ถ้าจำนวนนี้จะมากไป หรือน้อยไป ก็ต้องถามใจตัวเองดู

  ผู้เขียนเป็นคนคิดเล็ก คือคิดจากจุดที่เล็กมาก จนบางคนอาจคิดว่าเล็กเกินไป อาจมองข้ามไปเลยเพื่อสู่จุดหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าซึ่งเห็นชัดเจนดี ผู้เขียนเองก็ชอบเพราะ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็หมายความถึงความสุขที่ได้รับก้อนใหญ่ด้วยเช่นกัน

  ในชีวิตจริง ผู้เขียนเคยอยากมีเงินทองมากๆ เวลาใครมาชวนทำบุญ หรือขอบริจาคอะไร หรือจะให้ความช่วยเหลือใคร จะได้ทำให้สมใจอยาก แต่ด้วยข้อจำกัด ตามสภาพรายได้ของข้าราชการเล็กๆคนหนึ่ง ทำให้รู้สึก คงได้แค่นี้ แต่แล้ววันหนึ่ง ผู้เขียนก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ยังมีทางเลือกให้กับชีวิตตนเองอีกบ้างไหม หรือจะปล่อยเป็นไปตามกรรมที่ทำมา (เขาว่าทรัพย์น้อย เพราะทำทานมาน้อย) ในเมื่อในส่วนลึกของใจ ยังมีความต้องการ จะสั่งสมทานต่อไป อย่างน้อย ก็แก้ผังจนให้ตนเอง ตามหลักพระพุทธศาสนา คือ ทานทำให้มีโภคทรัพย์มากศีลทำให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และสมาธิทำให้เกิดปัญญา ไม่โง่กับสัจจธรรม แล้วผู้เขียนก็เริ่มคิดเล็กๆ จากจุดเล็กในเวลาต่อมา

    โดยตั้งใจว่า ในแต่ละวัน ผู้เขียนจะหยอดเงินต่อหน้าพระ ทุกวัน ไม่จำกัด อาจเป็น1 บาท 10 บาท 100 บาท.......ตามแต่ใจปรารถนา โดยคิดในใจว่า "ข้าพเจ้าจะไม่รู้สึกเสียดายกับเงินที่หยอดกระปุกนี้เลย ทั้งนี้ เพื่อข้าพเจ้าจะได้นำทรัพย์ที่สั่งสมเป็นประจำนี้ ไปทำกุศลตามแต่ใจปรารถนา" ผู้เขียนไม่ได้ใช้กระปุกพิสดารอะไร เป็นโถแก้ว จะเปิด จะปิด สะดวกมาก จะเชื่อไหม นับจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ผู้เขียน สามารถมีเงินใช้ในการสร้างบุญกุศลได้จำนวนมากกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งยังตัดสินใจในการทำบุญอย่างง่ายดาย เพราะเหมือนมีเงินเตรียมไว้แล้ว กลับเป็นมองหาการทำบุญ เมื่อเงินชักจะเริ่มเต็มโถแก้วแล้ว นอกจากนี้ ยังเกิดความคิดริเริ่มบุญใหม่ได้อีก เช่น จะพิมพ์หนังสือแจกเป็นธรรมทาน ผู้เขียน ก็จะมีทุนเริ่มต้นเสมอ ที่เหลือค่อยบอกบุญเอา ก็สำเร็จทุกคราวไป

   ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง เพียงแต่ จะบอกกับทุกท่านว่า ผู้เขียนมักจะคิดจากจุด เล็กไปหาใหญ่ รวมถึงการทำงานต่างๆด้วย และอาจเป็นประโยชน์ กับ Gotoknow ของเราบ้าง หลังจาก ที่ได้ลองค้นหาข้อมูลจากบทความหลายๆท่าน ก็จะทำให้ทราบว่า งบสนับสนุน จาก ส.ค.ส นั้น กำลังจะจบลง Gotoknow กำลัง ต้องหาค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทั้งระบบการจัดการต่างๆ ดำรงอยู่ ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชม ที่ ส.ค.ส. ได้ใช้วิธีการนี้ คือเมื่อสร้างสังคมรูปแบบใหม่ขึ้นมาแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เขาอยู่ได้อย่างธรรมชาติ จึงจะยั่งยืน ทำอย่างไรพลเมืองดี ในสังคมนี้จึงจะมีความรู้สึก รับผิดชอบร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นเสมือน เราได้นำแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพ่อเพียง ของพ่อหลวงมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม และถ้าทำได้ ก็ขอให้ถือว่า G2K ทั้งหมดได้ร่วมกัน ทำความดีถวายในหลวงของเรา ในปีมหามงคล โดยตั้งใจร่วมกันว่า เราจะไม่เป็นภาระ และผู้สร้างภาระให้ใคร เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง อย่างพอเพียง มั่นคง ยั่งยืน ตามพระราชประสงค์ทุกประการ

  สิ่งที่ผู้เขียนจะเสนอต่อไปนี้ คงต้องให้ท่านทั้งหลายช่วยกันสานต่อ เพราะผู้เขียน จะขอนำความคิดเล็กๆ ตามประสาคนรู้น้อยมาบันทึกไว้ให้พิจารณากัน คือ เป็นไปได้ไหม ในขณะที่เรากำลังจะพบ กับสภาวะความเป็นจริง คือต้องยืนหยัด ด้วยตัวเอง สิ้นปีนี้ เรามาลองใช้วิธี หยอดกระปุก เหมือนที่ผู้เขียนทดลองใช้มาแล้ว โดยบริจาค ตามอัธยาศัย วิธีการนี้คือ ตามที่ผู้เขียนเคยพบเจอมา บางมูลนิธิ เขาจะใช้ กดเบอร์โทรศัพท์ ที่ตั้งหมายเลขไว้เพื่อบริจาค (อันนี้ช่วยศึกษาระบบด้วย) ใครมีความประสงค์จะบริจาค ก็กดเบอร์นี้........... ไม่ต้องมาก ถ้าเป็นของเราซึ่งสมาชิกมากๆ แค่กดครั้งละ 10 บาท มีสมาชิก คูณจำนวนสมาชิกที่เข้ามาจริงแต่ละวัน ซึ่งยอดไม่น่าจะแตกต่างกันมาก ก็จะทำให้ มีกองทุนเริ่มต้น ที่จะเตรียมไว้ ใช้ในการดำเนินการ หรือนำไปต่อทุนวิธีอื่นได้อีก

   10 บาท กับการตั้งใจสละให้ G2K สังคมใหม่ของเรา ที่เรารู้สึกดีทุกครั้งที่เข้ามา ถ้าจำนวนนี้มากไป น้อยไป ก็ต้องถามใจตัวเองดู วันหนึ่งเกิดศรัทธาแรงกล้า จะกดสักสิบครั้ง ก็ไม่ว่ากัน สงสารแต่ ผู้ที่มีจิตศรัทธาสูงมาก จะบริจาคสัก 1 ล้าน อันนี้ ก็ต้องหาสมุดมาจด จำนวนครั้งเอาเอง เดี๋ยวจะจำไม่ได้ บริจาคไม่ครบ ก็จะทำให้รู้สึกบุญไม่สำเร็จอีก อ้อ ! ฝากผู้คิดโปรแกรมด้วย ช่วยขึ้นจำนวนผู้บริจาค ไว้มุมใด มุมหนึ่งของบล็อกด้วย คนที่คิดจะเติมเต็มยอด จะได้รู้ว่า วันนี้ จะกดสักกี่ครั้ง ยิ่งกดมาก ท่านก็จะรับรู้เองว่า คำว่าอิ่มบุญนะมีอาการอย่างไร...ทำเพื่อสังคมที่ตนรักค่ะ

  ความคิดนี้ต่อยอดได้เต็มที่.........

         ควรเริ่มทดลองใช้ก่อนสิ้นปีนี้  

จะได้ประเมินน้ำใจสังคมเราถูก