ความเรียง - บทบันทึกถึงความประทับใจ หลงใหล หลงรัก ในเรื่องราวของหนังสือ ในความโลดแล่นและเติบโตของชีวิต ท่ามกลางกองหนังสือ และความสุขที่ได้อ่านหนังสือ พร้อมกับแจ้งข่าวสาร งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2550 วันที่ 17 - 28 ตุลาคม 2550 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หลงดงหนังสือ

ในท่ามกลางความโลดแล่น และ สุขสงบของการอ่าน

หนังสือคือเครื่องมือหนึ่ง ซึ่งผมเคยเข้าใจในฝันว่า

เป็นสิ่งที่พระเจ้าประกาศไว้ ด้วยเสียงอันดังว่า

ประทานให้มนุษย์

 

เป็นผลิตผลอันสำคัญ ซึ่งเก็บเกี่ยวประวัติศาสตร์จากคนที่ตายแล้ว จากโลกอันสาบสูญ จากอารยธรรมที่ลางเลือน สู่อนาคตและการขัดเกลา ผสมกลมกลืนแต่ละลมหายใจแห่งความฝันของมนุษย์ปัจจุบัน

เพียงเพื่อทำให้เราก้าวไปสู่วันคืนของพรุ่งนี้

 

หลายครั้งที่ผมรับรู้ว่า ห้องสมุดเปรียบดั่งมหาวิหารแห่งปัญญา เมื่อมีหนังสือมากมายนับร้อยนับพันนับหมื่นเล่ม วางเรียง วางกอง หรือนอนอยู่ในแต่ละชั้น ให้เราได้มีโอกาสขุดคุ้ยภูมิปัญญา และภูมิธรรมของผู้คน สู่การรับรู้ของเรา

ไม่นานนักผมก็เชื่อโดยสนิทใจว่า

ห้องสมุดคือมหาวิหารแห่งปัญญา

 

ซึ่งเราควรสำรวมหรือควรรำลึกในคุณงามความดี และหน้าที่อันหนังสือได้กระทำ แต่ก็อย่ากระนั้นเลย สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงกรอบคิดโดยส่วนตัวของผมเท่านั้น ไม่ได้สร้างสามารถไปตีกรอบ หรือจำกัดการรับรู้ ในประโยชน์ของห้องสมุดกับความเข้าใจของผู้อื่นได้มากนัก

อาจยอมรับกันแบบกว้างๆ ว่าห้องสมุด ควรเป็นที่ที่มีความเงียบ

แต่ไม่ใช่สำหรับทุกที่

ไม่ใช่สำหรับทุกคน

 

ในสถานการณ์อารมณ์ ท่ามกลางเทศกาลทางจิตวิญญาณ ผมพบว่ามหกรรมหนังสือกลายเป็นหนึ่งในพิธีกรรมของสาวก ผู้คลั่งไคล้หนังสือ หลงรักหลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งอักษร ที่นำพาพวกเขาให้โลดแล่นไป

หลายครั้งในงานมหกรรมหนังสือ

ผมจะพบผู้คนในหลากหลายอารมณ์

แต่ทั้งหมดล้วนมีจุดร่วมที่ อารมณ์รักหนังสือ

บ่อยครั้งที่แอบอิจฉาเพื่อน อิจฉารุ่นพี่บางคน ที่มักจะได้รับมอบหมายงานให้มีโอกาสเข้าร่วมมหกรรมหนังสือระดับโลก ทั้งในโตเกียว ลอนดอน แฟรงค์แฟรต์ โบโรนญา มิลาน หรืออีกหลากหลายแห่งที่มหกรรมหนังสือ ได้รวบรวมผลงานหนังสือไว้สำหรับบอกกล่าว

เป็นดั่งเทศกาลของอุตสาหกรรมหนังสือ

เป็นดั่งพิธีกรรมทางการตลาด

 

ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ให้เข้าไปพูดคุย เดินคุ้ย และค้นหาเรื่องราวในความยิ่งใหญ่ของงานสร้างสรรค์ กลับสู่การตีพิมพ์

 

ในหลายปีที่ผ่านมา

หลังพยายามหลีกเลี่ยงมหกรรมหนังสือกรุงเทพฯ

ซึ่งรอบปีจะมีสองหน

ความยั่วยวนของคำว่าหนังสือมากมายที่วางกองอยู่ตรงหน้า คือความยั่วยวน และคือสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้ผม ต้องออกไปแวะเวียน แม้จะเบื่อหน่ายคลื่นผู้คนมหาศาล ซึ่งต่างไปร่วมมหกรรม ร่วมคุ้ยร่วมค้น เพื่อหาหนังสือในดวงใจเพียงใด ผมก็ยังคงต้องไป แต่จะไปมากไปน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

