บุคคลแห่งการเรียนรู้

การจัดการความรู้คืออะไรการจัดการความรู้(Knowledge Management)หมายถึง กระบวนการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลข้อมูล สารสนเทศ ความคิด การกระทำ ตลอดจนประสบการณ์ของบุคคลเพื่อสร้างเป็นความรู้หรือนวัตกรรม และจัดเก็บในลักษณะของแหล่งข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยช่องทางต่างๆ ที่องค์การจัดเตรียมไว้ เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้ และในที่สุดความรู้ที่มีอยู่จะแพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์กรอย่างสมดุล เพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์การ ทำไมจึงต้องมีการจัดการความรู้การจัดการความรู้เป็นแนวคิดการจัดการสมัยใหม่ที่มองคนในองค์กรเป็นสินทรัพย์อันมีค่าเนื่องจากกระแสยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  องค์กรต้องมีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพ และคุณภาพ ต้องสามารถทำงานได้เองอย่างรอบด้าน และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความมุ่งมั่นต่อองค์กร ทำงานอย่างมีเป้าหมายซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีสมรรถนะสูง  เพื่อที่จะสามารถผลักดันให้องค์กรสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก รวดเร็ว นั่นคือองค์กรต้องมีความสามารถในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และการจัดการความรู้ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ให้กลายเป็นความสามารถในแข่งขันที่ยั่งยืนต่อไป   เนื่องจากการทำงานในองค์กรที่ผ่านมาได้ประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย  ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้องค์กรจำเป็นต้องมีการจัดการความรู้  มีดังต่อไปนี้นี้1.ข้อมูล หรือสารสนเทศต่างๆ ที่มีการให้บริการ ซึ่งจะต้องมีลักษณะถูกต้อง ทันสมัย เชื่อถือได้    ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสามารถบริการได้ทันท่วงที (Real Time) ได้2. ความรู้ หรือทักษะบางอย่างในการทำงานจะเป็นความรู้ที่เป็นของบุคคลเฉพาะคนเท่านั้นบุคคลอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันไม่สามารถที่จะทำงานบางอย่างได้  ถ้าหากว่าไม่มีบุคคล คนนั้น  3.ไม่สามารถนำความรู้จากตัวบุคคล  มาจัดเก็บไว้ให้เป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรได้4.ไม่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ถ่ายทอดความรู้ วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศในหน่วยงาน                 การจัดการความรู้มีวัตถุประสงค์หลักๆ ดังนี้              1.  เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่องาน  ต่อปัญหา  และสามารถร่วมแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี ได้อย่างมีหลักการ และแนวคิดที่เหมาะสม              2.  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการริเริ่มในการสร้างสังคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และนำสู่การบรรลุเป้าหมาย              3.  เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็น และสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กร              4.   เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของหลักการทำงาน  เห็นความสำคัญและคุณค่าของตัวบุคคล               5.  เพื่อให้มีเกิดการพัฒนาและใช้ศักยภาพของบุคคลในการทำงานได้อย่างเต็มที่  และมีประสิทธิภาพ              6.   เพื่อสร้างความรู้ใหม่  หรือนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อองค์กรมากขึ้น              7.   เพื่อรวบรวมความรู้ภายในองค์กร  และนำเข้าความรู้จากภายนอกที่เกี่ยวข้อง  แล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม   และทุกคนสามารถเข้าถึงได้                 8.  เพื่อเป็นการเสาะหา  รวบรวม  จัดเก็บความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลแต่ละคน  ที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ กัน              9.   เพื่อให้ข้อมูลตอบสนองตรงตามเป้าหมายของผู้รับบริการ  และตรงตามเป้าหมายขององค์กรให้มากที่สุด10.   เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของบุคลากรในองค์กร ที่ทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน11.   เพื่อให้มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลในองค์กรที่มุ่งเน้นความรู้ และการเรียนรู้ร่วมกัน12.   เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในองค์กร                13.   