อัมมารชี้รัฐบาลผสมแก้ปัญหา ศก.ยาก
เซียนเศรษฐกิจจี้พรรคการเมืองทำนโยบายเศรษฐกิจให้ชัดเจน หวั่นรัฐบาลผสมทำให้การเมืองไร้เสถียรภาพ
นายอัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง” ว่า รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศภายหลังการเลือกตั้งในครั้งต่อไปจะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งจะมีผลทำให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอาจไม่สามารถทำได้ตามที่ได้หาเสียงไว้ เหมือนกับรัฐบาลพรรคเดียวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่สำคัญคือ รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องคำนึงถึงการแก้ปัญหาให้กับคนยากจนเป็นอันดับแรก “อย่างไรก็ดี เชื่อว่าภาพโดยรวมของภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าคงไม่เลวร้ายไปกว่าปีนี้มากนัก เพราะกำลังซื้อภาคประชาชนยังดี แต่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ด้วยว่า จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักลงทุนได้อย่างไร” นายอัมมาร กล่าว
นอกจากนี้ การเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในนโยบายสาธารณะมากขึ้น และกำหนดให้การใช้นโยบายการเงิน และการคลัง ต้องดำเนินอยู่บนความโปร่งใส ผลที่ตามมาคือ ทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐมีข้อจำกัดมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคต ความคล่องตัวในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลมีน้อยลง “ขอให้สังเกตว่าในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านเรื่องกติกา และยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยากว่า เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร และไม่แน่ใจว่าหลังการเลือกตั้งเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ผลที่มาจากการมีรัฐบาลผสม และการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้รัฐบาลมีโอกาสในการทำอะไรได้น้อยลง” นายอัมมาร กล่าว
สำหรับสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาล คือ การกำหนดนโยบายที่ทำได้จริงในระยะยาว ไม่ต้องการนโยบายที่ใช้วิธีการโปรยเงินเข้าสู่ระบบอย่างเดียว และต้องการให้รัฐบาลออกมาแถลงให้ชัดเจนว่า ต้องการดำเนินนโยบายอย่างไรภายใต้โลกาภิวัตน์ เช่น การเปิดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้อย่างไร เนื่องจากขณะนี้เห็นว่า นายทุนไทยหายไปจากระบบ เหลือแต่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งบริษัทร่วมทุนทำธุรกิจส่งออก หรือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเรื่องอะไรบ้าง ไม่ใช่พูดกว้างๆ เหมือนอย่างนโยบายที่ผ่านมา
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า การมีรัฐบาลผสมทำให้ ไม่มีความแน่นอนในการบริหารจัดการในเชิงนโยบายที่ต้องนำไปปฏิบัติ แต่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งน่าจะปรับตัวดีขึ้น เพราะนักลงทุนมีความเชื่อมั่น และเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากขึ้น
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร กล่าวว่า การคาดการณ์ทางด้านเศรษฐกิจทำได้ยาก ถ้าหากการเมืองไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้การเลือกตั้งของไทยต่างจากประเทศอื่น เช่น สหรัฐ ที่ให้ความสำคัญที่เรื่องนโยบายของพรรคการเมืองมากกว่าบุคคล
<p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">โพสต์ทูเดย์ บ้านเมือง 18 ต.ค. 50</p>