แม้จะมีใครหลายคนในแวดวงหนังสือ

ได้กล่าวถึงพฤติกรรมของการทำลายระบบหนังสือ

เป็นวิสัยที่ไม่ดีนัก สำหรับคนทำงานในอาชีพหนังสือ

ที่จะไม่ได้รับการยอมรับ ที่จะทำให้ราคาหนังสือในท้องตลาดบิดเบือน จนผู้คนต่างรอคอยหนังสือลดราคา ในงานมหกรรมหนังสือ มากกว่าเดินเข้าร้านหนังสือเล็กร้านหนังสือน้อย ที่คอยนำผลงานดีดีมาสู่มือผู้อ่าน

กระทั่งระบุว่า หากวันหนึ่ง ระบบมหกรรมหนังสือเข้มแข็ง

ร้านหนังสือในแผ่นดินนี้ อาจถูกกระแทกให้ติดขอบ

จนอาจถึงขั้นสูญพันธุ์

 

ไม่นับรวมกับความพยายาม ทั้งสนับสนุนผลักดัน บอกกล่าว เรียกร้องให้รัฐบาลพยายามจัดทำวาระแห่งชาติ ในการสร้างให้หนังสือเป็นวาระเร่งด่วน ผลักดันสนับสนุน และส่งเสริมให้อุตสาหกรรมหนังสือของบ้านเรา สามารถเติบโตได้อย่างยิ่งใหญ่

แต่จนวันนี้ เราก็ยังเห็นว่า

อุตสาหกรรมหนังสือในบ้านเรา

โตน้อยกว่าอุตสาหกรรมบรรจุหีบห่อพัสดุสินค้า

 

ยอดพิมพ์คำอธิบายข้างกล่อง มีปริมาณมหาศาลมากมายกว่า หนังสือ ซึ่งตีพิมพ์ในช่วงระยะเดียวกัน มากมายนัก

ไม่นับอาการทดท้อใจ ยามเห็นหนังสือไม่มีความตั้งใจ

ได้ออกมาวางเกลื่อนตลาด

เพื่อระดมเงินกลับไปบำรุงยอดพิมพ์ของหนังสือในครั้งต่อไป

 

ขณะที่หนังสือคั้นกะทิ กลับกลายเป็นผลไม้ตากแห้ง วางตากบนแผงแล้ว วางตากบนแผงเหล่า รอจนบวมความชื้น รอจนแห้งคาเพราะความร้อน เพื่อหวนกลับมาขึ้นแผง กลายเป็นกองหนังสือเลหลัง

 

ครั้งหนึ่งที่เพื่อนผู้คลั่งไคล้หนังสือมากกว่าผม

เริ่มต้นรำพึงรำพันว่า

การได้ลูบคลำแต่ละหน้าของหนังสือ

โลดแล่นไปกับแต่ละหน้าของการอ่าน

เสมือนหนึ่งเป็นการสัมผัสตัว หรือเพียงลูบไล้แตะผิวกายหญิงสาว

 

กระทั่งวันนี้ คนที่เอื้อนเอ่ยประโยคอันละเอียดอ่อนของผิวกระดาษหนังสือ

ก็ยังไม่แต่งงาน และยังไม่มีคนรัก

ผมจึงไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าการสรุปความเช่นนั้น เป็นสาเหตุสำคัญของชีวิตเขาหรือไม่ หรือเป็นเพราะโอกาสได้นั่งคุยกับหญิงสาวของเขานั้น ได้สูญหายไป พร้อมเวลาที่เขาเปิดอ่านแต่ละหน้าหนังสือ

 

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร

ในท่ามกลางงานมหกรรมหนังสือระดับโลกที่เยอรมัน

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติของประเทศไทย

กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

จึงเกิดความรู้สึกรำลึกความหลัง ในการยืนค้นหาหนังสือในดวงใจ คุ้ยกะบะกองหนังสือ นั่งยองลงหาหนังสือในภูเขาหนังสือ หรือเขย่งตัวให้สุด เพื่อเหยียดมือหาหนังสือ

 

วันนี้ งานพิธีกรรมชนเผ่าหนอนหนังสือ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

จึงเพียงบอกกล่าว สำหรับการเข้าร่วมมหกรรมครั้งนี้

เท่าที่สาวกแต่ละคน จะมีแรงแบกหนังสือกลับบ้าน

โดยไม่บาดเจ็บ หลังแอ่นหลังคดเพราะหนังสือกดทับ ซะก่อน

 

 

เชิญชวน และเชิญชวนอีกครั้ง

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 17 - 28 ตุลาคม 2550

สำหรับงานมหกรรมทางปัญญา หนังสือและองค์ความรู้จากอักษร

มาร่วมคุ้ยร่วมค้น หาหนังสือในดวงใจกันอีกสักครั้งเถอะครับ