30 มค. 49

ดิฉันเดินตรงรี่เข้าไปนั่งแถวที่สองต่อหลังที่นั่งของท่านวิทยากร ใน ห้องทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ คณะแพทยศาสตร์ มอ. สถานที่จัดงาน “วันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าสู่กันฟัง ครั้งที่ 4” วันนี้เป็นวันร่วมมือกันวิพากษ์ KM โดย สิงห์เหนือและเสือใต้ หรือ อาจารย์หมอพิเชษฐ์ บัญญัติ และ ศ.นพ.พิเชษฐ์ อุดมรัตน์ นั่นเองคะ

ดิฉันจับจองที่นั่งตรงกลางๆห้อง แล้วก็ไม่รีรอเข้าไปสวัสดีอาจารย์หมอพิเชษฐ์ บัญญัติ ด้วยความเคารพและเลื่อมใส ดิฉันมีวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่างในงานวันนี้ คือ

- อยากมาพูดคุยกับ คุณหมอพิเชษฐ์ บัญญัติ
- อยากมาฟังสิงห์เหนือและเสือใต้ และ
- อยากมาฟังคุณกิจของ Patho Otop ที่มีคุณเอื้อที่เอื้ออาทรและมีความสามารถอย่างยิ่งอย่าง อาจารย์หมอปารมี

ก่อนเริ่มงานสักพัก อาจารย์ราศรี แก้วนพรัตน์ ฝ่ายบริการพยาบาล เข้ามานั่งคุยด้วย เป็นอาจารย์อีกคนที่น่ารักมากและคุยสนุกคะ

อาจารย์หมอพิเชษฐ์เริ่มบรรยายเรื่องการจัดความรู้ของรพ.บ้านตาก ดิฉันก็เริ่มจดประเด็นที่สำคัญและถ่ายรูปประกอบ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ดิฉันมักจะชอบนั่งตรงกลางห้องประชุมแถวหน้าๆ คะ

LKASA Egg model ของคุณหมอพิเชษฐ์ (อ่านว่า แอลคาซ่า) เป็นความรู้ที่น่าประทับใจมากที่สุดคะ เพราะเป็นการประยุกต์โมเดลด้าน KM มาสร้างเป็นอีกโมเดล ที่สำคัญคือ โมเดลนี้มีลักษณะเป็น Star model ของการทำ Software Engineering และ Usability Engineering ที่ทีมงาน GotoKnow.org ยึดถือปฏิบัติมาตลอด

LKASA Egg model กล่าวไว้ว่า การทำ KM จะเริ่มทำที่กระบวนการส่วนใดก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นขั้นตอน กระบวนการมีดังนี้คือ

- Learning Management
- K sharing
- K acting
- K organizing
- K assets

ความหมาย KM ของคุณหมอพิเชษฐ์ก็เยี่ยมยอดคะ ท่านบอกว่า KM คือ เครื่องมือในการพัฒนาองค์กร เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล และพื่อการอยู่รอดและความรุ่งเรืองขององค์กร และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด และดิฉันก็ประทับใจอีกเช่นกัน คือ Head, Hand, Heart

ช่วงพัก ดิฉันเข้าไปขอบคุณคุณหมอพิเชษฐ์ ด้วยความรู้สึกชื่นชมและขอบคุณในความรู้เชิงปฏิบัติที่ท่านได้ถ่ายทอดออกมา และที่สำคัญการเดินทางจากตากมาหาดใหญ่นั้น คงจะเหนื่อยไม่น้อย

หลังพักเบรค พี่เม่ย ขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับ KM กับงานประจำของภาคพยาธิวิทยา และ คุณเสรีมาบรรยาย KM ของภาครังสีวิทยา คุณหมอพิเชษฐ์และศ.นพ.พิเชษฐ์ วิพากษ์ได้ถึงแก่นมากคะ

ฟังแล้วทำให้นึกถึงเวลาที่ดิฉันต้อง Critique งานวิจัยทั้งหลายว่า จะต้องนำเสนอให้เห็นถึงข้อดีของงาน และ ข้อพกพร่องพร้อมแสดงข้อเสนอแนะที่เด่นชัดคะ แต่ท่านอาจารย์ทั้งสอง ก็ใช้เทคนิคการพูดที่ไม่เน้นเรื่องข้อบกพร่อง (ซึ่งมีน้อยนะคะ) และเน้นไปยังข้อเสนอแนะมากกว่า ตรงนี้ผิดกับ Critique งานวิจัยฉบับอเมริกันนิดหน่อยนะคะ คือ ผิดเป็นผิดคะ ชัดเจน แล้ว จึงนำเสนอข้อเสนอแนะ

ส่วนที่ท่านอาจารย์ทั้งสองใช้ ก็เป็นเทคนิคด้าน KM และเทคนิคที่ต้องปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมคะ

จากการวิพากษ์ของท่านทั้งสอง ดิฉันได้รับรู้และเข้าถึง KM กับ งานประจำว่า ปัจจัยที่สำคัญมากๆ คือ การมี คุณเอื้อที่ให้ความรู้ ให้ไมตรี ให้เวที และ ให้รางวัล และ ศ. นพ. พิเชษฐ์ เพิ่มเติมว่า และ ให้โอกาส คะ

ดิฉันไม่ได้เข้าฟังในช่วงบ่าย เพราะติดประชุมคณะกรรมการคณะในฐานะตัวแทนคณาจารย์ วันนี้เขาจะต้องเลือกกรรมการคัดสรรหัวหน้าภาคด้วยคะ ไม่เข้าก็จะไม่ครบองค์ประชุมคะ ดิฉันเปิดอ่านวาระแจ้งเพื่อทราบ ก็ทำให้นึกถึงที่คุณหมอพิเชษฐ์บอกว่า ท่านนำเอาความรู้ด้าน KM ใส่เข้าไปในวาระแจ้งเพื่อทราบเวลาประชุม เป็นเทคนิคการเรียนรู้ด้วยการอ่านคะ (Learning by Reading) แกมบังคับอ่านเล็กๆ นะคะ :)

ปล. ติดตาม Slides เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะแพทย์ ได้ที่ http://medinfo.psu.ac.th/KM/