พวกเราคงได้ยินเรื่องพิษภัยของตะกั่วมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับตู้ทำน้ำเย็นมาฝากครับ
ท่านอาจารย์คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐษน (กพฐ.) กล่าวว่า กพฐ. ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำการสำรวจน้ำดื่มและเครื่องทำน้ำเย็นในโรงเรียนสังกัด สพฐ. 32,288 โรง
...
ผลการเก็บตัวอย่างน้ำและตรวจสอบตู้ทำน้ำเย็นแบบกดพบว่า
- โรงเรียน 3,809 โรง > มีเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้ตะกั่วบัดกรี 4,132 เครื่องจาก 1,857 โรง
- สถานศึกษา 3,872 โรง > มีเครื่องทำน้ำเย็นแบบถังที่ใช้ตะกั่วบัดกรี 3,733 เครื่องจาก 1,748 โรง
...
ท่านผู้อ่านอ่านข้อมูลนี้แล้วอาจจะงง เรื่องของเรื่องคือ โรงเรียนและสถานศึกษาที่มีบริการน้ำเสริมพิษตะกั่วดังต่อไปนี้
- โรงเรียน 3,809 โรง > มีบริการน้ำดื่มเสริมพิษตะกั่ว 1,857 โรง > 48.75%
- สถานศึกษา 3,872 โรง >มีบริการน้ำดื่มเสริมพิษตะกั่ว 1,748 โรง > 45.14%
สรุปง่ายๆ คือ น้ำตู้กดในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา 45-49% หรือเกือบครึ่งหนึ่งเสริมตะกั่ว
โรงเรียนและสถาบันการศึกษาที่มีบริการน้ำดื่มเสริมตะกั่วมีจุดให้บริการ หรือตู้น้ำเสริมตะกั่วแห่งละ 2.1-2.2 ตู้
...
ตะกั่วมีพิษต่อสมอง ทำให้ระดับสติปัญญา(ไอคิว)ลดลง เรียนไม่รู้เรื่อง ก้าวร้าว มีพิษต่อระบบเลือด ทำให้เป็นโรคเลือดจาง และมีพิษต่อไต ทำให้ไตเสื่อมสภาพ
เด็กๆ มีความเสี่ยงต่อพิษตะกั่วสูงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากลำไส้เด็กดูดซึมตะกั่วได้ในอัตราส่วนสูงกว่าผู้ใหญ่
...
หม้อก๋วยเตี๋ยวชนิดบางก็เชื่อมด้วยตะกั่วเช่นเดียวกัน... การกินก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้นจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารตะกั่วเช่นเดียวกัน
การต้มน้ำซุปหรือต้มน้ำคราวละนานๆ เพื่อเตรียมก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้นไว้ขายมีส่วนเพิ่มการละลายของตะกั่วไปในน้ำ เนื่องจากตะกั่วละลายในน้ำร้อนได้ดีกว่าน้ำเย็น
...
เรียนเสนอให้พวกเราพกน้ำดื่มใส่ขวด เลิกดื่มน้ำจากตู้น้ำกด และลดการกินก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้นจนกว่าจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดีกว่านี้
หุงข้าวกล้อง พกผักผลไม้ และหากับข้าวร้อนๆ มาเสริม ดีกับสุขภาพและปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
<p>ขอแนะนำ </p>
ที่มา
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><ul>
<li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้ </li>
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span> </ul>
สวัสดีค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณสิริวัฒน์
น่าสงสารเด็กนักเรียนนะคะ เสี่ยงอันตรายรอบด้าน น่าเป็นห่วงอนาคตของชาติ ที่มีแนวโน้มว่าระดับสติปัญญาลดลง
ขอขอบคุณ... คุณแจ่มใส
เรื่องนี้แก้ไขได้ครับ