ปอบที่ดังที่สุดในยุคของผู้บันทึก ได้แก่ปอบหยิบในหนังเรื่องบ้านผีปอบ ไม่ว่าจะออกมาฉายกี่ภาคต่อกี่ภาค ผู้สร้างรับทรัพย์ทุกครั้ง
ในการเข้าศึกษาชุมชนทุกครั้ง ไม่ว่าจะในภูมิภาคใด ผมมักจะถูกแซวแกมบ่นจากน้องๆทีมงานอยู่เสมอ ด้วยเหตุที่ชอบเหลือเกิน ชอบถามเรื่องเลี้ยงผีปู่ตา และเรื่องปอบนี่ ทำให้เสียเวลา (ในวงเล็บไว้ว่า เรื่องประเด็นละเอียดอ่อนอย่างนี้ ไม่ควรถามในเวทีใหญ่ครับ อาจถามได้แค่ว่า ในชุมชนนี้มีหมอผีที่ปราบปอบเก่งๆไหม ประมาณนี้ แล้วค่อยไปขยายความในการคุยกลุ่มย่อย)
เมื่อมีเสียงแซวมาจากทีมงาน ก็ต้องค่อยๆหาโอกาสอธิบายไปว่า
ปรากฏการณ์ปอบนี้เป็นเครื่องหมายของการ Sanction หรือการ boycott หรือการคว่ำบาตร การไม่ร่วมกิจกรรมทางสังคม ที่สามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่าง เช่น
ความหมายทางความสามัคคีในชุมชน หากในชุมชนใดมีการกล่าวให้ร้ายว่าคนนั้นคนนี้เป็นปอบ แสดงว่าประเด็นความสามัคคี อาจมีปัญหา
เราสามารถเจาะลึกลงไปในเชิงสังคมว่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้คนคนนั้นจึงถูกกล่าวหา พื้นเพ นิสัยใจคอ ฐานะ เขาเป็นอย่างไร อาจทำให้เราสามารถตั้งสมมุติฐานถึงสาเหตุการคว่ำบาตรทางสังคมได้
ในมุมของปฏิกิริยาที่คนในชุมชน มีต่อเขาเป็นเช่นไร นี่ก็น่าสนใจ ว่าคนในชุมชนปฏิบัติต่อเขา และครอบครัวของเขาเช่นไร มีงานสังคมเขาได้รับเชิญมาหรือไม่ งานลงแขกลงแรงงานมีคนไปช่วยเขาหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น
พบเห็นบ่อยๆครับกับการขับไล่คนออกจากชุมชนเพราะเชื่อว่าเป็นปอบ มีอยู่รายหนึ่งที่นครพนมคุณลุงท่านนั้นต้องย้ายออกไปอยู่เถียงนา งานวัดงานศพก็ไม่ได้มาร่วม เกี่ยวข้าวดำนาเพื่อนบ้านก็ไม่มาช่วย
ผลกระทบต่อความสงบสุข และการประทุษร้ายกันอันเนื่องมาจากปอบเป็นเหตุ อันนี้ยังพบได้บ่อยมากในพื้นที่ภาคอีสาน ในสมัยก่อนเขาปราบปอบกันด้วยคาถาอาคม แต่ทุกวันนี้คนตัดสินปอบด้วยลูกปืน จึงมีการฆ่ากันตายด้วยเหตุเป็นปอบให้เห็น เฉพาะกับที่ผู้เขียนพบกับตนเองนี่ก็สามศพแล้วในระยะเวลาเพียงสองปี จึงเห็นว่าปล่อยปะละเลยไว้ไม่ดีแน่ น่าจะมีกลไกอะไรสักอย่างมาช่วยแก้ไข
ความเชื่อเรื่องปอบยังมีผลต่อการพัฒนาชุมชนอีกด้วยครับ พี่น้องชาวโซ่ในหมู่บ้านหนึ่ง(ความจริงมีหลายหมู่บ้าน) มีพื้นฐานความเชื่อที่ว่า หากร่ำรวยกว่าเพื่อนบ้านรายอื่นๆแล้ว จะถูกปล่อยปอบมากิน บ้านเรือนต้องไม่ใหญ่โตกว่าเพื่อน อาชีพเสริม อาชีพหลักที่จะนำรายได้มาสู่ครอบครัวนั้น ต้องรอดูเพื่อนบ้านก่อน “ย่านลื่นหมู่” หรือกลัวว่าจะดีกว่าเพื่อน
เมื่อชุมชนมีแนวคิดพื้นฐานเป็นเช่นนี้แล้ว การพัฒนาย่อมยากขึ้นอีกหลายเท่าครับ เพราะต้นทุนทางสังคมดูแปลกๆอยู่
จะเห็นได้ว่าเรื่องปอบเพียงประเด็นเดียว ก็สามารถถอดรหัส เป็นมิติทางสังคมได้หลายมิติ ความใส่ใจในประเด็นเล็กน้อยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
แต่พี่น้องที่จะมาเฮฮาฯที่ดงหลวง บ่ต้องย่านเด้อครับหัวหน้าเผ่าปราบไว้หมดแล้ว
แต่ปอบประเภทที่สูบกินเศษกินเหลือจากงบประมาณแผ่นดิน นี่น่ากลัวกว่าครับผมยังปราบไม่ได้สักที
สวัสดีครับ
ความเชื่อในเรื่อง "ผี" น่าสนใจมากครับ ผมทำงานศึกษากับลีซู ก็ได้เรียนรู้ประเด็นนี้ ลีซูมีผี สามพันกว่าตัว สารพัดผี
นั่นคือ การเคารพต่อธรรมชาติ การทำอะไรสักอย่างต่อธรรมชาติต้องเคารพและให้เกียรติ เชื่อว่ามีเจ้าของและคนดูแล