เพื่อให้องค์กรมีความเข้มแข็ง  และมีจุดเด่นในการที่จะแข่งขันกับองค์กรอื่นแนวคิดในการจัดการความรู้การนําระบบการจัดการความรูมาใชในองคกรนั้นไมใชการนําเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอีกระบบหนึ่งเขามาในองคกร แตเปนการวางระบบจัดการองคความรูของบริษัทซึ่งตองการปจจัยหลายๆดาน และการเปลี่ยนแปลงภายในองคกรเพื่อสนับสนุนระบบการจัดการความรูเนื่องจากปจจัยทางดานเทคโนโลยีไมสามารถชวยใหการ4/4ดําเนินการในเรื่องของการจัดการความรูสัมฤทธิ์ผล ถาขาดปจจัยอื่นเนื่องจากระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีขอจํากัดในการจัดการ องคความรูในหลายดานตามที่ไดกลาวมาขางตองคกรตองมีการกําหนดวัตถุประสงคของการนําระบบการจัดการความรูมาใชและตองสอดคลองกับเปาหมายรวมขององคกร ระบบการจัดการความรูสามารถใชเปนเครื่องมือในการสรางองคความรูใหมและจัดการ กับความรูเดิม เพื่อสนับสนุนกลยุทธขององคกร และบรรลุเปาหมายรวมที่วางไวความรูขององคกรสามารถบริหารจัดการไดโดยการควบคุมจัดการกระบวนการตางๆ เชนการบวนการแลกเปลี่ยน, การจัดเก็บ, การสรางความรูใหม,การสืบค, การนําไปใชเปนตน รวมทั้งการสรางสภาพแวดลอมภายในองคกร ที่ทําใหกระบวนการเหลานี้สามารถทํางานไดอยางราบรื่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเปนเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการจัดการความรูเหลานี้การนําระบบจัดการความรูมาใชงานทั่วทั้งองคกรพรอมกันนั้นตองการการลงทุนที่สูง ทั้งในดานของงบประมาณ, กําลังคน, และเวลา แตเนื่องจากความรูเปนเรื่องนามธรรม การวัดประโยชนที่ไดจากการจัดการความรูทําไดอนขางยากทําใหหลายบริษัทประสบปญหาในการนําระบบการจัดการความรูมาใชอยางจริงจัง แนวทางหนึ่งที่จะแกไขปญหานี้คือ การทําโครงการนํารองโดยการพิจารณาดูจากกระบวนการทํางานใน Value Chain ที่มีความสําคัญตอการผลิตสินคา และบริการ วามีกระบวนการใดบางที่ ยังมีปญหาและโอกาสในการปรับปรุงไดโดยเขาไป วิเคราะหดูตนเหตุของปญหาเหลานี้วา มีมีปญหาใดบางที่เกิดจากความบกพรองขององคความรูจากนั้นจึงเขาไปปรับกระบวนการจัดการความรูที่เกี่ยวของเพื่อแกไขความรูที่บก พรองอยู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)                องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์กรที่ทำงานผลิตผลงานไปพร้อม ๆ กับเกิดการเรียนรู้ สั่งสมความรู้ และสร้างความรู้จากประสบการณ์ในการทำงาน พัฒนาวิธีการทำงาน และระบบงานขององค์กรไปพร้อม ๆ กันผลลัพธ์ (Output) ขององค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ ผลงานตามภารกิจที่กำหนด สร้างความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจขององค์กรนั้น  รวมทั้งการสร้างตัวบุคคล  ได้แก่ ผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับองค์กร จะเกิดการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยอาศัยการทำงานเป็นรากฐานองค์กรแห่งการเรียนรู้ จะมีลักษณะเป็นพลวัต คือจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของพัฒนาการด้านต่าง ๆ คล้ายกับมีชีวิต  มีผลงานต่างๆ ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งมีลักษณะขององค์กร ในลักษณะที่เรียกว่า วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์สามารถรู้สึกได้การสร้างศาสตร์ หรือความรู้ ที่หลากหลาย ทั้งที่เกี่ยวกับงานที่เป็นเนื้องานขององค์การนั้น ศาสตร์ด้านการจัดการ ศาสตร์ด้านองค์กรเรียนรู้ ศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลเรียนรู้ เป็นต้น โดยอาจร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการหรือองค์กรเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อการสร้างศาสตร์เหล่านี้บนพื้นฐานวัฒนธรรมเดียวกันการสร้างคน เพื่อให้มีความรู้และทักษะอันเกี่ยวข้องกับงานขององค์กรและมีเจตคติ โลกทัศน์ วิธีคิด ในลักษณะของ บุคคลเรียนรู้” (Learning Person) รวมทั้งมีทักษะของการเป็นบุคคลเรียนรู้ วิธีการจัดการความรู้                การจัดการความรู้ให้ประสบผลสำเร็จ จะต้องมีการให้คำปรึกษาหารือกันเพื่อลงมือปฏิบัติ หาที่ปรึกษาด้านการลงมือทำมาช่วยเหลือ  โดยให้เริ่มทำในกลุ่มเล็ก ๆ ไปก่อน  ใช้วิธีการง่าย ๆ ก่อน  แล้วจึงค่อย ๆ ขยายไปใช้วิธีการที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น  สิ่งสำคัญก็คือต้องให้เกิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Sharing) ระหว่างกันของบุคคลในองค์กร                 วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนางานของกลุ่มหรือของตน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์หรือความรู้ที่เกิดจากการทำงาน ถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น  ซึ่งมีวิธีการจัดการความรู้มากมายหลายวิธี   ควรใช้วิธีที่มีความง่ายในช่วงเริ่มต้น  แล้วค่อย ๆ ใช้วิธีการที่ยากหรือซับซ้อนขึ้นตามลำดับและความจำเป็น   ในที่นี้จะแนะนำวิธีการจัดการความรู้อย่างง่าย 2 วิธีการคือ1.       การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิธีการทำงานแบบ Best Practice                  วิธีทำงานที่เป็น best practice คือ วิธีทำงานที่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติอันดีเยี่ยม  เป็นวิธีที่เกิดผลงานในลักษณะที่มีผลสัมฤทธิ์สูง มีประสิทธิภาพสูง หรือมีคุณภาพสูง                องค์กรขนาดใหญ่ต้องหา best practice ของการทำงานเรื่องต่าง ๆ นำมากำหนดเป็นมาตรฐานการทำงาน  จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมเจ้าของ best practice กับทีมงานอื่น ๆ   ให้ทีมงานอื่น ๆ สามารถปฏิบัติงานตามเป็นมาตรฐานแบบอย่างได้             และยิ่งกว่านั้น ต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนา best practice ใหม่ขึ้นให้เป็นวิธีการที่ดีกว่าเดิม เป็นวงจรเรื่อยไปไม่สิ้นสุด                ในองค์กรรวบรวม และนำวิธีการทำงาน และประสบการณ์ทำงานโดยวิธีการที่เป็น best practice  เขียนเป็นเอกสารขึ้นไว้บน intranet หรือ website ขององค์กรให้พนักงานใช้ password เข้ามาดูได้ตลอดเวลา จะช่วยอำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพนักงาน2.       การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนนักปฏิบัติ” (Community of Practice ; CoP)                ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) อาจเป็นชุมชนที่มีความสนใจในปัญหาเดียวกัน เรื่องเดียวกัน  ชุดความรู้ชุดเดียวกัน  แต่อาจทำงานอยู่ในต่างหน้าที่กัน หรือเผชิญกับปัญหาคนละปัญหากัน                  วิธีการแลกเปลี่ยนของชุมชนนักปฏิบัติที่ธรรมดาที่สุดคือ  การนัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ เช่น กำหนดประชุมทุกวันพุธ เวลา 12.00-13.00 .  เอาอาหารเที่ยงมารับประทานร่วมกัน หรือทานกาแฟร่วมกัน  และมีคนมาเล่าประสบการณ์ของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทำให้เกิดประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกัน                  หรือการใช้วิธีการทำ website  ขึ้นมา  แล้วเปิดโอกาสให้สมาชิกใน CoP ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการซึ่งกันและกันผ่านทางกระทู้คำถามต่างๆ และก็มีผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์มาช่วยกันตอบคำถาม  และแชร์ความรู้ร่วมกัน ประโยชน์ของการจัดการความรู้1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร 2. ป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคคลากรเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต 3. เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด4. เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ ในการพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มาให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และนำความรู้ไปปรับใช้กับงานที่ทำอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เป็นการการพัฒนาคน และพัฒนาองค์กร5. ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและวางแผนดำเนินงานให้รวดเร็ว และดีขึ้น เพราะมีสารสนเทศ หรือแหล่งความรู้เฉพาะที่มีหลักการ เหตุผล และน่าเชื่อถือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ 6. ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในหน่วยงาน 7. เมื่อพบข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที 8. แปรรูปความรู้ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตสินค้าและบริการจากความรู้ที่มี เพื่อเพิ่มคุณค่า และรายได้ให้กับองค์กร 9. เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่10. เปลี่ยนวัฒนธรรม จาก วัฒนธรรมอำนาจในแนวดิ่ง ไปสู่วัฒนธรรมความรู้ในแนวราบ  ซ฿งทุกคนมีสิทธิในการเรียนรู้เท่าเทียมกัน     <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">ผลของการจัดการความรู้</h1>                ผลของการจัดการความรู้มีอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่1.   ผลสัมฤทธิ์ของงาน   เกิดผลสำเร็จในงานระดับดีขึ้น และอาจจะได้นวัตกรรมของงานใหม่ๆ2.  พนักงาน  เกิดการพัฒนา การเรียนรู้ เกิดความมั่นใจตนเอง เกิดความเป็นชุมชนในหมู่ผู้ร่วมงาน  เป็นบุคคลเรียนรู้3.       ความรู้  ของบุคคล และขององค์กรได้รับการยกระดับ  มีการสั่งสมและจัดระบบให้พร้อมในการนำไปใช้ประโยชน์4.       องค์กร  มีสภาพเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นได้            การจัดการความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กร  ฉะนั้นนโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ  ที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้  อีกทั้งคนในองค์กรทุกคนก็ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ และทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน  ในการที่จะให้เกิดการจัดการความรู้ขึ้นในองค์กร  เพื่อความร่วมมือ  ร่วมใจของทุกฝ่าย ซึ่งจะส่งผมให้การจัดการความรู้ในองค์กรดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  และมีประสิทธิภาพ  ได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่องค์กรคาดหวังไว้