ผมได้หนังสือ “ภาษาอัชฌาไศรย ” มาจากผู้เขียน คือ ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ที่ผมนับถือในความลุ่มลึก     และได้เคยแนะนำไว้ใน “คนดีวันละคน” (click) ไว้แล้ว

         ผมขออนุญาตท่านนำเอาหนังสือนี้มาทดลองเผยแพร่ใน Gotoknow เป็นตอนๆ     เพื่อหาแฟนภาษาไทย     หรือตั้งวง ลปรร. ภาษาไทยนั่นเอง

         ดร. วินัย เป็นคนปากจัด    แต่ลุ่มลึกมาก    ผมถือคติว่าคนที่ลุ่มลึกมากจะอึดอัดต่อความตื้นของคนทั่วไป     จึงต้องระบายความอึดอัดบ้างเป็นธรรมดา   

คำนำ

         ภาษาอัชฌาไศรย เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากใจรักภาษา
ของคนสองคนที่รักใคร่สนิทสนมและทำงานวิชาการร่วมกัน และเนื่องในโอกาสที่ผมได้รับรางวัลทุนวิจัยเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 และอยากมอบประสบการณ์บางส่วนในทางวิชาการแก่เพื่อนพ้องและน้องๆ ที่ร่วมโครงการวิจัย“กฎหมายตราสามดวง : ประมวลกฎหมายไทยในฐานะมรดกโลก”
         คำว่า “อัชฌาไศรย” เขียนผิดจากคำที่ผู้แก่วัดรู้จัก แต่การบวชคำ
บาลีสันสกฤตเป็นไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการใช้ภาษาไทยที่
ยืดหยุ่น เช่นเดียวกับที่คนไทยไม่อยู่กับร่องกับรอยในเรื่องอื่นๆ ด้วย หนังสืออักขราภิธานศรับท์ ของหมอบรัดเล ให้ความหมายของคำนี้ว่า “คืออาการที่คนมีสะติดี, รู้น้ำใจคนและกระทำไม่ให้เขาขัดเคืองใจ ทำดีนั้น” แต่ที่ผมเลือกคำนี้เป็นส่วนสำคัญของชื่อหนังสือเพราะป้องกันไม่ให้ ฌ เชอหายไปจากอักขรวิธีของไทย
         ชื่อหนังสือคงบอกอย่างชัดเจนว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาษา   ผมเคยสอบตกเกือบทุกวิชาในหมวดภาษาไทยเมื่อครั้งเรียนที่คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน   ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐณ นคร ประธานคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ เล่าให้ฟังในหลายที่หลายโอกาสว่า ท่านเคยสอบวิชาประวัติศาสตร์ได้ 16 คะแนนจาก 100
         สมัยเรียนชั้นมัธยมต้น   ท่านไม่เคยประกาศตนว่า เป็นนักประวัติศาสตร์ แต่ท่านทำงานด้านจารึกโบราณของไทยที่นักประวัติศาสตร์ทั้งไทยและต่างประเทศต้องอ้างอิงกันอย่างกว้างขวาง   ผมต้องการให้กำลังใจน้องๆนักวิจัยว่า การล้มเหลวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี   ประสบการณ์ส่วนตัวผมบอกว่าห้องเรียนให้อะไรเราน้อยมาก ความสำเร็จมาจากความสนใจจริงและการขวนขวายที่จะหาคำตอบในสิ่งที่เราอยากรู้
         ประสบการณ์ในการหาความรู้ด้านอักษรศาสตร์มาจากสองทาง ทางหนึ่งมาจากการรู้จักอ่านหนังสือที่ดี เวลาผ่านไปเร็วและชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะอ่านเสียเวลากับขยะทางวิชาการ อีกทางหนึ่งมาจากการได้สังสันทน์กับผู้รู้   ในประการแรก ผมได้อ่านผลงานที่น่าชื่นชมด้านนิรุกติประวัติไทยของท่านเหล่านี้ คือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพฯ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  พระยาอนุมานราชธน  พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์  จิตร ภูมิศักดิ์  ดร. บรรจบ พันธุเมธา และศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร    ผมมีเครื่องมือในการค้นคว้าที่ดีพอสมควร โดยเฉพาะพจนากรมภาษาต่างๆ กว่า 20 เล่ม อีกทั้งฐานข้อมูลนิรุกติประวัติภาษาอังกฤษขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นใช้อ้างอิงเป็นการส่วนตัว
         ในประการที่สอง ผมโชคดีที่อยู่ในท่ามกลางนักปราชญ์ไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ศาสตราจารย์วิสุทธ์ บุษยกุล
ศาสตราจารย์ ดร. นิยะดา เหล่าสุนทร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา พลตรี หม่อมราชวงศ์ ศุภวัฒย์ เกษมศรี หรือ อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ติดขัดปัญหาใดก็เรียนถามท่านแล้วเอาข้อมูลมาสังเคราะห์ความรู้ในแบบของตนเอง
         ภาษาอัชฌาไศรย เริ่มต้นด้วยคำ บรรยายพิเศษเรื่อง
“ประวัติศาสตร์กับการศึกษาวรรณคดีไทย” ตามมาด้วย
ชายคา
ภาษาไทย
ว่าด้วยนิรุกติประวัติของคำไทยเท่าที่ผมเจียดเวลาเขียนได้
สำหรับการนี้ และจบลงด้วย ชายคาภาษาอังกฤษ ว่าด้วยนิรุกติประวัติ
         คำอังกฤษบางคำ เรื่องสุดท้ายเป็นงานที่ผมกระตุ้นให้อาจารย์ศศิกานต์คงศักดิ์ ใช้เวลาว่างรวบรวมเขียนขึ้นโดยผมได้ตรวจดูและวิพากษ์วิจารณ์
         จากฐานข้อมูลนิรุกติประวัติที่ผมมีอยู่ ผมเกลียดชังบรรดาศพเดินได้ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้ซึ่งตายในทางวิชาการไปแล้ว จึงต้องการเห็นนักวิจัยรุ่นใหม่ๆ กระตือรือที่จะทำงานวิจัยอย่างจริงจัง
         คำเตือนสุดท้าย ผมมิใช่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย ดังนั้นขอท่านทั้งหลายกรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณ เพื่อสุขภาพทางวิชาการของท่านเอง

         ในตอนต่อไปจะเริ่ม คำบรรยายพิเศษ ซึ่งจะนำมาลงทีละตอน หลายตอน    รวมแล้วหนังสือทั้งเล่มน่าจะใช้เวลาเกือบครึ่งปี

วิจารณ์ พานิช
๑๘ ต.ค. ๕๐