอย่างยั่งยืนที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ (เช่น จ่ายคืนมากกว่ารับเข้า หรือโดนเงินเฟ้อรบกวนรุนแรง)

แต่ถ้าเป็นภาคอื่น ผมนึกถึงคุณ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร (http://gotoknow.org/profile/mhsresearch) เพียงแต่ขอบข่ายความสนใจจะเป็นหมวดที่ผมไม่ได้มีประสบการณ์และเกาะติด เพราะขอบข่ายกว้างมาก อ่านอยู่บ้าง แต่ไม่รู้จะเขียนต่อท้ายอะไร

จริง ๆ ก็นึกถึงคุณเม้งด้วย แต่คุณเม้งออกแนวจับฉ่ายไปนิ๊ดนึง และเงียบ ๆ ซะเมื่อไหร่  ทั้งเรื่อง แหลงใต้ (จาก ลานคำใต้ : แหลงใต้วันละ(หลาย)คำ) เรื่องอุตุ(-นิยม ไม่ใช่ หลับ-) เรื่องคณิตศาสตร์แนวโม ๆ (เดลลิ่ง) และอีกหลายสิบเรื่อง โฮ้ย..เยอะ และบทความคุณเม้งเอง ก็ไถพรวนสม่ำเสมออยู่แล้ว

ขอจบครับ