"หวู่ซา" เป็นผีสูงสุด น่าจะเป็น เจ้าของผี (เทวดา) เรื่องของผีลีซูมีเรื่องเล่ามากมายครับ
ผีบอป ที่พูดถึงกลุ่มสุดท้าย ที่สูบเงินแผ่นดิน น่าสาปแช่งให้เป้นผีร้อยภพ พันชาติ ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด เป็นเปรตที่ขอส่วนบุญตลอดไปน่าจะดี
เจอกัน คุยกัน โสกัน ที่ดงหลวงครับผม
สวัสดีครับเอก
และป้าแดง
ดูตามโปรแกรมแล้วพวกเราน่าจะเจอกันก่อนคณะอื่นเนาะ คือสิบห้าเย็นๆ ผมกะจะไปนอนทดสอบระบบ(เล่นเน็ตฟรี) ตั้งแต่วันที่สิบห้าครับ เอถ้าพระเอกของเราจากปายพกถั่วเน่าแค็ปจากปายมาด้วย ผมว่าจะทำผักกาดจอสูตรหนุ่มเจียงใหม่อวดซักหน่อย แต่ว่าคงพกพาลำบากเดี๋ยวเขาไม่ให้ขึ้นเครื่องกลิ่นรุนแรงเกินไป เวลาน้าจะส่งมาให้จากเชียงใหม่ต้องใช้วิธีผิงไฟให้หอม แล้วเอาใส่เครื่องบดใส่กระบุกมาให้ พอดีหมดที่สำรองไว้ เอาเป็นว่าเรารอชิมฝีมือกุ๊กตัวจริงก็แล้วกันเนาะ
เรื่องปอบน่าสนใจนะครับ
ผมมีข้อมูลเพิ่มเติม คือความเชื่อของชาวบ้านบอกว่าปอบจะมีพร้อมกับหน้าหน่อไม้แทงหน่อ คือช่วงเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน ของทุกปี จากการเฝ้าสังเกตของตัวผมเองในช่วงเดือนที่กล่าวนี้ จะมีสิ่งผิดปกติขึ้นในตัว คือเวลากลางคืนเข้านอนตามปกติ ไม่มีเรื่องกังวล นอนวันละ 8 -10 ชั่วโมง ตอนเช้าไม่อยากตื่น งัวเงีย งุนงง นอนหลับๆตื่นๆ แต่เดือนอื่นๆไม่เป็น จากการเฝ้าสังเกตมา 3 ปี จะเป็นเหมือนๆเดิมทุกปี ซึ่งความเชื่อของชาวบ้านไปเกี่ยวอะไรกับหน่อไม้ หรือมีความสำพันธ์กับกาลเวลา ฤดูกาลหรือเปล่า และอาการมึนงง ซึม งัวเงีย ง่วงเหงา ไปมีความสัมพันธ์อะไรกับระยะเวลาที่หน่อไม้แทงหน่อ และ เวลาที่มีปอบ จากความสัมพันธ์ตรงนี้ทำให้ผมสันนิษฐานว่าจะต้องมีปัจจัยบางอย่างมากระทำ หรือมามีผลทำให้เกิดอาการและเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ตั้งสมมุติฐานไว้ว่า เกิดจากพลังงานบางอย่างภายในโลก ดวงดาว หรือ คลื่นสนามแม่เหล็กจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมารบกวนจิตของเราและทำให้จิตขาดการควบคุม ขาดการทรงตัว และดำเนินไปผิดปกติจากที่เคยเป็น หรือเกี่ยวกับการหมุนการเอียงของแกนโลก แล้วเกิดสนามแม่เหล็กและปลดปล่อยคลื่นออกมารบกวนจิตของมนุษย์ให้ดำเนินผิดไปจากเดิม ซึ่งจิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่อธิบายได้ยาก น้อยคนนักที่จะเข้าใจ อย่างเช่น เราใช้มือจับต้องหลอดฟูออเรสเซนต์ทำไมจึงเรืองแสง ก็เพราะมีพลังงานบางอย่างในตัวเรา คือพลังงานจิตไปทำให้เกิด เป็นต้น ซึ่งกระบวนการเกิด คงอยู่ แปรปรวน และดับไป เป็นสิ่งที่อธิบายได้ยากยิ่ง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ไม่มีอะไรมายืนยันด้วยหลักทางวิชาการ เพียงแต่เป็นการคาดเดา คาดคะเนไปเท่านั้นเองครับ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
เอามาได้ครับ ถั่วเน่าแคบ ไม่ได้กลิ่นรุนแรงอะไรนี่ครับ
เอาเป็นว่าเรามาทำอาหารเหนือให้เฮฮาศาสตร์ ทานกันดีกว่า ผมจะกระเตงเอาแคบหมู และ ถั่วเน่าแคบมานะ
น่าจะมีเมนู
ผมทำน้ำพริกอ่องอร่อยครับ
สวัสดีค่ะคุณ Paleeyon
เห็นด้วยค่ะสำหรับความใส่ใจในประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
เรื่องผีปอบก็เคยได้ยินค่ะ นานแล้วค่ะ คุณแม่บอกว่าสมัยนี้ผีปอบได้สูญพันธ์ไปตามยุคตามสมัยแล้วค่ะแต่ถ้ามีก็ต้องปราบด้วยว่านค่ะ